โคนม
วันที่ 19 ม.ค. นายณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยหลังพบและหารือกับกรมสรรพากร เกี่ยวกับโครงสร้างภาษีใหม่ที่จะมีผลชำระในเดือนมี.ค.2561 ว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม กำลังประสบความเดือดร้อน หลังกรมสรรพากรปรับโครงสร้างภาษีใหม่ โดยมีการจัดเก็บภาษีรายได้ผู้เลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้น จากรายได้ 100% หักรายจ่ายได้เพียง 60% จากโครงสร้างภาษีเดิมสามารถหักรายจ่ายได้ 85% และส่วนที่ต้องนำไปคำนวนเป็นฐานเสียภาษีคือ 40% รายได้ทั้งหมด จากเดิมใช้ 15% ของรายได้นำมาคำนวนภาษีรายได้ประจำปี “ประกาศโครงสร้างภาษีใหม่ของกรมสรรพากร ส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งมากกว่า 80% ของผู้เลี้ยงโคนมเป็นรายย่อย จึงได้เข้าพบ หารือกับกรมสรรพากร เพื่อหาวิธีช่วยเหลือและลดภาระให้กับเกษตรกร เบื้องต้นสรรพากรทำหนังสือเวียนไปถึงเกษตรกรทั่วประเทศ โดยให้คำแนะนำมาว่า ให้เกษตรกรรายย่อย นำใบเสร็จค่าใช้จ่าย ในฟาร์ม ค่าต้นทุนการผลิต สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถลดได้สูงสุดจุดเหลือเพียง 15% ของรายได้ทั้งหมด ตามโครงสร้างภาษีเดิม แต่กรมสรรพากรย้ำต้องมีใบเสร็จ ที่ตรวจสอบแล
กรมส่งเสริมสหกรณ์เผยความคืบหน้าโครงการธนาคารโคมนมทดแทนฝูง รับเลี้ยงลูกโครอไถ่ถอนเป็นโคสาวตามหลักวิชาการ ช่วยสมาชิกลดต้นทุน-เพิ่มราย ได้ประโยชน์แล้วกว่า 431 ราย เล็งขยายผลยกระดับสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมเป็นผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมให้สหกรณ์โคนมขนาดเล็กรวมตัว จับมือตั้งฟาร์มกลางเพื่อบริหารจัดการธุรกิจโคนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึง ความคืบหน้าจากการดำเนินโครงการธนาคารโคมนมทดแทนฝูง ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่า การจัดตั้งธนาคารโคมนมทดแทนฝูง มีเป้าหมายเพื่อทำให้สมาชิกสหกรณ์โคนมบริหารจัดการโคนมของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุนการผลิต ควบคู่กับการเพิ่มปริมาณและคุณภาพของน้ำนม ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2559 ซึ่งการเลี้ยงโคนมทดแทนฝูงดำเนินการในลักษณะฟาร์มรวมและบริหารโดยสหกรณ์ ในรูปแบบธนาคารโคมนมทดแทนทำหน้าที่รับฝาก ลูกโค – โครุ่นมาบริหารจัดการที่ฟาร์มกลางของสหกรณ์ เพื่อเลี้ยงดูตามหลักวิชาการ การให้อาหารที่เหมาะสมตามช่วงวัยของโค จนโคเติบโตเป็นโคสาวและท้องเป็นเวลา 3 เดือน จึงจะให้สมาชิกมาไถ่ถอนคืนได้ หรือขายให้แก่เกษตรกรรายอื
สภาวะอากาศผันผวนหนัก ฝนตกชุกสารพัดโรครุม ทั้งโรคปากเท้าเปื่อย เต้านมอักเสบและปอดบวมเฉียบพลันกระหน่ำโคนมตาย 10-20% ส่งผลผลิตนมดิบ 3 ไตรมาสแรกปีนี้วูบ 17% โฟร์โมสต์ปรับแผนเร่งส่งเสริมเกษตรกรหน้าใหม่-เก่าผลิตเพิ่มในปีหน้า รับมือผลผลิตทรงตัว จับมือ อ.ส.ค.-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผลิตหลักสูตรโคนมแห่งชาติแก้วิกฤตทั้งระยะสั้น-ยาว ดร. โอฬาร โชควิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศของไทยในปีนี้ ทั้งภัยแล้งช่วงต้นปี ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงโคนมในประเทศ โดยพืชอาหารสัตว์ได้รับความเสียหาย ในขณะที่เกิดฝนตกชุกตั้งแต่กลางปีเป็นต้นมา ทำให้แม่โคนมเป็นโรคเต้านมอักเสบ ส่งผลให้น้ำนมโคที่รีดได้จำนวนหนึ่งไม่สามารถนำมาบริโภคได้ ปัญหาการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อยอย่างต่อเนื่อง เพราะเกษตรกรไม่ยอมฉีดวัคซีนป้องกันพร้อมกันในระยะ 5-7 วัน เพราะกลัวแม่โคแท้งลูก และโรคปอดบวมเฉียบพลันในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ที่ทำให้แม่โคล้มตายกว่า 10-20% อันเนื่องมาจากความชื้นในอากาศสูง จึงทำให้เกษตรกรโคนมต้องคัดทิ้งแม่โ
