แมลงศัตรูพืช
กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เฝ้าระวังแมลงบั่วศัตรูข้าว เนื่องจากพยากรณ์อากาศในระยะนี้รายงานว่าภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้าและยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง โดยแมลงบั่วจะระบาดมากในพื้นที่ที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแจ้งเตือนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน หมั่นสำรวจแปลงนา เมื่อพบแมลงบั่ว ศัตรูข้าวดังกล่าวในแปลงนาเพาะปลูกของตน ควรรีบป้องกันกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายรุนแรง ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานว่าเริ่มพบแมลงบั่วเข้าทำลายนาข้าวแล้วในพื้นที่จังหวัดนครพนม นครราชสีมา อุดรธานี และจังหวัดตาก รวมจำนวนพื้นที่ 85 ไร่ ลักษณะการทำลายของแมลงบั่ว หนอนแมลงบั่วจะเข้าทำลายส่วนเจริญของตายอดข้าว สามารถสังเกตเห็นอาการเป็นหลอดคล้ายหลอดหอม เรียกว่า หลอดบั่ว ซึ่งเมื่อถูกทำลาย ต้นข้าวจะแคระแกรนลำต้นกลมเตี้ย มีสีเขียวเข้ม และยอดที่ถูกทำลายจะไม่ออกรวง ทำให้ไม่ได้ผ
ปัจจุบัน กระแสเรื่องสิ่งแวดล้อมและการบริโภคเพื่อสุขภาพมีการตื่นตัวกันเพิ่มมากขึ้น ผู้คนทั่วโลกต่างเสาะแสวงหาสิ่งดำรงชีพที่ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมีและสารพิษต่างๆ ทั้งๆ ที่มนุษย์รู้จักการใช้สมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืชมานานแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้กลับถูกมองข้าม ขาดการเผยแพร่ ประกอบกับสารเคมีทางการเกษตรในปัจจุบันหาได้ง่าย ใช้ได้ง่าย และเห็นผลรวดเร็วกว่า แต่เมื่อมีการใช้ในระยะเวลานานๆ ก็จะเริ่มส่งผลเสียออกมาให้เห็น มีทั้งผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์ พืช รวมทั้งสิ่งแวดล้อมด้วย จึงเป็นสาเหตุให้บรรดาเกษตรกรเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการปลูกพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ และหาวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะนำมาใช้ทดแทนสารเคมี พืชสมุนไพรจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด ซึ่งปัจจุบันภาคธุรกิจได้หันมาผลิตสารสกัดจากสมุนไพรเพื่อใช้สำหรับกำจัดศัตรูพืชออกมาจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย อาจารย์แสงเดือน อินชนบท สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆ ของสมุนไพรเพื่อให้มีการนำไปใช้ได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กล่าวว่า “สำหรับผู้ที่กำลังใช้หรือต้องการใช้พืชสมุนไพร ต้องทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่
สภาพอากาศแห้งและร้อน ในช่วงฤดูร้อน เหมาะกับการแพร่กระจายของศัตรูพืช ในกลุ่มพืชเศรษฐกิจสำคัญ คือ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ข้าว มะพร้าว ทุเรียน และมังคุด ดังนั้นกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงแนะนำให้เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงเพาะปลูกของท่านในช่วงฤดูแล้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชเข้าทำลายจนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง 1) มันสำปะหลัง ศัตรูพืชในช่วงฤดูแล้งที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ไรแดง