โคนม
อธิบดีกรมปศุสัตว์ยืนยัน “น้ำนมดิบไทย” ปลอดภัยทุกหยด ภายใต้การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการผลิตทุกขั้นตอน เดินหน้าส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์นมคุณภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยถึง กระแสข่าวเรื่องน้ำนมโคที่มีการผสมสารอื่นๆ ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า “น้ำนมดิบ” ที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากกรมปศุสัตว์ ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลทุกขั้นตอน โดยกรมปศุสัตว์ร่วมมือกับสหกรณ์ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและภาคเอกชน ดูแลคุณภาพน้ำนมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ดื่มนมสดแท้ สะอาด และมีคุณค่าทางโภชนาการ กรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมและตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบในทุกระดับ เริ่มจากการดูแลสุขภาพและการเลี้ยงโคนมในฟาร์ม โดยเกษตรกรได้รับคำแนะนำและบริการวัคซีนป้องกันโรคระบาดประจำปี รวมทั้งพัฒนาโคนมพันธุ์ “ทรอปิคอลโฮลสไตล์” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของไทยที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนและแมลง แม่โคให้น้ำนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอาหารสัตว์และผลิตอาหารโคนมคุณภาพดีในประเทศ ก่อนรีดนมทุกครั้ง ได
“ปลานิล” ปลาเศรษฐกิจเลี้ยงง่าย โตเร็ว ได้รับความนิยมในทุกระดับ ปลานิลสามารถนำมาแปรรูปได้หลายประเภท ปัจจุบันมีการส่งออกปลานิลไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นิยมบริโภคปลานิลกันอย่างแพร่หลาย จุดเด่นของปลานิลอยู่ที่อัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ปริมาณปลานิลมีมากพอที่จะส่งขายตลาดพื้นบ้านและตลาดต่างประเทศ ในราคาที่ไม่สูงมากนัก ปลานิลจึงเป็นขวัญใจของคนทุกระดับ ที่จังหวัดกาญจนบุรี จากหน้าศาลากลางจังหวัดเลี้ยวซ้ายผ่านศาลจังหวัด ข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลองแล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีเลาะไปตามแม่น้ำขึ้นไปทางตะวันออกประมาณ 3 กม. จะถึงกระชังปลานิลลอยอยู่ในแม่น้ำแม่กลองเป็นจำนวนมาก จัดว่าเป็นฟาร์มปลานิลใหญ่ที่สุดของเมืองกาญจน์ และของประเทศก็ว่าได้ ฟาร์มปลานิลในกระชังเหล่านี้เป็นของ คุณเทียมศักดิ์ สง่ากชกร อดีตกำนันตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จากการเลี้ยงโคนม “กำนันเทียมศักดิ์” ผันชีวิตมาทำฟาร์มปลานิลเลี้ยงปลาในกระชังที่แม่น้ำแม่กลอง เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก “กำนันเทียมศักดิ์” เล่าถึงที่มาแต่หนหลังก่อนจะมาเลี้ยงปลานิลในกระชังว่า เมื่อก่อนทำฟาร์มเลี้ยงโคนม
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมนัดรวมตัว ประมาณ 200 คน เดินทางมาที่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อทวงถามค่าน้ำนมดิบจาก อ.ส.ค เนื่องจากทาง อ.ส.ค. ได้ค้างค่าน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมต่างๆ มานานแล้ว กว่า 500 ล้านบาท โดยเป็นหนี้สะสมตั้งแต่ปี 2567 อีกทั้งทาง อ.ส.