ไก่ชน
“ไก่เมืองเพรียว” เป็นไก่พื้นเมืองดั้งเดิมของชาวบ้านตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ที่เลี้ยงกันไว้ตามบ้านเรือนแบบปล่อยตามธรรมชาติ ต่างคนต่างเลี้ยงไม่มีรูปแบบการเลี้ยงที่ชัดเจน จนเมื่อเกิดการรวมกลุ่มกันของสมาชิกในชื่อเกษตรกรเลี้ยงไก่พื้นเมืองบ้านเขาขี้เหล็ก และจัดตั้งฟาร์มต้นแบบให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของสมาชิกและนำกลับไปพัฒนาไก่ของตนเอง จึงส่งเสริมให้มีการเลี้ยงไก่เชิงพาณิชย์ โดยได้รับการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์จากทางปศุสัตว์ การเลี้ยงไก่พื้นเมืองชนิดนี้สมาชิกกลุ่มจะรวมกันผลิต ผสมอาหารเองจากวัตถุดิบในท้องถิ่นปลอดจากสารเคมีทุกอย่างและแจกจ่ายให้สมาชิกนำกลับไปใช้ มีการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด (ซ้าย) คุณสมบัติ ขุนทอง รองประธานกลุ่ม กับ คุณอณัฐวิชัย ชาโพธิ์ สัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งคอย คุณสมบัติ ขุนทอง รองประธานกลุ่ม กล่าวว่า เหตุผลสำคัญของการรวมกลุ่มเพื่อต้องการให้ชาวบ้านที่เลี้ยงไก่ในแต่ละครัวเรือนมีเอกภาพที่ชัดเจน ไม่ต้องการให้เลี้ยงกันเองโดยขาดระบบจนควบคุมไม่ได้ ทั้งในเรื่องโรคระบาดหรือการกำหนดราคาขาย อย่างไรก็ตาม ลักษณะการเลี้
จะว่าไป กีฬาชนไก่ ก็ยังไม่หมดไปจากความนิยมในกีฬาพื้นบ้านของประเทศไทย แม้ว่าสภาพแวดล้อมมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วก็ตาม ยังคงมีฟาร์มไก่ชนให้เห็นกันอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ที่อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เรียกได้ว่าเป็นจังหวัดในภาคกลางที่มีความอุดมสมบูรณ์ของวิถีเกษตรกรรมมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีความเจริญรุ่งเรืองของเมืองในอดีต และแน่นอนกีฬาชนไก่ย่อมไม่หมดไปจากจังหวัดนี้ ซึ่งปัจจุบัน ระบบการส่งน้ำโดยคลองชลประทานจังหวัดอ่างทอง จัดเป็นระบบชลประทานที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย คุณสันติ จันทร์สถานนท์ หนุ่มใหญ่ รับราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง ผู้ดูแลการต่อยอดและส่งเสริมด้านการตลาดให้กับเกษตรกรหลายรายในพื้นที่ เมื่องานประจำว่างเว้นก็ใช้เวลาในวันหยุดสร้างความสุขและหารายได้เสริมให้กับอาชีพข้าราชการ โดยหยิบยกความถนัดของตนเองมาเป็นที่ตั้ง กีฬาชนไก่ ที่ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีต ยาวนานมาถึงปัจจุบัน จึงเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดมาถึงรุ่นของคุณสันติ ที่มีคุณตาเลี้ยงไก่ชนเพื่อกีฬาชนไก่ “30 ปีที่แล้วได้ครับ ที่ผมเห็นคุณต
ไก่ชนหรือไก่พื้นเมือง เป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้จากวรรณกรรมหรือเรื่องราวทางประวัติศาสต์ ซึ่งผู้คนในสังคมไทยสมัยนั้น ก็จะมีการเลี้ยงไก่ชนหรือการละเล่นที่มีไก่ชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต จนทำให้ไก่ชนยังอยู่คู่สังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน การเลี้ยงขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการเลี้ยงไปในทิศทางไหน เช่น ไว้บริโภคภายในครัวเรือน