โคนม
องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เดินหน้าพันธกิจส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนการใช้ TMRและขยายศูนย์ผลิตอาหาร Feed Centerเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมดิบและลดต้นทุนการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกรหวังสร้าง Smart Farmer ตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยถึง แนวทางการดำเนินงานในภาคส่วนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมว่า “เนื่องจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมียุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร, เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกทั้งยังมีความประสงค์ที่จะสร้างSmart Farmerเกษตรกรที่ทำการเกษตรด้วยองค์ความรู้อย่างชาญฉลาด เพื่อที่จะเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน อ.ส.ค. เองก็มีพันธกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเ
สหกรณ์โคนมนครปฐม จำกัด จังหวัดนครปฐม ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ปี 2562 ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีจรดพนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณทลพิธีท้องสนามหลวง และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่สหกรณ์แห่งนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นสหกรณ์ดีเด่นระดับชาติ หลังจากที่เคยได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลมาแล้วในงานพระราชพิธีพืชมงคลเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าสหกรณ์แห่งนี้มีการดำเนินงานมั่นคง มีความเจริญก้าวหน้าและสามารถช่วยดูแลอาชีพให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดนครปฐมได้เป็นอย่างดี สหกรณ์โคนมนครปฐม จำกัด จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2514 แรกเริ่มจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ประเภทบริการด้วยสมาชิกแรกตั้งจำนวน 10 คน ต่อมาในปี 2539 ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเป็นสหกรณ์ประเภทการเกษตร ปัจจุบัน มี นายนายวิโรจน์ แอ่นศรี เป็นประธานสหกรณ์ฯ พร้อมคณะกรรมการ 8 ราย ร่วมบริหารสหกรณ์ภายใต้วิสัยทัศน์ “ธุรกิจครบวงจร สหกรณ์มั่นคง ซื่อตรงโปร่งใส คืนกำไรสู่สังคม” โดยสหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจหลัก 6 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจรวบรวมน้ำนมดิบ การแปรรูปผลิตภัณฑ์นม แปรรูปอาหารสัตว์ จัดหาสินค้ามาจำหน
องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้การสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรและสหกรณ์โคนมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรและสหกรณ์ฟาร์มโคนมไทย ทั้งการให้ความรู้การจัดตั้งฟาร์มโคนม การเลี้ยงโคนม การดูแลและบริหารจัดการกิจการฟาร์มโคนมแก่เกษตรกรทุกด้าน ทั้งด้านการจัดการฟาร์ม ด้านการจัดการอาหารที่เพียงพอต่อโคนมในฟาร์มของเกษตรกร รวมถึงการจัดการฟาร์ม และยังพัฒนาพันธุ์โคนมให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในประเทศไทยที่มีอากาศร้อน ในขณะเดียวกันโคนมก็ยังสามารถผลิตน้ำนมได้มากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรได้ผลผลิตน้ำนมดิบเพิ่มและทำกำไรให้แก่เกษตรกรมากขึ้น ดร. ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า การเลี้ยงโคนมให้มีกำไรสามารถทำได้โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคนม สำหรับในประเทศไทยเรื่องที่ต้องมีการปรับปรุง พัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคนม มี 3 เรื่องหลักๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการจัดการฟาร์ม คือ 1. การบริหารจัดการอาหาร 2. การบริหารจัดการฟาร์มที่ต้องควบคุมอุณหภูมิคอกพัก 3. บริหารจัดการคอกโคนมให้ปลอดโปร่ง ไม่ร้อนชื้น พื้นไม่เปียกแฉะ โดย 3 ปัจจ
เนื่องจากการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งผสมเทียมโคนมในช่วงที่ผ่านมา เกษตรกรจะมีโอกาสได้ลูกโคเพศเมียมีเพียง 50% เท่านั้น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เร่งขยายผลต่อยอดน้ำเชื้อแช่แข็ง ที่ อ.ส.ค. ผลิตได้นำเข้าสู่กระบวนการคัดเพศเมีย (Sexing Semen) ด้วยปฏิกิริยาไซโตทอกซิคซิตี้ แล้วนำไปผสมเทียมในแม่โคนมของเกษตรกรทุกภาคทั่วประเทศ ทำให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะได้ลูกโคเพศเมียเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% ถือเป็นความต้องการของผู้เลี้ยงโคนมที่จะเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ภายในฟาร์ม และเป็นโอกาสในการสร้างกำไร ปัจจุบัน พ่อพันธุ์โคนมของ อ.ส.ค. ถือว่ามีศักยภาพสูงและมีชื่อเสียงมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม มาเลเซีย และพม่า เป็นต้น อ.ส.ค. ได้ประเมินความสามารถทางพันธุกรรมโคนม โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งข้อมูล 3 แหล่ง ได้แก่ ข้อมูลสมรรถภาพการผลิต พันธุ์ประวัติ และจีโนไทป์ เพื่อประเมินค่าการผสมพันธุ์จีโนมขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งผลการประเมินพบว่า พ่อพันธุ์โคนมที่มีความสามารถทางพันธุกรรมเป็นเ
สุพิชญา ฟาร์ม ผู้เลี้ยงวัวนมรายย่อยกับความอยู่รอดที่รอท้าทาย สวัสดีครับ สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน พบกันเป็นประจำในคอลัมต์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย The challenge of smallscale farmers” ฉบับนี้ยังอยู่กับเกษตรกรรายย่อยที่คิดต่าง คิดเยอะ ทำมาก และก้าวหน้ามาก ที่ “สุพิชญา ฟาร์ม” ฉบับที่แล้วผมพาท่านไปชมธุรกิจวัวนมของ สุพิชญา ฟาร์ม กันมาแล้ว เห็นและทราบกันแล้วว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมรายย่อยนั้นยังอยู่ได้ แต่อาการก็ค่อนข้างย่ำแย่ เพราะสถานการณ์หลายอย่างบีบบังคับ วันนี้เกษตรกรรายย่อยผู้เลี้ยงวัวนมอย่าง คุณบัณฑิตย์ จองปุ๊ก เขาปรับตัวอย่างไร เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่น่ากลัวในอนาคต มีอะไรที่คุณบัณฑิตย์สร้างเอาไว้เป็นอาชีพเสริมบ้าง ตามผมไปดู ไปพบข้อคิด และไปเรียนรู้พร้อมๆ กันเลยครับ “สุพิชญา ฟาร์ม” แพะพันธุ์แท้ ทางเลือก ทางรอด พาท่านกลับมาที่ สุพิชญา ฟาร์ม ที่หมู่ 9 บ้านหนองสามพราน ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่มี คุณบัณฑิตย์ จองปุ๊ก เป็นเจ้าของ นอกจากธุรกิจวัวนมที่ผมพาท่านมาเรียนรู้ไปเมื่อ ฉบับวันที่ 1 มกราคม 2562 คุณบัณฑิตย์ เกษตรกรรายย่อยคนเก่งของเรายังมีธุรกิจอื่นๆ ที่ทำขึ้นเพื่อลดคว
หนาวนี้ เช็กอินที่มวกเหล็กกันมั้ย? ‘มวกเหล็ก’ จัดเป็นแม่เหล็กตัวเขื่อง ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปสัมผัสไอหมอกยามเช้า สูดโอโซนบริสุทธิ์ อันดับ 7 ของโลก ให้ชุ่มชื่นปอด ในอุณหภูมิเย็นสบาย ด้วยระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 150 กิโลเมตร อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จึงเป็นไฮไลต์ด้านการท่องเที่ยวของคนเมือง ที่อยากหลีกหนีความแออัดวุ่นวาย เปิดวาร์ปไปเช็กอินพักกาย ชาร์จแบต ท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติในจุดที่ไม่ไกลและเดินทางสะดวก แต่ได้ดื่มด่ำบรรยากาศเหมือนขึ้นดอย ท่องเที่ยว ‘มวกเหล็ก’ ปีนี้ ได้รับแรงหนุนอันแข็งแกร่ง โดยหอการค้าจังหวัดสระบุรี จับมือกับ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดสระบุรี (Young Entrepreneurs’ Chamber of Commerce Saraburi หรือ YEC สระบุรี) สมาคมการท่องเที่ยวสระบุรี และ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีสระบุรี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ผลักดัน อำเภอมวกเหล็ก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีดีไม่แพ้ที่อื่นๆ ทั้งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงวัฒนธรรม เรียกว่ามีของดีต้องบอกต่อ เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หอการค้าจังหวัดสระบุรี จัดทริปลั้นล้าแทรกด้วยสาระเชิงเกษตร นำคณะสื่อมวลชนสัมผัสไอหมอกยามเช้า
นายคงฤทธิ์ บัวบุญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า จ.มหาสารคาม มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือ ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย สัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญคือ โคเนื้อ และโคนม สำหรับข้าว อ้อย เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีหน่วยงานดูแลอยู่แล้ว แต่มันสำปะหลังยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลทำให้สุดท้ายประโยชน์ตกเป็นของพ่อค้าลานมันและโรงแป้ง ด้วยเหตุนี้สภาเกษตรกรจังหวัดมหาสารคามซึ่งมีการรับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรอยู่ โดยมีกลุ่มองค์กรที่ผลิตมันสำปะหลัง 8 องค์กร จาก 3 อำเภอ ได้ปรึกษาศึกษาค้นคว้าหาทิศทางในการที่จะพัฒนามันสำปะหลังอยู่เป็นปีก็ได้ข้อสรุปว่าหากจะปลูกมันสำปะหลังแล้วขายหัวมันสดไม่มีทางจะแก้ปัญหา ความยากจนได้ยังไงก็ขาดทุน ทั้งนี้ จังหวัดมหาสารคามมีสหกรณ์โคนม 2 แห่ง คือ สหกรณ์โคนมมหาสารคาม จำกัด และสหกรณ์โคนมโคกก่อ จำกัด ทั้ง 2 แห่งซื้อมันเส้นหรือมันสำปะหลังตากแห้งจากพื้นที่อื่นและต่างประเทศ จึงได้เชิญตัวแทนจากทั้ง 2 สหกรณ์ และเกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลังร่วมพูดคุยและตกลงกันว่าสหกรณ์ทั้ง 2 แห่ง จะซื้อผลผลิตมันเส้นตากแห้งจากกลุ่มเกษตรกรในจังหวัด ช่วงแรกเกษตรกรใช้วิธีขุดหัวมันมาสับแล้วตาก สหกรณ์โคนมทั้ง 2 แห่ง
อรพรรณ พงษ์วิบูลย์ หรือ คุณนัท อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 3 ตำบลซับสนุ่น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี คุณนัท สาวมวกเหล็ก วัย 27 ปี เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตสมัยเด็กว่า เกิดมาในครอบครัวเกษตรกรเลี้ยงโคนม แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจอาชีพของครอบครัวเท่าไร พ่อแม่ส่งให้เรียนก็เรียนตามปกติ ไม่ได้รู้สึกอยากที่จะมาช่วยงานตรงนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปตนเองได้เข้าเรียนระดับปริญญาตรี ก็มีเรื่องราวเข้ามาในชีวิต ติดเพื่อนเกเร ทำให้พ่อแม่เสียใจ เมื่อคิดได้จึงอยากรีบเรียนให้จบ แล้วกลับมาช่วยพ่อกับแม่พัฒนาธุรกิจของครอบครัวให้ดี เพราะตอนที่รุ่นพ่อแม่ทำ ต้องเป็นหนี้เป็นสิน น้ำนมที่ขายราคาเท่าเดิม แต่ค่าอาหารกลับมีท่าทีจะสูงขึ้นๆ ทำมาจึงไม่เหลือ หลังจากนั้น จึงใช้ความคิดและประจวบเหมาะกับความที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ค่อนข้างที่จะหัวไวเรื่องเทคโนโลยี จึงเริ่มคิดหาข้อมูล สูตรลดต้นทุนเพื่อนำมาพัฒนาครอบครัวชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น คุณนัท เล่าว่า ที่บ้านทำฟาร์มเลี้ยงโคนมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 อย่างที่บอกว่าตอนเด็กไม่ได้สนใจงานด้านนี้เลย คิดเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ไม่อยากทำงานหนัก ขลุกอยู่กับขี้วัว แต่เมื่อเวลาผ่านมาได้เรียนรู้อ
มาได้จังหวะถูกที่ถูกเวลา เมื่อภาครัฐและเอกชน คือ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกันผลิตหลักสูตร “การพัฒนาคุณภาพโคนมแห่งชาติ” ออกมาสำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นหลักสูตรกลางในการเลี้ยงโคนมของไทย หลังจากที่ก่อนหน้านั้นต่างฝ่ายต่างผลิตหลักสูตรในการเลี้ยงโคนมเพื่อใช้ในการผลิตนมของเกษตรกรในสังกัด เท่ากับว่าในอนาคต ไทยสามารถประยุกต์นำข้อดีของการเลี้ยงโคนมของประเทศเดนมาร์ก ที่ อ.ส.ค.มีความเชี่ยวชาญมานาน มาผสมกับข้อดีของการเลี้ยงโคนมของประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ฟรีสแลนด์คัมพิน่าเชี่ยวชาญ รวมทั้งด้านการบริหารจัดการฟาร์ม โรคระบาดในโคนมที่ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชี่ยวชาญได้ดียิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายเสริมความแข็งแกร่งให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทย ให้สู้กับนมผงจากต่างประเทศที่ไทยจะต้องยกเลิกการเก็บภาษีในปี 2568 จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทยกับประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ เพราะทุกวันนี้ผู้เลี้ยงโคนมของไทยลดจำนวนลงไปมาก จาก 3 หมื่นกว่ารายลงมาเหลือ 1.
องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ประกาศผลประกวดโคนมพันธุ์ดี ระดับประเทศ หวังกระตุ้นเกษตรกรเร่งพัฒนาพันธุ์ให้แกร่ง ดันอุตสาหกรรมนมไทยขึ้นแทนผู้นำอาเซียน พร้อมขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมการเลี้ยงโคนม 4.0 รองรับยุทธศาสตร์พัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม ปี 2560-2569 วางเป้ายกระดับรายได้โคนมรายย่อย ไม่ต่ำกว่า 180,000 บาท/คน/ปี นายณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เพื่อแสดงความก้าวหน้าของการปรับปรุงพันธุ์โคนมในประเทศ รวมทั้งแสดงศักยภาพด้านผลผลิตน้ำนมของแม่โคนมที่เกิดในประเทศไทย อ.ส.ค. ได้จัดให้มีการประกวดโคนมชิงถ้วยพระราชทาน ในงาน “เทศกาลโคนมแห่งชาติ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น ครั้งที่ 35 สำหรับปีนี้จัดให้มีการประกวดโคนมดีเด่น 7 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 โคนม อายุระหว่าง 12-15 เดือน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โคนม ของ นายสุภัทร์ ทองสนิท ฐิดาฟาร์ม สหกรณ์ราชาแดรี่ ประเภทที่ 2 โคนม อายุระหว่าง 15-18 เดือน รางวัลที่ 1 ได้แก่ โคนม ของ นายโยธิน ประสบการณ์ ศรีจันทร์ฟาร์ม สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด ประเภทที่ 3
