แปรรูป
กลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง จังหวัดนราธิวาส ชูผลิตภัณฑ์เด่น “ข้าวเกรียบผลไม้”, “สะละอินโด” อาชีพเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน หากได้ไปงานขายสินค้าโอท็อปที่จัดโดยหน่วยงานของรัฐตามภูมิภาคต่างๆ ย่อมจะเคยเห็นบู๊ธของกลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมักจะร่วมออกบู๊ธด้วย โดยมีสินค้าที่น่าสนใจหลายอย่าง หลักๆ คือ ข้าวเกรียบผลไม้และสมุนไพร 6 ชนิด พร้อมข้าวเกรียบปลาที่มีทั้งแบบอบและแบบทอดให้เลือก บางช่วงจะมีสะละและผลิตผลทางการเกษตรมาขายด้วย นางแยนะ เจะวานิ อายุ 57 ปี ประธานกลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง เล่าว่า กลุ่มก่อตั้งเมื่อปี 2542 ตอนนี้มีสมาชิก 25 คน และแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกัน มีการลงบัญชี รายรับ-รายจ่าย และจัดประชุมเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับสินค้าเด่นๆ คือข้าวเกรียบสมุนไพร 6 ชนิด ใบเตย มะเขือเทศ ดอกอัญชัน มันเทศ ข้าวโพด และกระเจี๊ยบ รวมทั้งข้าวเกรียบปลา ซึ่งผลิตภัณฑ์ 7 อย่างนี้ ได้รับเครื่องหมาย อย. ทั้งหมด และในส่วนของข้าวเกรียบปลาก็ได้รับคัดเลือกเป็นโอท็อป 4 ดาวของจังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2557 จุดเด่นอีกอย่างของข้าวเกรียบสมุนไพรฝีมือกลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง ก็คือ ใช้ส่ว
เมื่อกลางปี 2562 มีการเก็บข้อมูลการระบาดทางน้ำของผักตบชวาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีลำน้ำมากมายหลายสาย เป็นทั้งทางไหลผ่านของน้ำ และเป็นเส้นทางคมนาคม หรือแม้กระทั่ง ลำน้ำในจังหวัดต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบจากการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของผักตบชวา จากการสำรวจข้อมูลเชิงนิเวศ พบว่า ผักตบชวา มีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก สะสมมวลชีวภาพได้สูงถึง 20 กรัม น้ำหนักแห้งต่อตารางเมตรต่อวัน โดยมีอัตราการเจริญเติบโตสัมพัทธ์สูงสุดเท่ากับ 1.50 เปอร์เซ็นต์ ต่อวัน ถ้าปล่อยให้เติบโตในแหล่งน้ำ หากจะคำนวณง่ายๆ พิจารณาจากลำต้นสด หนัก 500 กรัม ต่อตารางเมตร ในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเศษ พบว่า ผักตบชวา สามารถเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ให้มวลชีวภาพสูงถึง 40,580 กรัม น้ำหนักสดต่อตารางเมตร และในระยะเวลา 1 ปี ผักตบชวาจะเจริญเติบโตให้มวลชีวภาพสูงอยู่ในช่วง 717 ตันน้ำหนักแห้งต่อไร่ โดยจะเติบโตสูงสุดในช่วงเดือนเมษายน และต่ำสุดในช่วงเดือนมกราคม การแผ่กอขยายเต็มลำน้ำของผักตบชวา จะลดการไหลของน้ำลงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญส่วนต่างๆ ของผักตบชวาที่จมลงใต้น้ำ จะก่อให้เกิดอุปสรรคกับการระบายน้ำของฝาย ประตูระบาย และอื่นๆ ทำให้ทางเดินของ
สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท จัดงาน “วิสาหกิจชุมชนภาคกลางแฟร์ 2019 “ ในระหว่างวันที่ 12 – 16 เมษายน 2562 ณ บริเวณลานเบิร์ดแลน สวนนกจังหวัดชัยนาท จังหวัดชัยนาท เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องวิสาหกิจชุมชนและส่งเสริมการตลาดให้กับสินค้าวิสาหกิจ ภายในงาน มีการจัดนิทรรศการที่แสดงถึงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจชุมชน พร้อมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชน ภายใต้แนวคิด Smart Product by วิสาหกิจชุมชน นายทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่าภายในงาน “วิสาหกิจชุมชนภาคกลางแฟร์ 2019 จะมีการคัดเลือกผลิตภัณฑ์เด่นของแต่ละจังหวัดทั่วภาคกลางมาจัดแสดงและจำหน่ายกว่า 20 ร้านค้า ผลิตภัณฑ์มากกว่า 100 ชนิดมาจัดแสดงพร้อมจำหน่ายให้ประชาชนที่เดินทางเข้ามาเที่ยวงาน “สินค้าทั้งหมดจะเป็นสินค้าสคุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรง ประกอบด้วยอาหารแปรรูปและผลผลิตสด เครื่องอุปโภคและสมุนไพร หัตถกรรมและศิลปะประดิษฐ์ รวมทั้งผู้ประกอบการที่สนใจที่จะเจรจาธุรกิจกับกลุ่มผู้ผลิตวิสาหกิจชุมชนเพื่อต่อยอดในการทำธุรกิจในอนา
ประชารัฐรักสามัคคีพัทลุง ผนึกมหาวิทยาลัยทักษิณ ดันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป “ข้าวสังข์หยด” เป็น “เบียร์และไวน์” เลือกทำเล “บ้านเขาป้าเจ้ อ.ควนขนุน” ตั้งโรงงานผลิต สร้างรายได้ให้ชาวนา-ชุมชน ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผศ.ดร. นุกูล อินทระสังขา รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง พร้อมด้วย ดร.อุกฤษฎ์ มูสิกพันธุ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง นายสิทธิชัย ลาภานุพัฒนกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง นายเงินวสวัตติ์ ลิ่มทวีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพัทลุง จำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) และเกษตรกรผู้แปรรูปและปลูกข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงได้ประชุมร่วมกัน ในที่ประชุมได้มีการเสนอความคิดให้ จ.พัทลุง สร้างนวัตกรรมตัวใหม่ โดยนำข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองไปผลิตเป็นเบียร์ เพื่อให้เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและเพื่อการพาณิชย์ จะก่อให้เกิดมูลค่าสูงต่อเกษตรกรผู้ปลูก ซึ่งที่ประชุมต่างเห็นชอบ นายสิทธิชัย รองประธานกรรมการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพัทลุง และนายกสมาคมธุรกิจการท่
โดยปกติแล้วมะละกอสามารถขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิด แต่จะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุยและมีการระบายน้ำที่ดี เช่น ดินร่วนปนทราย ถ้าพื้นที่เป็นดินเหนียวหรือดินทรายจัด เราควรปรับปรุงดินก่อนโดยการใส่อินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดินให้ดี การระบายน้ำของแปลงปลูกมะละกอจะต้องดี เพราะต้นมะละกอเป็นพืชที่ไม่ทนต่อสภาพน้ำขังแฉะโดยเฉพาะถ้าต้นมะละกอยังเล็ก ถ้ามีน้ำขังมากๆ ต้นมะละกออาจจะชะงักการเจริญเติบโตและอาจถึงตายได้ มะละกอยักษ์ “เรด แคลิเบียน” เป็นมะละกอ ที่ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร จ.พิจิตร 2/395 ถ.ศรีมาลา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร 66000 โทร. 056-613021, 081-8867398 ได้เมล็ดพันธุ์มาจากประเทศทางแถบอเมริกากลางและนำมาคัดเลือกพันธุ์นานกว่า 10 ปี ได้ผลผลิตที่มีคุณลักษณะดังนี้ “ทรงผลคล้ายกับมะละกอเรดมาลาดอล์ (หรือบ้านเราเรียกมะละกอฮอลแลนด์ หรือ ปักไม้ลาย) แต่มีขนาดของผลใหญ่กว่ามากขนาดผลใหญ่กว่าเท่าตัว น้ำหนักผลเฉลี่ย 3-5 กิโลกรัม เนื้อหนามาก มีสีแดงส้มและรสชาติหวานเหมือนมะละกอแขกดำศรีสะเกษ จากการปลูกทดสอบในแปลงพบว่าต้นมะละกอยักษ์ “เรด แคลิเบียน” มีความทนทานต่อโรคไ
