แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
เจียไต๋ ตอกย้ำผู้นำด้านเกษตรกรรมยุค 4.0 จัดเทศกาล “เจียไต๋ แฟร์ 2018 FARMNIVAL…ฟาร์มนี้ ว้าว!” แบ่งปันความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร โชว์ความมหัศจรรย์ของพันธุ์ผักและดอกไม้นานาพันธุ์ ณ ชนม์เจริญฟาร์ม ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี คุณมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจเมล็ดพันธุ์ปุ๋ยและอารักขาพืช กลุ่มบริษัท เจียไต๋ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงานเจียไต๋แฟร์ ติดต่อเป็น ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด “เจียไต๋ แฟร์ 2018 FARMNIVAL..ฟาร์มนี้ ว้าว!” เพื่อแบ่งปันความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร โชว์ความมหัศจรรย์ของพันธุ์ผักและดอกไม้นานาพันธุ์ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 13 มกราคม 2562 ณ ชนม์เจริญฟาร์ม ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี การจัดงานครั้งนี้เจียไต๋เน้นนำเสนอองค์ความรู้ เทคโนโลยีการเพาะปลูก โชว์ศักยภาพผู้นำตลาดเมล็ดพันธุ์ของเจียไต๋ ให้กับคนไทยและนานาชาติกว่า 50 ประเทศ ผู้เข้าชมงานจะได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลอดระยะเวลา 22 วัน ของการจัดงาน เจียไต๋คาดหวังว่า ผู้เข้าชมงาน จะได้ไอเดียการเพาะปลูกพืชของเจียไต๋ไปปรับใช้กับการทำการเกษตรของตนเอง คุณดวงพร จิราพิพัฒน
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในวันหยุดสุดสัปดาห์ก่อนจะถึงเทศกาลปีใหม่นี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียง เข้าชมความงดงามของทะเลบัวแดงกันอย่างคึกคัก ที่เกิดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ ภายในหนองเลิง หนองน้ำสาธารณะซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านสันติสุข หมู่ 5 ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “มหัศจรรย์บัวริมบึง@ หนองเลิง” โดยในปีนี้ความน่าสนใจอยู่ที่บัวแดงกลายเป็นบัวชมพูที่มีสีสันสวยงาม โดยเทศบาลตำบลดอนหญ้านางได้จัดให้มีเรือหางยาว ไว้คอยรอรับบริการนักท่องเที่ยว นั่งเรือชมบัว ในราคาเที่ยวละ 100 บาทตลอดเส้นทาง จนนักท่องเที่ยวพอใจ เพื่อเลาะชมความสวยงาม และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือจะส่งต่อความสวยงามของบัวชมพู ที่เบ่งบานสะพรั่งไปตามสังคมออนไลน์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีนกหลากหลายชนิดที่บินวนหากินและเล่นน้ำอยู่ในหนองน้ำแห่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่เย็นสบายอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และใกล้กันยังมีสะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปในหนองน้ำกว่า 100 เมตร ถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปแห่งใหม่ที่ชาวบ้านชุมชน
ชุมชนคลองลุ ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ เป็นเกาะเล็กๆ ที่ล้อมไปด้วยป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้านและรับจ้าง เอกลักษณ์และความโดดเด่นของท้องถิ่นแห่งนี้ก็คือ ภูมิปัญญาและวิถีชีวิต ผูกพันสอดคล้องระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น การทำประมงพื้นบ้าน ภูมิปัญญาชาวบ้านในการ “สักหอย” (ชาวบ้านจะใช้ไม้แหลมกลมๆ ยาวพอมือ เดินแทงลงบนพื้นทราย การแทงลักษณะนี้ ภาษาชาวบ้านเรียกว่า“สักหอย”) มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมที่รักสันติ และเรียบง่ายการเดินทางท่องเที่ยว หาไม่ยากและไม่ไกลอย่างที่คิด “ คุณประดิษฐ์ จันทร์ทอง “ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนแห่งนี้ เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า คลองลุโฮมสเตย์ เกิดขึ้นได้ หลังจากชาวบ้านได้รับโอกาสเล่าเรียนกับ กศน. ต่อมา กศน.อำเภอเมืองกระบี่ ได้พาชาวบ้านในชุมชนไปศึกษาดูงานกิจการโฮมสเตย์ที่ บ้านบ่อเจ็ดลูก อ.ละงู ชาวบ้านก็เห็นว่า พื้นที่ดังกล่าว มีลักษณะใกล้เคียงกับชุมชนของพวกเรา จึงเกิดความคิดที่จะผลักดันให้ชุมชนของเรา เปิดกิจก