ค. ได้ต่อรองขอจ่ายค่านมให้สหกรณ์เพียง 25% ของค่านมในแต่ละเดือนที่มีรอบการจ่ายภายใน 45 วัน ทำให้สหกรณ์โคนมที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง หลายสหกรณ์ต้องกู้เงินจากสถาบันอื่นมาใช้ในการดำเนินกิจการ และต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้เกิดปัญหาขาดทุน ไม่สามารถจะบริหารจัดการได้ต่อ นายประพล จอมสง่า ประธานสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ขามทะเลสอ จำกัด หนึ่งในแกนนำที่มายื่นหนังสือเรียกร้องให้ อ.ส.ค. รับเรื่องและรับทราบความต้องการของผู้เลี้ยงโคนม กล่าวว่า วันนี้พวกเรารวมตัวกันมาประมาณ 10 สหกรณ์ ซึ่งจริงๆ ความเดือดร้อนมากกว่านี้ อาทิ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ขามทะเลสอ จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ซับกระดาน จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค มิตรภาพ จำกัด และอีก 7 สหกรณ์ จำนวนคนมาร่วมชุมนุมในวันนี้ประมาณ 2
มนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งเดินหน้าพัฒนาสหกรณ์โคนม พร้อมปรับตัวให้ทันเปิดรับการค้าเสรี FTA ไทย-นิวซีแลนด์และออสเตรเลียต้นปี 68 เน้นการลดต้นทุนเลี้ยงโคนมเพื่อสู้ราคานมจากต่างประเทศ กรมส่งเสริมสหกรณ์รับลูกสนองนโยบายส่งเสริมสมาชิกโคนมใช้อาหารหยาบ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือให้สหกรณ์นำไปพัฒนาการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์นมให้หลากหลายตอบสนองความต้องการผู้บริโภคยุคปัจจุบัน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความห่วงใยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ ถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ภายหลังจากที่ประเทศไทยได้ทำข้อตกลงเปิดการค้าเสรี (FTA) ไทย–ออสเตรเลีย และไทย–นิวซีแลนด์ ซึ่งจะมีผลเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 นี้ โดยประเทศไทยจะลดภาษีเป็น 0 % สำหรับการนำเข้านมดิบ นมผงขาดมันเนย และเครื่องดื่มประเภทนม/นม UHT จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อาจส่งผลทำให้สินค้านมจากต่างประเทศไหลเข้าประเทศไทยจำนวนมาก และส่งผลต่ออุตสาหกรรมนมในประเทศไทย และได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เน้นย้ำให้สหกรณ์โคนมทุกแห่งเ
โคนมในประเทศไทย ได้รับความนิยมในการเลี้ยงอย่างแพร่หลาย เพราะเนื่องจากผลผลิตของโคนมนั้นได้ผลตอบแทนที่ดี จึงมีเกษตรกรหลายรายที่หันมาเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี เพราะประเทศไทยของเรานั้นมีพื้นที่และสภาพอากาศที่เหมาะสมแก่การเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งในเรื่องของอาหารสัตว์ เช่น ทุ่งหญ้าที่ใช้ในการเลี้ยง ข้าวโพด มันสำปะหลัง เปลือกข้าว รำข้าว เปลือกสับปะรด ยอดอ้อย กากน้ำตาล เป็นต้น ซึ่งมีราคาจำหน่ายที่ถูก สามารถใช้แทนกันได้ หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งจำหน่ายในราคาที่เพิ่มขึ้น การเลี้ยงโคนมจึงเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตผลที่ผลิตได้ เช่น แทนที่จะผลิตมันสำปะหลังเพื่อส่งออก สำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ในต่างประเทศ ก็นำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ เพื่อส่งออกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า เป็นต้น นอกจากนี้ ทางรัฐบาลก็ได้ให้การส่งเสริมทางด้านสินเชื่อการเกษตร การปรับปรุงพันธุ์สัตว์โดยการผสมเทียม การบริการสัตวแพทย์ และเกษตรกรสามารถขายน้ำนมดิบได้ในราคาประกันที่เป็นธรรม สำหรับ Cow scoring แอปพลิเ