กลุ่มแม่บ้านคำนางรวย หมู่ที่ 10 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี รวมกลุ่มปอกเปลือกมะขามยักษ์ที่มีรสเปรี้ยว เพื่อทำเป็นมะขามแช่อิ่ม เพิ่มรายได้หลังการเก็บเกี่ยวในฤดูทำนา ซึ่งแม้ปีนี้ ราคาข้าวเปลือกขายได้ราคาสูงกว่าปกติ แต่แม่บ้านกลุ่มนี้ก็อาศัยความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปถนอมอาหาร เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะขายดีในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง คุณปิยะรัตน์ ยืนสุข หัวหน้ากลุ่มทำมะขามแช่อิ่ม ภายในยี่ห้อ “คุณยาย” ของบ้านคำนางรวย ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของจังหวัด เล่าว่า มะขามยักษ์ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญใช้ในการผลิต ส่วนหนึ่งได้มาจากในพื้นที่ที่ชาวบ้านรวมตัวปลูกขึ้นมาเอง แต่ก็ยังมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า จึงต้องสั่งซื้อมะขามยักษ์เพิ่มมาจากอำเภอน้ำยืน เพราะวันหนึ่ง ต้องทำการผลิตมะขามแช่อิ่มออกวางจำหน่ายทั้งแบบขายปลีกกิโลกรัมละ 150 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 130 บาท ตกวันละเกือบ 100 กิโลกรัม ตามจำนวนคำสั่งซื้อเข้ามาในแต่ละช่วง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำนาปลูกข้าวถึงเดือนละกว่า 10,000 บาท ส่วนวิธีการทำให้มะขามแช่อิ่มของกลุ่มแม่บ้านคำนางรวยมีร
นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สศอ. อยู่ระหว่างทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการจัดทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือเซอร์คูลาร์อีโคโนมี ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสนอ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาต้นปี 2562 โดยรายละเอียดยุทธศาสตร์นั้น เบื้องต้นจะเน้นการจัดการขยะให้เป็นศูนย์ อย่างโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตเม็ดพลาสติก จะสนับสนุนให้มีการนำเม็ดพลาสติกมาผลิตเป็นเสื้อผ้า ของใช้ในชีวิตประจำวัน ล่าสุดมีเอกชนหลายรายเริ่มประกาศลงทุนด้านการรีไซเคิลแล้ว ดังนั้นในยุทธศาสตร์จะมีการกำหนดมาตรการสนับสนุน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อาจออกสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนมากขึ้น นายณัฐพล กล่าวว่า นอกจากนี้จะเข้าไปเน้นภาคอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรทั่วประเทศ อาทิ การสนับสนุนให้นำแกลบจากโรงสีมาเป็นส่วนประกอบในการผลิตแบตเตอรี่ จากเดิมมักนำแกลบไปใช้ประโยชน์ในการเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้า แต่แนวทางดังกล่าวยังเกิดมลภาวะขึ้นได้ แต่หากทำมาผลิตแบตเตอรี่จะทำให้กระบวนการจัดก
คุณนันทวัน โตอินทร์ หรือ ครูไก่ เจ้าของสวนแม่หม่อน ตั้งอยู่ เลขที่ 201 หมู่ที่ 5 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อดีตแม่พิมพ์ของชาติ ลาออกจากราชการก่อนครบอายุ ผันตัวทำงานเกษตรที่ตนเองรัก บนพื้นที่มรดกคุณพ่อทิ้งไว้ให้ที่อำเภอวังน้ำเขียว จำนวน 13 ไร่ ครูไก่ เล่าว่า ก่อนที่จะลาออกจากราชการได้มีการคิดวางแผนมาก่อนแล้วว่า หากลาออกจากราชการจะทำอะไรดี จึงได้ศึกษาหาความรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ตรงนี้ให้ได้มากที่สุด มองดูรอบๆ พื้นที่แล้วน่าจะเหมาะกับการปลูกมัลเบอร์รี่ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อของ “ลูกหม่อน” เพราะพื้นที่ในอำเภอวังน้ำเขียวมีอากาศเย็น