นายศิรสิทธิ์ ชลหัตถ์ Young Smart Farmer อำเภอเกาะยาว อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/2 หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำงานโรงแรมตั้งแต่พนักงานยกกระเป๋า ด้วยความขยัน และมีความพยายามจนเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมระดับห้าดาวในจังหวัดภูเก็ต เงินเดือนหลักแสน แต่ด้วยใจรักด้านการเกษตร ตอนที่ยังทำงานโรงแรมก็แบ่งเวลาทำการเกษตรและสร้างรีสอร์ตเป็นอาชีพเสริม ด้วยประสบการณ์ที่ทำงานเกี่ยวกับโรงแรมเกือบ 20 ปี โดยใช้ชื่อว่า “YAO Island Resort & FARM” โดยมีรีสอร์ต จำนวน 3 หลัง เต็นท์ จำนวน 6 หลัง และร้านอาหาร และได้ซื้อที่ดินเพิ่มเติม รวมกับที่มีอยู่เดิม ประมาณ 10 ไร่เศษ ทำกิจกรรมการเกษตร ได้แก่ ทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน นาข้าว ไม้ผล พืชผัก เลี้ยงไก่อินทรีย์ ปศุสัตว์ การทำปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น กิจกรรมในฟาร์มไม่มีการใช้สารเคมี มีการทำอาหารสัตว์เองเพื่อลดต้นทุนการผลิต การกำจัดกลิ่นปุ๋ยคอกโดยการใช้น้ำหมักชีวภาพ ได้สมัครเป็น Young Smart Farmer ของอำเภอเกาะยาว เมื่อปี 2561 และได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา เป็นเครือข
จังหวัดนครนายก โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครนายก จัดแคมเปญท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองหลัก สู่การท่องเที่ยวภายในจังหวัด ในกิจกรรมเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น ตามโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดนครนายก ใน 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านวังต้น บ้านหนองมะกอก บ้านใหม่ บ้านเกาะไม้ลาย และบ้านเนินสะอาด จากทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ. 2561 ได้มีการวางแนวคิดการพัฒนา OTOP รูปแบบใหม่ ที่จะเปลี่ยนผ่านบทบาทของรัฐในฐานะผู้ผลักดันการค้าขายสินค้า ให้เป็นเพียงผู้เกื้อหนุนชุมชนให้สามารถสร้างรายได้ตามความต้องการของชุมชน ด้วยการนำแนวคิดการพัฒนาเชิงพื้นที่โดยเน้นการพัฒนาสินค้า OTOP quadrant D เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมชน หรือที่เรียกว่า “ชุมชน ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ซึ่งแนวคิดดังกล่าว จะเป็นการสร้างรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวโดยเชื่อมเส้นทางการท่องเที่ยวภายในจังหวัด ค้นหา/ใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ แปลเป็นรายได้เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนทั้งชุมชน อีกทั้งในระยะยาวยังมุ่งหวังผลที่มากกว่าเงินทอง นั่นคือ การสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับลูกหลา
เกษตรกร 70 ราย เข้าสู่มาตรฐานออร์แกนิคไทยแลนด์ จำหน่ายผลผลิต 4,000-5,000 กิโลกรัม/เดือน “ปั้นดินดำ น้ำชุ่ม นนทบุรีเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์” ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชูผัก-ผลไม้อินทรีย์ ที่เป็นมิตรต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่เกษตรกรผู้ผ่านการอบรม ภายใต้ โครงการ “การพัฒนาการผลิตและการตลาดพืชปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่เกษตรกรผู้ผ่านการอบรม โครงการ “การพัฒนาการผลิตและการตลาดพืชปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี โดยการจ้างที่ปรึกษา (บริษัท ไบโอ-อะกริ จำกัด) จัดทำและดำเนินโครงการติดตามการทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรจากการผลิตสู่การตลาด ด้วยนวัตกรรมระบบ ICM สำหรับการผลิตพืชอินทรีย์ อย่างต่อเนื่องให้กับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 100 ราย ในพื้นที่นำร่อง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ และตำบลราษฎรนิยม อำเภอไทรน้อย โครงการนี้สามารถสร้างเกษตรกร 70 ราย ที่มีความพร้อมในการยื่นขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) แปลงผลิต และส่งมอบผลผลิตให้ก
ชื่อเสียงของ ดอยช้าง จังหวัดเชียงราย เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวว่ามีความสวยงาม อันเกิดจากความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งภูเขา น้ำตก ป่าไม้ ตลอดจนแหล่งอารยธรรมทางวัฒนธรรมของชนเผ่าชาวไทยภูเขา สร้างความหลงใหลให้แก่นักท่องเที่ยวต้องแวะเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่สภาพทางกายภาพบนดอยช้างมีความสูงชันตามลักษณะภูเขา ตลอดจนมีอากาศชุ่มชื้นจากป่าไม้ ซึ่งเอื้อต่อการปลูกไม้เมืองหนาวหลายชนิด โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์อาราบิก้าที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดี กลิ่นหอม และรสชาติเยี่ยมไม่แพ้กาแฟนอก จึงทำให้ชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านต่างๆ หันมาปลูกกาแฟขาย พร้อมกับรวมตัวกันเป็นกลุ่มผลิตกาแฟแบบครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การเก็บผลผลิต การคั่ว การส่งออก รวมถึงการขายเป็นกาแฟสำเร็จรูปอีกด้วย มีคุณภาพเทียบเท่ากาแฟต่างประเทศ จนเป็นที่ถูกใจของคอกาแฟทั้งไทยและต่างชาติ เช่นเดียวกับ คุณฐิณัฏฐา นภาจรี หรือ คุณลักกี้ คลื่นลูกใหม่ที่เข้ามาสานต่ออาชีพปลูกกาแฟซึ่งทำกันมายาวนานตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ แล้วยังสร้างเครือข่ายด้วยการรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านในพื้นที่เพื่อผลิตกาแฟแบบครบวงจร เน้นผลิตกาแฟด้วยมาตรฐาน จนได้รับการยอมรับจากตลาดลูกค้าทั้งใน/ต่างป
หลายคนมีความฝันถึงอนาคตว่าต้องการมีชีวิตแบบบ้านไร่ ทำสวน ปลูกต้นไม้ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยึดอาชีพเป็นเกษตรกร สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ สร้างรายได้ยั่งยืนและมีความสุข บนพื้นที่ของตัวเอง คุณสายสุนีย์ สุวรรณดี หรือป้าน้อย เจ้าของฟาร์มสายทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ของจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นสวนที่ปลูกมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อนสด ปลอดสารเคมี พร้อมการแปรรูปครบวงจร เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนทำตามความฝันจนประสบความสำเร็จ ป้าน้อย เล่าว่า เดิมเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเกษตร อยู่กรุงเทพฯ ก็ทำอาศัยเลี้ยงชีพด้วยธุรกิจค้าขาย แต่ความฝันของป้าน้อยคืออยากเป็นคาวเกิร์ล เพราะชอบดูหนังคาวบอยของตะวันตก เมื่อ 30 ปีก่อน จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน แถวจังหวัดสระบุรี ก่อนจะย้ายมาทำเกษตรในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาปลูกมัลเบอร์รี่ ปลอดสารเคมีแบบนี้ พื้นที่นี้ก็เคยผ่านการปลูกกระถิ่น การเลี้ยงโคนม มาก่อน แต่การเลี้ยงโคนม เป็นอาชีพที่เหนื่อยมากซึ่งก็ทำมาหลายปีกว่าจะหยุดลง แล้วหันมาปลูกมัลเบอร์รี่แทน โดยเริ่มจากมีต้นแม่พันธุ์อยู่แค่เพียง 2 ต้นเท่านั้น ซึ่งลูกสาวซื้อมาให้จากเชียงใหม่ เอามาปล