และโรคใบด่างมันสำปะหลังที่มีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะนำโรค ซึ่งจะทำให้ต้นมันสำปะหลังมีการเจริญเติบโตต่ำ ให้ผลผลิตได้ไม่เต็มที่หรือด้อยคุณภาพ หรือต้นมันสำปะหลังอาจตายได้ เกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจแปลงมันสำปะหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใบและยอด จะมีอาการผิดปกติ เช่น ใบและยอดหงิกงอ เป็นต้น 2) อ้อย ควรเฝ้าระวังหนอนกออ้อย ด้วงหนวดยาว และจักจั่น เกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจไร่อ้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณโคนต้นระดับผิวดิน และบริเวณยอด จะมีอาการผิดปกติ เช่น มีรอยเจาะ ตาอ้อยแตกหน่อใหม่ด้านข้าง แตกยอดพุ่ม หักล้ม หรือแห้งตาย เป็นต้น 3) ข้าวโพด ควรเฝ้าระวังหนอนเจาะลำต้นข้าว
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามนโยบาย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากการประชุมหารือมาตรการนำเข้ามะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ด้านการผลิต ราคา การตลาด การนำเข้ากะทิ มะพร้าวแก่ปอกเปลือกจากต่างประเทศ ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว และตัวแทนเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวของไทย จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศโดยเคร่งครัด โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษพญานาคราช ที่ทำงานบูรณาการตรวจ ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมศุลกากร ตำรวจ ทหาร มหาดไทย และหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ โดยเฉพาะด่านตรวจพืช กรมวิชาการเกษตร ที่ต้องคุมเข้ม ควบคุมป้องกันการนำเข้ามะพร้าวในโควตา และนอกโควตา รวมถึงการเฝ้าระวังแมลงศัตรูพืชและการงอกของมะพร้าว โดยทำการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด ทำการเปิดตรวจตู้ 100% ทุกชิปเม้นท์ หากพบแมลงศัตรูพืช หรือการงอก ให้ดำเนินการส่งกลับหรือเผาทำลายทันทีทั้งชิปเม้นท์ พร้อมขยายผลตรวจเข้มสินค้าเกษตรอื่นๆ แนวชาย
ระยะนี้อากาศเย็นลงและมีฝนตกบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกทานตะวันเฝ้าระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยจักจั่นฝ้าย สามารถพบได้ในระยะต้นกล้า โดยจะพบการเข้าทำลายของตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเข้าทำลายพืชด้วยการดูดน้ำเลี้ยงจากใบทานตะวัน ขณะเดียวกัน แมลงจะปล่อยสารพิษเข้าไปในใบพืช ทำให้ขอบใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้และงอลง ซึ่งอาการดังกล่าวเรียกว่า hopper burn หากระบาดรุนแรง ใบทานตะวันจะเหี่ยวแห้งและร่วงไปในที่สุด กรณีที่พบการเข้าทำลายในระยะต้นกล้าจะส่งผลทำให้ต้นทานตะวันชะงักการเจริญเติบโตและต้นแคระแกร็นไม่เจริญเติบโต แนวทางการป้องกันและกำจัดเพลี้ยจักจั่นฝ้ายในต้นทานตะวัน เกษตรกรควรหมั่นสุ่มสำรวจต้นทานตะวันทุกสัปดาห์ หากพบตัวอ่อนเพลี้ยจักจั่นฝ้ายมากกว่า 2 ตัวต่อใบ ในระยะที่ต้นทานตะวันอายุไม่เกิน 45 วัน ให้เกษตรกรพ่นป้องกันกำจัดด้วยสารฆ่าแมลงอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไทอะมีทอกแซม 25% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอะซีทามิพริด 20% เอสพี อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารบูโพรเ
ช่วงนี้จะมีฝนตกและฝนตกหนักบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร เตือนให้เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเขียวเฝ้าระวังการเข้าทำลายของหนอนกระทู้ผัก และหนอนม้วนใบ สำหรับหนอนกระทู้ผักจะพบตัวหนอนที่ฟักออกมาจากไข่ใหม่ๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แทะผิวใบด้านล่าง โดยหนอนจะกัดกินจากขอบใบเข้าไป ทำให้เหลือแต่ผิวใบด้านบนจนมองเห็นใบโปร่งใสคล้ายร่างแห เมื่อหนอนโตขึ้นจะแยกกลุ่มออกไปกัดกินใบทั่วทั้งแปลง ส่งผลทำให้ผลผลิตถั่วเขียวลดลง หากพบการระบาด ให้เกษตรกรพ่นด้วยเชื้อไวรัสของหนอนกระทู้ผัก อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่น 1-2 ครั้ง กรณีที่พบใบถูกทำลาย 30% ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคลอร์ฟลูอาซูรอน 5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร นอกจากนี้ เกษตรกรควรเฝ้าระวังการเข้าทำลายของหนอนม้วนใบ โดยจะพบตัวหนอนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม และชักใยบางคลุมตัวไว้แล้วกัดกินผิวใบ เมื่อหนอนโตขึ้นจะกระจายกันออกไปหาใบ หรือชักใยดึงเอาใบหลายๆ ใบมาห่อรวมกัน และอาศัยกัดกินอยู่ภายในใบที่ม้วนนั้นจนหมด จากนั
กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยองค์ความรู้เรื่อง “คู่มือสำหรับเกษตรกร การผลิตฟ้าทะลายโจร” เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจนำไปปรับใช้ผลิตฟ้าทะลายโจร ให้ได้ผลผลิตที่่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ภายในคู่มือประกอบด้วย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ฟ้าทะลายโจร สารสำคัญในฟ้าทะลายโจร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี สำหรับพืช 1. โรคพืชสำคัญของฟ้าทะลายโจร โดยทั่วไป ต้นฟ้าทะลายโจรที่มีอายุ 2-3 เดือน ไม่ค่อยพบการระบาดของโรค แต่จะพบโรคมากในช่วงออกดอกจนถึงติดฝัก ซึ่งเป็นโรคที่พบมาก มีดังนี้ 1.1 โรคโคนเน่าและรากเน่า เชื้อสาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Phytohpthora sp. ลักษณะอาการ ต้นเริ่มเหี่ยว เหลือง ใบร่วง โคนต้นมีอาการเน่าและต้นตาย มักพบการแพร่ระบาดมากในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม แนวทางป้องกันกำจัดโรค ต้องใช้เชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma harzianum อัตราตามคำแนะนำหรือหากรุนแรงมากให้ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราเมทาแลกซิล ราดตามคำแนะนำในฉลาก 1.2 โรคแอนแทรกโนส เชื้อสาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Collectotrichum sp. ลักษณะอาการ ใบของฟ้าทะลายโจรจะมีจุดแผลแห้งเล็กๆ สีน้ำตาลและขยายเป็นงวงซ้อนกันเป็นชั้น การป้องกันกำจัด เมื่อพบให้ถอนทิ้งและโรย
กรมวิชาการเกษตรโชว์งานวิจัยใหม่ “ผลิตชีวภัณฑ์ราเขียวเมตาไรเซียมแบบอัดเม็ด ” สะดวกพร้อมใช้ปราบด้วงแรดศัตรูร้ายทำลายมะพร้าว คุณภาพดีกว่าใช้เชื้อสด แถมสลายตัวได้ง่าย อายุเก็บรักษานานข้ามปี นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ราเขียวเมตาไรเซียมเป็นจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด ปัจจุบันสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ได้คัดเลือกราเขียวเมตาไรเซียมสายพันธุ์ DOA-M5 ที่มีความจำเพาะเจาะจงในการเข้าทำลายด้วงแรด ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญในมะพร้าวและพืชตระกูลปาล์ม