และมีแดดส่องทั่วถึง จึงเหมาะกับการปลูกมัลเบอร์รี่ คุณนันทวัน โตอินทร์ หรือ ครูไก่ เจ้าของสวนแม่หม่อน นอกเหนือจากพื้นที่ที่เหมาะสมแล้ว มัลเบอร์รี่ยังเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และวิตามินสูง ปลูกง่าย โตเร็ว อีกทั้งยังสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้หลากหลาย ทั้งขายผลสด แปรรูปเป็นน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ แยม อบแห้ง กวน ครูไก่ บอกว่า โชคดีที่ตนเป็นครูมาก่อน จึงมีนิสัยที่ชอบค้นคว้าหาความรู้ มีมุมมองที่หลากหลาย คิดในระยะยาวหากทำอะไรที่เหมือนคน
คุณสุริยันต์ วรรณวงษ์ ประมงจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ข้อมูลว่า ผลผลิตทางประมงภายในจังหวัดบุรีรัมย์มี 2 ช่องทาง ในการทำรายได้ คือช่องทางแรก ปลาที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามห้วย หนอง คลอง บึงต่างๆ ซึ่งมีสัตว์น้ำอยู่ภายในแหล่งน้ำเหล่านี้ ทำให้ชาวบ้านสามารถจับขึ้นมาบริโภคและจำหน่ายสร้างเป็นรายได้ และช่องทางที่สอง สัตว์น้ำอันเกิดมาจากการเลี้ยงเป็นเชิงการค้า เพราะบางช่วงฤดูกาลสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงทำให้มีการเลี้ยงมากขึ้นเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำ “การทำประมงของเกษตรกร แต่ละพื้นที่ก็จะมีการเลี้ยงชนิดปลาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปริมาณน้ำ ถ้าพื้นที่ไหนมีน้ำมากหน่อย ก็จะมีการส่งเสริมการเลี้ยงปลาที่แตกต่างกันไป เช่น ปลาตะเพียน ปลานิล ส่วนพื้นที่น้ำไม่เพียงพอก็จะส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์น้ำแบบใช้น้ำน้อย เช่น การเลี้ยงกบ ปลาดุก ในกระชังบก โดยการทำประมงแต่ละอย่างจะเน้นดูพื้นที่เป็นหลัก จากนั้นก็ส่งเสริมการทำตลาดแบบนำมาแปรรูปขายเอง เพื่อให้เกิดรายได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น” คุณสุริยันต์ กล่าว คุณประยูร เรียบร้อย อยู่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ที่ 2 ตำบลโคกม้า อำเภอป
“กล้วยเล็บมือนาง” ผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญและขึ้นชื่อของเกษตรกรจังหวัดชุมพร ดังคำขวัญประจำจังหวัดว่า “ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก” จากคำบอกเล่าของคนในท้องถิ่น พบว่า กล้วยเล็บมือนาง เป็นกล้วยท้องถิ่น อันเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดชุมพร มีรสชาติหอม หวาน อร่อยกว่ากล้วยเล็บมือนางที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ เนื่องด้วยพันธุ์กล้วย สภาพพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ และจากการที่เกษตรกรในจังหวัดชุมพรจำนวนมากนิยมปลูกกล้วยเล็บมือนาง ทำให้ผลผลิตล้นตลาด จึงนำกล้วยเล็บมือนางมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เช่น กล้วยเล็บมือนางอบแห้ง กล้วยเล็บมือนางทอดกรอบ กล้วยเล็บมือนางอบเคลือบช็อกโกแล็ต และอื่นๆ ซึ่งมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่องตลอดมา สำหรับคุณค่าของ กล้วยเล็บมือนาง นั้นอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและประสาท ช่วยควบคุมความดันโลหิต และการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ ร่วมกับฟอสฟอรัสในการนำออกซิเจนไปยังสมอง ช่วยปล่อยพลังงานออกมาจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน และการสร้างไกลโคเจน ไม่ว่าจะเป็นกล้วยสดหรือตากแห้
