แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
“สวนนงนุชพัทยา” ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวบรวมพืชพันธุ์เขตร้อนที่งดงาม มีสวนสวย (Beautiful Garden) ประเภทสวนกระบองเพชร สวนลอยฟ้า สวนสับปะรดสี สวนปาล์มโลก สวนปรง สวนเฟื่องฟ้า สวนเฮลิโคเนีย ฯลฯ ภายในสวนตระการตาไปด้วยดอกไม้ประดับกว่าร้อยชนิด จนได้รับความนิยมระดับแนวหน้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และระดับโลก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมวันละกว่า 5,000 คน นอกจากจะเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนในท้องถิ่นแล้ว สวนนงนุชพัทยา ยังเปรียบเสมือนแม่เหล็กตัวใหญ่ที่ดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้ปีละมหาศาล คุณพานิชย์ ยศปัญญา บรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน นำทีมผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์พิเศษ คุณโต้ง หรือ คุณกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการสร้างอาณาจักรพรรณไม้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เปรียบเสมือน “สวรรค์บนดิน” สำหรับคนรักธรรมชาติ และ ติด 1 ใน 10 “สวนพฤกษศาสตร์” ที่สวยที่สุดของโลกในวันนี้ พื้นฐานครอบครัวตันสัจจา คุณโต้ง เล่าว่า ครอบครัวผมทำกิจการโรงภาพยนตร์มาก่อน ที่รู้จักกันดี ได้แก่ สกาล่า สยาม ลิโด้ เ
สวนนงนุชพัทยา 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก ไม่หวั่นพิษเศรษฐกิจขาลง ยังคงเดินหน้าลงทุนพัฒนาสวนสวยแห่งใหม่อย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง เช่น สนามฝึกสอนมวยไทยเพื่อการศึกษา, สวนโชว์ตระกูลไม้ภายใน, ตัวอย่างหินในประเทศไทย, โรงเรือนวิจัยและพัฒนากัญชงและกัญชา, พิพิธภัณฑ์หัวโขน และโครงการก่อสร้างไดโนเสาร์ตัวใหญ่ที่สุดในโลก ฯลฯ เนิร์สเซอรี่สวนบอนไซ หนึ่งในสวนสวย ที่สวนนงนุชพัทยา ภาคภูมิใจนำเสนอคือ เนิร์สเซอรี่สวนบอนไซ ที่สวนนงนุชพัทยาใช้เวลาดูแลรักษามานานกว่า 15 ปี ได้อวดโฉมสวนสวยรูปแบบใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการปลูกบอนไซของนักท่องเที่ยวต่อไป “เนิร์สเซอรี่สวนบอนไซ” เป็นงานหัตถศิลป์ที่ต้องใช้ความทะนุถนอมและการเฝ้ามองดูการเจริญเติบโตของกิ่งก้าน และรูปทรงต่างๆ ทั้งใบและราก พร้อมการดัดการจัดให้เกิดขึ้นตามจินตนาการเพื่อให้ได้รูปแบบที่สวยงาม ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ สวนนงนุชพัทยา “ทำได้” เกินกว่า คำว่า “อัศจรรย์” โซนสวนสวยแห่งใหม่นี้ เป็นส่วนขยายเพิ่มบนเส้นทางนั่งรถชมวิวเท่านั้นถึงจะเห็น ซึ่งเป็นสวนเดียวในโลกที่สามารถนั่งรถชมวิว ชมเนิร์สเซอรี่ต้นไม้ต่างๆ ในสวนได้ ซึ่งมีระยะทางไป-กลับ เกือบ 7 กิโลเมตร รับรองว่าสวยง
หากพูดถึงผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง เจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย อย่าง อินทผลัม และได้เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อวงการผลไม้ในประเทศไทยได้ประมาณ กว่า 10 ปีแล้ว เกษตรกรมากมายต่างให้ความสนใจเนื่องจากเป็นพืชกระแสมาแรงในขณะนั้น อีกทั้งมีราคาที่หอมหวาน กิโลละไม่ต่ำกว่า 600-700 บาท นำไปสู่การสร้างรายได้ให้ผู้ปลูกเป็นอย่างดี ผู้ปลูกอินทผลัมในระยะแรกยังมีไม่มาก แต่เมื่อภายหลังตลาดเริ่มมีความชัดเจนขึ้นและมีราคาขายที่ไม่สู้ดีนัก