ไก่ชน
หากจะพูดถึง ไก่ชน หรือบางท้องที่จะเรียก ไก่ตี ทุกคนย่อมรู้จักกันดี เพราะมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ตามตำนาน การชนหรือการตีไก่ ได้บอกว่า เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในประเทศพม่า โดยเฉพาะในราชสำนัก การตีไก่จัดเป็นกีฬาชาววังกันเลย ซึ่งไก่ชนหรือไก่ตีนี้ เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง แต่จะมีความสามารถพิเศษในเรื่องของการตีหรือการต่อสู้ และที่สำคัญ การเลี้ยงไก่ชนเพื่อเอาไว้ชนหรือตี ยังถือเป็นกีฬาและเป็นมรดกวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งของไทยเราที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบัน การเลี้ยงไก่ชน หรือไก่ตี ยังเป็นที่นิยมในทุกภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ตีและเลี้ยงไว้ขายไปในคราวเดียวกัน ถึงขนาดมีการเปิดเลี้ยงกันเป็นฟาร์มก็มี และที่เรียกกันว่า ซุ้มไก่ ก็กระจัดกระจายอยู่ในทั้งภูธรและนครบาล เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะประสบผลสำเร็จจากการขายพันธุ์ลูกไก่หรือไก่แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ บางทีเจ้าของซุ้มไก่ หรือฟาร์มไก่บางรายขายแม้กระทั่งไข่ไก่ ของไก่ชนตัวเก่ง จนสามารถสร้างรายได้อย่างเหนาะๆ ก็ตกเดือนละ 50,000-100,000 บาท เหมือนกับฟาร์มไก่ชนเงินแสน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฟาร์มของหนุ่มนักสู้ ผู้ที่เลี้ยงไก่ชน
ไม้ผล ที่ทำเงินและโดดเด่นของจังหวัดอุตรดิตถ์ หรือเมืองลับแล จะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้ นอกจาก ทุเรียนพันธุ์ดี หลงลับแล และ หลินลับแล รวมถึงลองกอง ผลไม้ที่แปรเปลี่ยนจากสวนลางสาดเดิม เพราะมูลค่าการซื้อขายสูง จนทำให้พื้นที่การปลูกลองกองมากกว่าลางสาด ซึ่งอดีตเป็นผลไม้ขึ้นชื่อและเป็นหนึ่งในผลไม้ประจำจังหวัด นอกเหนือจากทุเรียนและลองกองแล้ว สัตว์เลี้ยงพื้นถิ่นที่อาจไม่ขึ้นชื่อนัก แต่เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยม และทำรายได้ให้กับผู้เลี้ยงอย่างน่าเอาแบบอย่างคือ ไก่ชนสายพันธุ์ดี ที่มีชื่อเรียกว่า “ป่าก๋อย” แรกได้ยินชื่อ ป่าก๋อย เหมือนไม่คุ้นหู เพราะเข้าใจว่าเป็นชื่อของสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่แท้ที่จริงเป็นชื่อเรียกไก่ชนไทยสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้วไก่ชนป่าก๋อย เป็นไก่ที่มีแหล่งกำเนิดที่จังหวัดลำพูน บ้างเรียกว่าไก่ป่าก๋อย หรือไก่เหล่าป่าก๋อย คุณวันเพ็ญ มีทอง สาวใหญ่วัย 41 ปี เจ้าของโรงเรือนเลี้ยงไก่ชนป่าก๋อย ผู้มีพื้นเพเป็นชาวอุตรดิตถ์โดยกำเนิด และยึดอาชีพเกษตรกรรมมานับตั้งแต่จำความได้ โดยปลูกทุเรียน ลางสาด ลองกอง เงาะ เป็นหลัก ส่วนไก่ชนป่าก๋อย ถือเป็นอาชีพเสริมเพิ่มมาภายหลัง แม้ปัจจุบันไก่ชนป่าก๋อยจะ