นม เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งภายในน้ำนมประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินต่างๆ ที่ร่างกายต้องการและสามารถช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้ นอกจากนี้ นมยังมีประโยชน์ช่วยในการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากขึ้น การดื่มนมก็จะช่วยให้ลดเรื่องของการเกิดกระดูกพรุนได้ จึงทำให้ปัจจุบันมีผู้คนไม่น้อยที่ใส่ใจในสุขภาพหันมาดื่มน้ำกันมากขึ้น จึงทำให้เวลานี้มีผลิตภัณฑ์จากนมที่ออกแบบมาหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงวัยและอายุของผู้บริโภค ได้มีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับช่วงวัยมากขึ้นตามไปด้วย นมนอกจากจะให้ประโยชน์ต่อผู้บริโภคแล้ว นมยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอีกด้วย เหมือนเช่น คุณอำนวย สีหะ อยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ที่ 7 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมมาหลายสิบปี จนทำให้อาชีพเลี้ยงโคนมเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดีทีเดียว เปลี่ยนจากทำไร่ มาเลี้ยงโคนม คุณอำนวย เล่าให้ฟังว่า ภูมิลำเนาบ้านเกิดเดิมอยู่ที่จังหวัดเลย ต่อมาได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่จั
วันนี้เดินทางเข้าพื้นที่ดงแม่เผด บ้านสายป่าแดง ตำบลสะอาดไชยศรี อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่องรอยของป่าเขาลำเนาไพร ไม่มีให้เห็น เป็นพื้นที่ภาคการเกษตร อ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง ไม้ผล ไม้ยืนต้น การพัฒนาการเกษตร ข้าว พืช สัตว์ ประมง “ที่นี่เราคือศูนย์กลางการเลี้ยงโคนมแห่งแรกของเมืองน้ำดำ” คุณอชวี ชานนท์ อายุ 34 ปี อยู่หมู่ที่ 4 บ้านสายป่าแดง ตำบลสะอาดไชยศรี ฟาร์มโคนมโฮลสไตน์ฟรีเซี่ยนหรือขาวดำ 40 ตัว รีดนม 23 ตัว ลูกน้อย 4 ตัว ตัวเมีย 3 ตัว ตัวผู้ 1 ตัว สถานที่ตั้งฟาร์มนอกหมู่บ้าน มีเรือนโรงโล่ง อากาศดี ติดกับบ้าน กำนันกิตติภณ ไชยนามน แห่งบ้านสายป่าแดง มีคนดูแลฟาร์ม 3 คน คุณอ้อเอนกโคนมสายป่าแดง บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 4 ทำหน้าที่หมอประจำฟาร์ม โทร. 084-551-6863 คอยดูแลเรื่องการสัตวบาล อาหาร โรคภัยต่างๆ การจัดการการรีดนม เช้า บ่าย 2 เวลา ตัวละ 15 กิโลกรัม ต่อวัน ศูนย์กลางจำหน่ายสหกรณ์โคนมตำบลอัคคะคำ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด คุณอ้อเอนก เล่าให้ฟังว่า ลูกโคนมตัวผู้ขุนไว้ขายเป็นวัวเนื้อตัวละ 10,000 บาทขึ้นไปตามขนาด ส่วนวัวนมราคา 50,000 บาทขึ้น เป็นวัวนมคุณภาพน้ำนมดีมาก รี
โคนมเป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่นอกจากเกษตรกรผู้เลี้ยงจะรีดนมส่งจำหน่ายแล้ว ยังมีเกษตรกรอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้มีการเลี้ยงแบบซื้อมาขายไป โดยนำโคนมแรกเกิดทั้งเพศเมียและเพศผู้มาทำการเลี้ยงให้เจริญเติบโตมีอายุมากกว่า 1 ปี จากนั้นส่งจำหน่ายให้กับฟาร์มโคนมต่อไป เพราะช่วยประหยัดเวลาให้กับฟาร์มรีดนมได้ โดยโคนมเพศเมียจะส่งเข้าฟาร์มเพื่อรีดนมต่อไป ส่วนเพศผู้จะขุนจนได้น้ำหนักและจำหน่ายเป็นโคขุนพร้อมนำมาแปรรูป คุณทัตติกา ปาลี หรือ คุณตั๊กแตน อยู่บ้านเลขที่ 