จึงเป็นเหตุให้เกษตรกรหลายรายต่างหันมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจเพิ่มเติม จากแทนที่จะเป็นสวนอินทผลัมเพียงอย่างเดียว ก็ปรับปรุงทำให้เป็นสวนผสมผสาน กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปในตัวเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่จากนักท่องเที่ยว คุณภีมพัฒน์ ภาณุพลเพชรรัตน์ หรือ พี่แจ็ค เจ้าของ เทพสถิต สวนอินทผลัม ตั้งอยู่เลขที่ 212 หมู่ที่ 12 ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ อดีตทำธุรกิจทัวร์ ผันตัวเองเป็นเกษตรกรทำสวนผสมผสานบนพื้นที่ 16 ไร่ โดยมีอินทผลัมเป็นพืชหลัก สร้างรายได้จำนวน 150 ต้น และปลูกไม้ผลผสมผสาน เพื่อสร้างความหล
เขตทุ่งครุ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “บางมด” นอกจากมีส้มบางมดที่เลื่องชื่อ เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในย่านนี้แล้ว เขตทุ่งครุ ยังมีของดีที่ขึ้นชื่อไม่แพ้ส้มบางมดอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือ “แพะ” ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ชาวชุมชนทุ่งครุนิยมเลี้ยง เนื่องจากในพื้นที่แห่งนี้ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ซึ่งหลักศาสนาอิสลามมีความเชื่อว่า เด็กที่เกิดใหม่ต้องจัดพิธีรับขวัญโดยแจกทานเนื้อแพะ เกษตรกรในเขตทุ่งครุจึงนิยมเลี้ยงทั้งแพะนมและแพะเนื้อเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยจำหน่ายแพะและน้ำนมแพะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนนี้อย่างมาก เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในซอยพุทธบูชา 36 เขตทุ่งครุ ได้รวมตัวกันตั้งเป็น “กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ให้แก่ผู้สนใจอาชีพเลี้ยงแพะ การพัฒนาสายพันธุ์แพะ รวมถึงการจัดจำหน่าย ต่อมาในปี 2554 ได้มีการรวมกลุ่มสมาชิก 35 คน ในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ เพื่อพัฒนาและต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะอีกหลายชนิด เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิว นมแพะพาสเจอไรซ์ โยเกิร์ตนมแพะ คุกกี้นมแพะ และทองม
“อินทผลัม” เป็นหนึ่งในผลไม้ทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ราคาขายผลสด 400-500 บาท ต่อกิโลกรัม อินทผลัมแม้เป็นไม้ผลต่างถิ่นที่นำเข้ามาปลูกในไทย แต่เกษตรกรไทยมีฝีมือด้านการปลูก สามารถปรับการปลูกให้มีผลผลิตที่มีคุณภาพได้ไม่ยาก ซึ่ง “คุณครองจักร งามมีศรี” เป็นหนึ่งในเกษตรกรคนเก่ง ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการผลผลิตอินทผลัมได้เป็นอย่างดี และสำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรีคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2564 ของจังหวัดลพบุรี ครูเกษียณ สนใจปลูกอินทผลัม คุณครองจักร งามมีศรี เป็นอดีตข้าราชการครู ที่เกษียณอายุเมื่อปี พ.ศ. 2555 เนื่องจากมีนิสัยรักการปลูกต้นไม้ จึงสนใจปลูกไม้ยืนต้นเพื่อสร้างป่าให้กับชุมชน บนพื้นที่ 58 ไร่ แต่ด้วยประสบการณ์ด้านการปลูกต้นไม้มีน้อย ทำให้ต้นไม้ที่ปลูกตายไปประมาณ 50% ต่อมาปี พ.ศ. 2556 ลูกชายซื้ออินทผลัมผลสดจากประเทศบาห์เรนมาให้ลองรับประทาน ก็รู้สึกติดใจในรสชาติและประโยชน์ของอินทผลัม คุณครูครองจักรจึงได้ทดลองนำเมล็ดไปเพาะในกระถาง ปรากฏว่าเมล็ดสามารถงอกได้ จึงสนใจศึกษาการปลูกอินทผลัมอย่างจริงจัง ปี พ.ศ. 2557 คุณครูคร
อินทผลัม คุณภาพดี หลากหลายสายพันธุ์ ปัจจุบันถือเป็นของดีอย่างหนึ่งอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ของ คุณครองจักร งามมีศรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลชอนสารเดช จังหวัดลพบุรี และเป็นเจ้าของ “สวนอินทผาลัมชอนสารเดช” ตั้งอยู่บ้านเลขที่ เลขที่ 96/1 หมู่ที่ 4 บ้านชอนสารเดช ตำบลชอนสารเดช อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี โทร. (085) 909-7445, (099) 275-6444 คุณครองจักร เริ่มต้นปลูกอินทผลัมโดยนำเมล็ดที่ซื้อผลมาจากต่างประเทศ เพื่อรับประทานไปปลูกในกระถางต้นชวนชม ปรากฏว่า ผ่านไปเดือนกว่ามีการงอกของเมล็ด จึงนำไปปลูกในแปลง ผ่านไป 1 ปีต้นอินทผลัมเจริญเติบโตดี เลยสนใจและหันมาศึกษาเรื่องการปลูกเพิ่มเติม จนทราบว่าการปลูกจากเมล็ดใช้เวลานานกว่าจะได้ผลผลิต เลยตัดสินใจสั่งพันธุ์เนื้อเยื่อจากต่างประเทศมาปลูก จนเต็มเนื้อที่กว่า 20 ไร่ โดยปลูกอินทผลัมจำนวน 500 ต้น ก่อนหน้านี้ คุณครองจักรปลูกไม้ผลหลายชนิดแต่กลับยืนต้นตาย ทั้งๆ ที่มีระบบน้ำหยดทุกต้น เนื่องจากสวนแห่งนี้ มีหน้าดินตื้นแค่ 50 เซนติเมตร ลึกลงไปเป็นดินขาว เป็นเม็ดกรวดและเป็นดินดานแข็ง รากพืชไม่สามารถแทงลงไปได้ แต่อินทผลัมเป็นไม้ผลชนิดเ
รสชาติอันแสนนุ่มนวลละมุนลิ้นและกลิ่นอันหอมหวานที่แฝงไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้เองที่ทำให้ “กาแฟขี้ชะมด” กลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมีความต้องการอย่างสูงสุดในตลาดกาแฟทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเรา ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ธุรกิจกาแฟขี้ชะมดถูกนำเสนอในเชิงลบเนื่องจากฟาร์มแบบปิดเลี้ยงดูแบบทารุณกรรมสัตว์ บังคับให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ทานได้เพียงแค่ผลกาแฟจนทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารและเจ็บป่วยล้มตายในที่สุด ทำให้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของอังกฤษอย่างเซลฟริดจ์สประกาศยกเลิกการจำหน่ายกาแฟขี้ชะมดที่ถูกส่งมาจากฟาร์มแบบปิด ทางสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ( WSPA ) จึงรณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อแต่กาแฟขี้ชะมดที่มาจากตามธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งเป็นนโยบายเดียวกับกาแฟขี้ชะมดแบรนด์ไทย อย่าง Blue gold ฟาร์มชะมดระบบเปิดรายใหญ่แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่เลี้ยงดูชะมดในระบบนิเวศแบบเปิด ทำให้ชะมดใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ สามารถเลือกอาหารได้ด้วยตัวเอง ฟาร์ม Blue gold ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครพนม มีเนื้อที่ 100 ไร่ มีชะมด 300 ตัว เลี้ยงดูในฟาร์มระบบนิเวศแบบเปิด ไม่มีการกักขัง ชะมดสามารถเดินไปไหนมาไหนก็ได้ ปืนป่ายต้นไม้ตามใจชอบ สา
สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” นำพื้นที่ 14 ไร่ ภายในสำนักงาน ปลูกป่าแบบผสมผสานกับพืชผัก เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวใจกลาง จังหวัดระยอง เผยอนาคตจะเป็นแหล่งพักผ่อนเชิงเกษตรแบบผสมผสานระหว่างป่าปลูกกับพืชผัก เมื่อเร็วๆ นี้ นายดำรงฤทธิ์ หลอดคำ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง นำคณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น ณ บริเวณพื้นที่แปลงเกษตรด้านหลังภายในสำนักงาน โดยมีเป้าหมายการปลูก จำนวนกว่า 1,400 ต้น เพื่อคืนผืนป่าให้กับแผ่นดิน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในสำนักงาน ให้มีอากาศบริสุทธิ์ ด้วยวิธีดูแลบ้านด้วยธรรมชาติ โครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” ทางคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายพิชัย วงษ์บัวงาม เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายให้ นางพิมพา ดวงประชา หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ นางสาวพรพรรณ นุชโพธิ์พันธุ์ นักวิชาการ ส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และ นายสมรักษ์ สื่อสกุล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ร่วมลงพื้นที่ติดตามงานและจัดเก็บข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อการส่งเสริมและพัฒนางานท่องเที่ยววิถีเกษตร ประจำปี พ.ศ. 2563 ณ ไม้เค็ดโฮมสเตย์ ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับคำแนะนำให้จัดเก็บข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ สำหรับนำไปปรับใช้ตามสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ในโอกาสนี้ นายหอม เกษรศิริ เกษตรอำเภอเมืองปราจีนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ฯ ให้การต้อนรับและลงพื้นที่ติดตามงานดังกล่าว โดยแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรตำบลไม้เค็ด เกิดจากการรวมตัวกันของเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ปรับปรุงบ้านให้เป็นที่รับรองนักท่องเที่ยว สำหรับเรียนรู้วิถีชีวิตชาวสวนปราจีนบุรี ซึ่งไม้เค็ดโฮมสเตย์นี้ เป็นที่พักและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ท่ามกลางบรรยากาศสวนผลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะทุเรียน GI และแปลงดอกหน้าวัว ควบคุมด้วย SMART FARM และมีกิจกรรม อาทิ ปั่นจักรยานชมสวนและ
เพื่อตอบสนองความต้องการกลุ่มครอบครัว ที่มองหากิจกรรมท่องเที่ยว และเรียนรู้ใกล้ๆ กรุง หมู่บ้านปฐม หรือ Patom Organic Village ในสวนสามพราน ซึ่งมีกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้และการท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความเพลิดเพลิน สร้างแรงบันดาลใจ จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยจัดโปรโมชั่นพิเศษ มอบส่วนลดค่าบัตรผ่านประตูและค่าบัตรกิจกรรม 50% สำหรับลูกค้าที่ซื้อใน Line Add @patom ขณะที่ด้านมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 การรักษาระยะห่าง มีครบทุกจุด ตั้งแต่บริเวณทางเข้าจนถึงโซนกิจกรรม นายอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สวนสามพราน เปิดเผยว่า จากพื้นฐานความตั้งใจให้หมู่บ้านปฐม ได้สร้างแรงบันดาลใจการเรียนรู้ ซึมซับ วิถีการกิน-อยู่ และการดูแลสุขภาพ เชื่อมั่นว่า จะได้รับความสนใจจากกลุ่มครอบครัวที่วันนี้หันมาใส่กับความปลอดภัย อาหาร วิถีชีวิตเรียบง่าย ความพอเพียงรวมถึงต้องการมีพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมกัน ซึ่งหมู่บ้านปฐมมีรูปแบบกิจกรรมที่สอดรับความต้องการเหล่านี้ อยู่แล้ว โดยเฉพาะกิจกรรมเวิร์คช้อปตามเส้นทางวัตถุดิบ ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยได้สนุกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ และมี