หรือเป็นไก่สวยงามใช้สำหรับชนแข่งขันเป็นเกมกีฬา จึงทำให้ไก่ชนเป็นสัตว์ปีกที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ไม่น้อย นอกจากจะเป็นมีรายได้แล้วยังสร้างความสุขกับสิ่งที่ทำอีกด้วย คุณพลภัทร โรจนวีรเดช อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เกษตรกรวัย 18 ปี เป็นผู้ที่ชื่นชอบและสนใจการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก เพราะได้เติบโตและพบเห็นการเลี้ยงไก่ชนจากญาติ จึงทำให้เขารู้สึกรักและหลงใหลจนคิดที่จะเลี้ยงอย่างจริงจังในยามว่างจากการเรียน จนสามารถทำเป็นเงินเก็บหลักหมื่นบาทต่อปีให้กับเขาได้เป็นอย่างดี สนใจเลี้ยงไก่ชน ตั้งแต่อายุ 15 ปี คุณพลภัทร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง นิสิตสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
นายกรรตภณ เกิดแจ่ม หรือคุณจุก อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่4 ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี หนุ่มเสียงเหน่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้ แต่ถ้าหากมีงานเลี่ยมพระเข้ามาก็สามารถรับทำได้ตลอด คุณจุกบอกว่าอาชีพเลี่ยมพระทำได้ไม่ยาก เพราะตนเป็นคนรักศิลปะ มีพื้นฐานด้านมาอยู่แล้วจึงมีการนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่ยาก เรื่องรายได้มีมาเรื่อยๆ หากช่วงไหนมีงานวัดก็จะมีรายได้ดีหน่อย ส่วนการเลี้ยงไก่ทำมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว เพราะมีความรักที่จะเลี้ยงไก่ และมองว่าอาชีพการเลี้ยงไก่ เป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย อาศัยเพียงใจรัก ไก่ชนสามารถสร้างรายได้ดี ถ้าหากตัวเก่งๆ สามารถขายได้ตัวละหลายหมื่นบาท เลี่ยมพระถ้าใครมาเลี่ยมเยอะก็ได้เงินเยอะ รายได้ไม่ตลอด แต่ไก่ชนสร้างรายได้ตลอด วิธีการเลี้ยง เช้ามาอาบน้ำ ให้อาหารข้าวเปลือก แล้วปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ อาจมีเสริมแคลเซียมบ้าง ให้หาหญ้ากินเองด้วย การเลี้ยงไก่ชนอาหารเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ส่วนที่สำคัญอยู่ที่ออกกำลังกาย ในทุกวันคุณจุกจะพาไก่ออกกำลังกายเหมือนนักมวย ว่ายน้ำ โยนเบาะ คล้ายๆ กับการสก็อตจั๊มพ์ ตกเย็นพาไก่ออกไปวิ่ง วิธีนี้ถือว่าเราได้ออกกำลังกายไปด้วย ขนาดโรงเร
คุณเสมอ คำทุย อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 18 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักเกี่ยวกับการทำสวนลำไย ต่อมาเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงอยากมีอาชีพเสริมที่สามารถสร้างรายได้ในช่วงที่รอลำไยออกผลผลิต จึงได้ตัดสินใจมาเลี้ยงไก่ชนเพื่อเป็นอาชีพเสริมในเวลาต่อมา “สวนเราก็ทำปนกันไป ส่วนมากจะเป็นลำไย และก็ผสมปลูกมะม่วง เชิงผสมผสานกันไป ทำแบบนี้มาหลาย 10 ปีแล้ว พอด้านสวนเริ่มลงตัว ก็เลยมาเริ่มศึกษาการเลี้ยงไก่ชน เพื่อเป็นอาชีพเสริม สรุปว่าก็พอขายได้ ทำให้มีรายได้ก็เลยเริ่มเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมเป็นเวลาต่อมา” คุณเสมอ บอก ไก่ชนที่เลี้ยงส่วนมากจะเป็นไก่พื้นเมืองที่หลากหลายสายพันธุ์ โดยจะเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีๆ มาผสมพันธุ์กันโดยนำมาขังไว้ภายในกรงที่เตรียมไว้ จากนั้นเมื่อผสมจนแม่พันธุ์เริ่มออกไข่ ก็จะให้แม่พันธุ์ฟักไข่เองจนกว่าจะได้เป็นลูกไก่ออกมา จากนั้นปล่อยให้แม่ไก่เลี้ยงลูกไปอีกสักระยะ เมื่อลูกเจริญเติบโตจนสามารถหาอาหารกินเองได้ ก็จะปล่อยให้ลูกไก่ออกหากินเองแบบปล่อยตามธรรมชาติ ไก่ก็จะเจริญเติบโตแข็งแรงได้ดีและที่สำคัญยังมีความปราดเปรียวทรงสวย โดยช่วงไหนที่มีโรคระบาดมาก