15/2 หมู่ที่ 1 ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเกษตรกรที่ได้แนวความคิดโดยซื้อโคนมแรกเกิดหรือโคนมที่ทางฟาร์มรีดนมไม่ต้องการเลี้ยง นำมาเลี้ยงต่อเพื่อให้ได้อายุที่ต้องการ จากนั้นจึงส่งตัวเมียจำหน่ายต่อไปให้กับฟาร์มที่ต้องการรับซื้อไปรีดนม ส่วนตัวผู้ที่ขุนจนได้ขนาดที่ต้องการจึงส่งจำหน่ายทั้งตัวหรือแปรรูปเพิ่มมูลค่าเอง คุณตั๊กแตน เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานอยู่บริษัทเอกชนเกี่ยวกับการวางแผนการตลาด เมื่อทำงานในสายงานนี้เริ่มรู้สึกอยู่ตัวว่ากำลังวนเวียนอยู่กับสิ่งเดิมๆ จนเกิดความเครียดสะสมและเสียสุขภาพ ทำให้เกิดความคิดที่อยากจะออกจากความเครีย
จากโจทย์ “ต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย” สู่การพัฒนาเป็นแอปพลิเคชั่น KomilO ระบบ IoT ฝีมือคนไทย โดยนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) แอปพลิเคชั่นที่ตรวจจับการเป็นสัดของโคนม ด้วยเซ็นเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ รศ.ดร.ราชวดี ศิลาพันธ์ ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ และทีมนักศึกษา โปรเจ็กต์ KomilO ได้แก่ คุณมินธร พันธ์ถาวรวงศ์ นักศึกษาปริญญาเอก คุณตรีเทพ แซ่โง้ว นักศึกษาปริญญาเอก คุณกฤษกร ลาศรี ศิษย์เก่าระดับปริญญาตรี คุณกณวรรธณ์ ผึ่งผดุง ศิษย์เก่าระดับปริญญาตรี คุณฐิติกร วังแสน นักศึกษาปริญญาโท และ คุณวรวลัญช์ ตรีทิพยะนันท์ ศิษย์เก่าระดับปริญญาตรี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ร่วมกันคิดค้นและพัฒนา แอปพลิเคชั่น KomilO เพื่อแก้ปัญหาการตรวจจับการเป็นสัตว์ของโคนม ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ด้าน รศ.ดร.ราชวดี เล่าว่า จุดเริ่มต้นของแอปพลิเคชั่น KomilO และระบบวิเคราะห์การเป็นสัดของโคนมด้วยเทคโนโลยี IoT ถูกวิจัยและสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหา “โคผสมติดยาก” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาของฟาร์มโคนม เน
จากโจทย์ “ต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย”สู่การเป็นแอปพลิเคชั่น KomilO ระบบ IoT ฝีมือคนไทย โดยนักศึกษา มจธ. ที่ตรวจจับการเป็นสัดของโคนม ด้วยเซ็นเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ รศ.ดร.ราชวดี ศิลาพันธ์ ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ ทีมนักศึกษา โปรเจ็กต์ KomilO ได้แก่ มินธร พันธ์ถาวรวงศ์ นักศึกษาปริญญาเอก ตรีเทพ แซ่โง้ว นักศึกษาปริญญาเอก กฤษกร ลาศรี ศิษย์เก่าระดับปริญญาตรี กณวรรธณ์ ผึ่งผดุง ศิษย์เก่าระดับปริญญาตรี ฐิติกร วังแสน นักศึกษาปริญญาโท และ วรวลัญช์ ตรีทิพยะนันท์ ศิษย์เก่าระดับปริญญาตรี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) แอปพลิเคชั่น KomilO และระบบวิเคราะห์การเป็นสัดของโคนมด้วยเทคโนโลยี IoT ถูกวิจัยและสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหา “โคผสมติดยาก” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาของฟาร์มโคนม เนื่องจากโคแม่พันธุ์จะไม่ผลิตน้ำนม หากไม่มีการผสมพันธุ์ ตั้งท้อง และคลอดลูกโคนม จากการสำรวจในปัจจุบันพบว่า ฟาร์มโคนมไทยส่วนใหญ่สามารถตรวจพบโคที่แสดงอาการเป็นสัดและผสมพันธุ์สำเร็จได้ไม่ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากตรวจจับสัดล่าช้าและผิดพลาด เกษตรกรจึงต้