ปัจจุบัน เกษตรกรไทยส่วนใหญ่มีอายุค่อนข้างมากและก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้การประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีประสิทธิภาพลดลง ขณะที่เยาวชนรุ่นใหม่และบุตรหลานเกษตรกรได้ให้ความสนใจเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและบันเทิงเพิ่มมากขึ้น และการสานต่ออาชีพเกษตรกรรมจากบรรพบุรุษมีแนวโน้มลดลง ซึ่งการเลี้ยงโคนมก็เป็นหนึ่งอาชีพที่กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าวเช่นกัน องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในฐานะองค์กรหลักที่มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงโคนมของไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 55 ปี ได้กำหนดแนวทางพัฒนาและสืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ให้คงอยู่จากรุ่นสู่รุ่นและมีความมั่นคงยั่งยืนสืบไป ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวถึงแนวทางพัฒนาและสืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนม ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่เกษตรกรไทยมาตั้งแต่ปี 2505 โดย อ.ส.ค.ได้สานต่อการพัฒนาอาชีพนี้พร้อมร่วมส่งเสริมพัฒนาวงการโคนม และอุตสาหกรรมนมไทยมาอย่างต่อเน
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า จากการที่ อ.ส.ค.ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงโคนมของฟาร์มโคนม ทำให้ฟาร์มเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์จากกรมปศุสัตว์ จากเดิมประมาณ 133 ไร่เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ไร่ ซึ่ง อ.ส.ค. เป็นฟาร์มที่ตั้งอยู่ที่ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี มีโคนมอินทรีย์กว่า 376 ตัว เป็นแม่โครีดนม ประมาณ 94 ตัว มีกำลังผลิตน้ำนมดิบอินทรีย์ 1,000-1,500 กิโลกรัม/วัน จากเดิมที่มีพื้นที่ฟาร์มโคนมอินทรีย์ จำนวน 134 ไร่ โคนมอินทรีย์ 45 ตัว เป็นแม่โครีดนม 23 ตัว ซึ่งผลิตน้ำนมอินทรีย์ได้วันละ 300-350 กิโลกรัมเท่านั้น การที่ฟาร์มโคนมอินทรีย์ของ อ.ส.ค. ได้รับการรับรองมาตรฐานครอบคลุมทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สามารถขยายกำลังการผลิตน้ำนมดิบอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น จึงได้นำไปแปรรูปเป็นนมพาสเจอร์ไรซ์ออร์แกนิค ตราไทย-เดนมาร์ค “มอร์แกนิค” (Morganic) ป้อนเข้าสู่ตลาดเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้รักสุขภาพและผู้ที่มีกำลังซื้อ ประกอบกับสินค
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า อ.ส.ค. การจัดแสดงองค์ความรู้และการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมไทยทั้งระบบอย่างครบวงจรในงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2560 บริเวณเชิงเขาตาแป้น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ภายใต้หัวข้อ “ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค สืบสานอาชีพพระราชทาน” โดยภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การสัมนาวิชาการเครื่องจักรกลทางการเกษตร การผลิตสู่ฟาร์มโคนมยุคใหม่ การเสนอแนวคิดแผนธุรกิจของนักเรียน นักศึกษาในการเลี้ยงโคนมอย่างยั่งยืน การประกวดโคนมประเภทต่างๆ ซึ่งด้านการดำเนินงานในปี 2560 อ.ส.ค. มุ่งหวังจะพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการเลี้ยงวัวนมในประเทศอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับกับความต้องการและแผนการส่งเสริมการดื่มนมของคนไทยที่ 20 ลิตร ต่อคน ต่อปี ในระยะเวลาภายใน 10 ปี ตามแผนของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์ บอร์ด) ทั้งนี้ อ.ส.ค. ยังได้ตั้งเป้ารายได้ในปี 2560 เติบโตขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อน มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าจะขยายตลาดส่งออกนมของประเทศไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม C
มุ่งยกระดับมาตรฐานคุณภาพน้ำนมดิบ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรโคนม และสร้างเสริมให้อาชีพการเลี้ยงโคนมมีความมั่นคงและยั่งยืน บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดทำ “หลักสูตรพัฒนาคุณภาพโคนมแห่งชาติ” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษาได้นำความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแต่ละฝ่าย รวบรวมองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ เพื่อพัฒนาหลักสูตรกลางในการส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรโคนมไทยทั่วประเทศ และยกระดับการผลิตน้ำนมโคและอุตสาหกรรมโคนม ให้ได้มาตรฐานสากล อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนของการเลี้ยง คนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน ดร.โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “นอกจากการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต หนึ่งในพันธกิจหลักของฟรีสแลนด์คัมพิน่า คือ การมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ผ่านการดำเนินโคร
นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่นาที่ไม่เหมาะสม ส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยการเลี้ยงโคเนื้อตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งมีแปลงใหญ่ปศุสัตว์ จำนวน 4 แปลง แบ่งเป็นแปลงใหญ่โคเนื้อ จำนวน 2 แปลง และแปลงใหญ่โคนมอีก จำนวน 2 แปลง การรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ลดต้นทุนการผลิต มี ปศุสัตว์อำเภอ เป็นผู้จัดการแปลง มีอาสาสมัครปศุสัตว์ มาช่วยให้ความรู้เรื่องของโรคต่างๆ การฉีดวัคซีน และให้ความรู้ในการเลี้ยงแก่เกษตรกร จะตอบโจทย์ในการเปลี่ยนอาชีพได้เป็นอย่างดี ในปี 2560 สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 6 ล้านบาท และในงบประมาณ 4 พันกว่าล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบให้กับกลุ่มจังหวัดเจริญธานีศรีโสธร แยกเป็นการส่งเสริมเลี้ยงโคเนื้อ จำนวนกว่า 100 ล้านบาท ขอเชิญชวนเกษตรกรชาวจังหวัดศรีสะเกษ ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่นาที่ไม่เหมาะสม และหันมาเลี้ยงปศุสัตว์เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
โฟร์โมสต์ร่วมสนับสนุนอาชีพ “เกษตรกรโคนม” โดยถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้สู่ฟาร์มโคนมไทยเพื่อเพิ่มคุณภาพน้ำนมโคแท้ 100% สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 60ปี บริษัทฟรีสแลนด์คัมพิน่าผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ นมโคแท้ 100% ที่เคียงคู่ครอบครัวไทยมาเป็นเวลากว่า 60 ปี ได้ร่วมพัฒนาอาชีพฟาร์มโคนมไทยและพัฒนาคุณภาพน้ำนมกับสหกรณ์โคนมที่ร่วมงานกับโฟร์โมสต์มาอย่างยาวนาน บางแห่งก็เกือบ 30 ปี เพราะการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบนั้นเป็นผลดีกับทั้งผู้บริโภค ที่จะได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพและเกษตรกรจะได้ขายน้ำนมดิบในราคาสูงขึ้นกว่ามาตรฐานทั่วไป พร้อมกันนี้โฟร์โมสต์ยังเป็นบริษัทที่รับซื้อน้ำนมโคแท้จากเกษตรกรเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์มากที่สุด ถึงปีละไม่น้อยกว่า 137 ล้านลิตร บริษัทมีความแน่วแน่ในการพัฒนาน้ำนมดิบคุณภาพร่วมกับเกษตรกร ภายใต้โครงการ ‘DDP (Dairy development program) และยังได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรโคนมมืออาชีพจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ได้รับการคัดสรรว่าเปี่ยมประสบการณ์และประสบความสำเร็จในการทำฟาร์มโคนม มาช่วยถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีต่างๆสู่เกษตรกรโคนมชาวไทย เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำนมโคแท้
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า เนื่องจากการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งผสมเทียมโคนมในปัจจุบัน โอกาสที่เกษตรกรจะได้ลูกโคเพศเมียมีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น อ.ส.ค. จึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เร่งขยายผลต่อยอดน้ำเชื้อแช่แข็งที่ อ.ส.ค. ผลิตได้ นำเข้าสู่กระบวนการคัดเพศเมีย (Sexing Semen) ด้วยปฏิกิริยาไซโตท็อกซิกซิตี้ แล้วนำไปผสมเทียมในแม่โคนมของเกษตรกรทุกภาคทั่วประเทศ ซึ่งในปี 2560 นี้ มีเป้าหมายนำร่องกว่า 3,000 โด๊ส ทำให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะได้ลูกโคเพศเมียเพิ่มสูงขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นความต้องการของผู้เลี้ยงโคนมที่จะเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ภายในฟาร์ม และเป็นโอกาสในการสร้างผลกำไร อนาคตได้ตั้งเป้าขยายผลการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งโคนมที่ผ่านการคัดเพศเมียไม่ต่ำกว่า 50,000 โด๊ส ขณะเดียวกัน อ.ส.ค. ยังได้ส่งมอบน้ำเชื้อแช่แข็งพ่อพันธุ์โคนมที่มีศักยภาพสูงของ อ.ส.ค. ให้กับราชอาณาจักรภูฏาน จำนวน 2,000 โด๊ส ให้นำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์โคนมของภูฏาน ซึ่งส่วนใหญ่เลี้ยงโคนมพันธุ์เจอร์ซี่และโคนมพันธุ์พื้นเมือง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมดิบมากข