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายอนุกูล สุริยสวัสดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ได้จัดสร้างสนามชนไก่ขึ้นที่หมู่ 3 ต.หนองสามวัง นอกจากจะเป็นสนามชนไก่แล้วยังมีการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ชน ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวหนึ่งของประเทศไทยก็ว่าได้จึงได้จัดให้มีเวที หรือตลาดที่มีมาตรฐาน โดยจัดให้มีตลาดนัดไก่ชนขึ้นทุกวันอังคารในพื้นที่ อ.หนองเสือ หรืออำเภอใกล้เคียง เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบมาเลือกซื้อไก่ชน และหากใครเลี้ยงดูแลดีๆ จะมีราคาค่อนข้างสูง เฉพาะในซุ้มของเรานั้นมีให้เลือกอย่างมากมายและมีการเปรียบไก่ติดมัดจำด้วยพร้อมทั้งมีการซื้อขายตลาดนัดไก่ชน หากท่านใดสนใจไก่บ้านไก่ชนอาจจะได้ตัวดีหรือเชิงดี ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดได้ในราคาที่ไม่แพงนัก เพื่อไปพัฒนาเป็นสายพันธุ์ที่ราคาสูง สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ต่อไป
เป็นพระเอกหนุ่มอีกคนที่มีชีวิตน่าอิจฉามากๆ สำหรับ ‘น้ำ รพีภัทร’ โดยชีวิตในวันหยุดและวันว่างของพระเอกหนุ่มคนนี้จะเดินทางไปอยู่บ้านในต่างจังหวัด ซึ่งปลูกอยู่กลางทุ่งนาท่ามกลางอากาศดีๆ แถม ‘น้ำ รพีภัทร’ ยังเปิดธุรกิจฟาร์มไก่ชน ที่ตัวเองชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก จนปัจจุบันกลายเป็นเศรษฐีฟาร์มไก่ชนไปแล้ว นอกจากนี้พื้นที่รอบบ้านยังขุดบ่อเลี้ยงปลาด้วย โดยมีภรรยาคนสวย ‘มินตรา’ รวมถึงลูกชายสุดหล่อ ‘น้องโอเชี่ยน’ คอยให้กำลังใจ ถือเป็นอีกครอบครัวที่น่ารักและแสนอบอุ่น งานนี้ขอพาชอบบ้านหลังงามและฟาร์มไก่ชนของ ‘น้ำ รพีภัทร’ กันว่าจะอลังการแค่ไหน ที่มาเฟซบุ๊ก น้ำรพีภัทรฟาร์มไก่ชน
วันที่ 2 มีนาคม นายธัชชัย ศรีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ตั้งแต่ต้นปี 2560 จนถึงขณะนี้ มีการพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ และล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง H5N6 ที่ประเทศเมียนมา โดยพบในตลาดค้าสัตว์ปีก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยง และจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในขณะนี้ที่มีอุณหภูมิลดต่ำลงในหลายพื้นที่ ทำให้มีโอกาสทำให้สัตว์อ่อนแอและป่วยเป็นโรคได้ง่าย เอื้อต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีก อีกทั้ง ทางกรมปศุสัตว์ได้ส่งหนังสือด่วนขอความร่วมมือให้จังหวัดที่มีสนามชนไก่ งดการชนไก่ และให้ปิดสนามชนไก่ไปก่อนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก “จังหวัดพิษณุโลกจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่แจ้งไปยังเจ้าของสนามชนไก่ให้ปิดสนามชนไก่ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2560 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง H5N6 ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้าออกพื้นที่ และห้ามเกษตรกร