โดยราเขียวสามารถทำลายด้วงแรดได้ทั้งในระยะตัวหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย โดยที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ราเขียวเมตาไรเซียมในรูปแบบเชื้อสดที่เลี้ยงในธัญพืช ซึ่งสามารถเลี้ยงขยายได้ง่าย แต่มีข้อเสียเรื่องระยะเวลาในการเก็บรักษาซึ่งไม่สามารถเก็บเชื้อไว้ได้นาน และไม่สามารถควบคุมคุณภาพของเชื้อได้ เนื่องจากการเก็บรักษาเชื้อจำเป็นต้องเก็บในที่เย็นเพื่อรักษาประสิทธิภาพของเชื้อ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาและต่อยอดงานวิจัยดังกล่าว สำนักวิจัยพัฒนาการอารั
คุณสมภพ ลุนาบุตร เจ้าของ “สวนรวมใจ” บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 9 บ้านน้อยพัฒนา ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โทร. (087) 248-2928 เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นลูกจ้าง ได้ทำงานรับจ้างบริษัทมาหลายที่ แต่ด้วยชอบการทำการเกษตรก็เกิดสนใจการปลูกอินทผลัมขึ้นมา ด้วยเป็นพืชใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจมากชนิดหนึ่งและปลูกได้ผลในบ้านเราช่วงที่ผ่านมา ได้อ่านและเห็นตัวอย่างเกษตรกรท่านอื่นปลูกและได้ผลจริง จึงมีความสนใจมากขึ้นในเรื่องอินทผลัม ประกอบกับพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ตั้งใจไว้ทำสวน ขึ้นชื่อว่าดินมีสภาพแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ ดินเป็นทราย ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล อากาศลมพัดผ่าน ดินแดนที่ไม่มีต้นไม้ ไม่มีป่าไม้ ที่ใครต่อใครกล่าวเล่าขานตำนานพื้นที่แห่งนี้ว่าแห้งแล้ง คุณสมภพ จึงปลูกพืชทะเลทรายอย่างอินทผลัม เปลี่ยนจากนาข้าวมาทดลองปลูกอินทผลัมท่ามกลางว่าจะไปรอดหรือไม่ กับพืชตัวใหม่ในทุ่งกุลาร้องไห้แห่งนี้ คุณสมภพ จึงอยากลองเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ บ้าง และมีพี่น้องในเขตพื้นที่นี้บางรายก็หันไปปลูกยางพารากันบ้างแล้ว ผมก็เลยอยากปลูกอะไรที่แตกต่างออกไป คุณสมภพเริ่มต้นเล่า มีช่วง ปี 2548 ผมได้ดูข่าวสวนอิ
กรมวิชาการเกษตร เตรียมพร้อมเฝ้าระวังหนอนกระทู้ fall armyworm ระบาดข้ามพรหมแดน หลังพบเข้าเอเชียโผล่ที่อินเดียแล้ว ล่าสุดพบอยู่ห่างชายแดนไทยประมาณ 1,200 กิโลเมตร ชี้เป็นแมลงที่บินได้ไกล ขยายพันธุ์เร็ว พืชอาหารมากกว่า 80 ชนิด เจาะข้าวโพดเป็นพืชหลัก เคลียร์พื้นที่ปลูกข้าวโพดพร้อมสร้างการรับรู้สู่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐและเกษตรกร นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยได้รับการแจ้งเตือนจาก FAO เรื่องการระบาดของหนอนกระทู้ fall armyworm ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญของข้าวโพดเดิมพบระบาดในพื้นที่เขตร้อนและพื้นที่เขตกึ่งร้อนของทวีปอเมริกา และมีรายงานการระบาดครั้งแรกในภาคกลางและภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกาในช่วงต้นปี 2559 จากนั้นได้แพร่กระจายออกไปและเกิดการระบาดในหลายประเทศเกือบทั่วทวีปแอฟริกา ส่วนในทวีปเอเชียมีรายงานพบการระบาดครั้งแรกในปี 2561 นี้โดยพบทำลายข้าวโพดในพื้นที่ Chikkaballapur, Karnataka ของประเทศอินเดีย กรมวิชาการเกษตรในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรอารักขาพืชแห่งชาติตามอนุสัญญาว่าด้วยการอารักขาพืชระหว่างประเทศมีหน้าที่ป้องกันมิให้ศัตรูพืชจากต่าง