วันที่19 มกราคม 2560 สภาวะภัยแล้งและราคาข้าวตกต่ำที่ผ่านมา ทำให้นายดนัย แจ้งแสง อายุ48ปี ชาวนาหมู่ที่2 ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท ต้องขาดทุนกับการทำนาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้หันมาสร้างรายได้เสริมด้วยการเพาะเลี้ยงไก่ชนขาย โดยมีลูกค้าคือกลุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาไก่ชน ที่จะมารับซื้อไก่ถึงที่บ้าน นายดนับเปิดเผยว่าจะเริ่มเพาะเลี้ยงตั้งแต่เป็นไข่ฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบ ซึ่งไก่ชนที่เลี้ยงจะใช้ข้าวคัดพิเศษในการเลี้ยง ซึ่งเป็นข้าวที่นายดนัยปลูกเอง ซึ่งมีเคล็ดลับการปลูกข้าวเพื่อเลี้ยงไก่ชนคือ จะต้องไม่ใช้สารเคมีเพื่อให้ได้ข้าวปลอดสารพิษ ซึ่งจะทำให้ไก่มีความแข็งแรงกล้ามเนื้อและระบบภายในดีกว่าไก่ทั่วไปที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด หรือข้าวที่ปลูกโดยใช้สารเคมี สำหรับไก่ที่เพาะขายนายดนัยบอกว่าจะมี 3 รุ่นคือตั้งแต่รุ่นลูกเจี๊ยบ ที่จะขายในราคาคู่ละ1,500บาท ไก่รุ่นที่มีอายุ 6-7 เดือนราคาตัวละ 4,000-5,000บาท และไก่ชนเต็มวัยอายุ10-12เดือน ที่ผ่านการฝึกเชิงในการชนแล้วจะได้ราคาถึงตัวละกว่า10,000บาทตามการเจรจาตกลงกับผู้ซื้อ ซึ่งในแต่ละเดือนนายดนัยมีรายได้ถึงกว่า 20,000 บาท ซึ่งถือว่าดีกว่าการทำนา ทำให้ในปัจจุบันนายดนัยเริ่มลดการทำ
หลังฤดูกาลทำนา เกษตรกรชาวสุรินทร์ ต่างหันมายึดอาชีพทำฟาร์มไก่ชน สร้างรายได้หลายหมื่นบาท โดยมีการเพาะเลี้ยงไก่ชน เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะและความสามารถพิเศษในเรื่องการต่อสู้ ไก่ชนในบางท้องถิ่นจึงอาจเรียกว่า “ไก่ตี” หรือ “ไก่นักมวย” เป็นต้น นิยมเลี้ยงหลายสายพันธุ์ แต่ละตัวล้วนมีราคาแพงหลักพันจนถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว นับเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลทำนาได้เป็นอย่างดี สำหรับการเลี้ยงไก่ชนเพื่อการกีฬาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาแต่อดีต การชนไก่เป็นการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อหาตัวผู้ที่เก่ง แข็งแกร่งและสุขภาพสมบูรณ์เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วจะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาเพิ่มขึ้น 10 – 100 เท่า ของราคาไก่พื้นเมืองปกติ จึงนับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าได้อย่างดียิ่ง โดยสายพันธุ์ไก่เก่งที่นิยมเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นไก่ชนไทย ได้แก่เหลืองหางขาว ประดู่หางดำ เขียวหางดำ เทาหางขาว นกแดง นกกรดทองแดง และสายพันธุ์ลูกผสมไทย – พม่า ลูกผสมไทย-เวียดนาม (ลูกผสมไซง่อน) เป็นต้น ส่วนการจำหน่ายไก่ชนเพศผู้ที่คัดเป็นไก่เก่ง ไก่ชนที่คัดเป็นไก่ทดแทนและไก่ชนคัดทิ้ง ที่ขายเป็นไก่เก่ง โดยจะมีผลตอบแทนประมาณ 45,000 -50,000
