ไก่ไข่
คุณวนิดา ศรีราเพ็ญ หรือ พี่กานต์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นครศรีธรรมราช ที่อยู่ 39 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช อดีตพยาบาลสาวผันตัวเป็นเกษตรกรทำเกษตรผสมผสานปลูกผัก เลี้ยงไก่ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวไม่มีขัดสน พี่กานต์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า เมื่อก่อนตนเองประกอบอาชีพเป็นพยาบาล แต่เนื่องด้วยลักษณะงานที่ทำต้องมีการทำงานเป็นกะทำให้ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก จึงได้ลาออกจากงานประจำหันมาทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลลูกทั้ง 2 คน ด้วยการเริ่มต้นเป็นเกษตรกรปลูกพืชผสมผสานสร้างรายได้ แต่เมื่อถึงช่วงระยะเวลาหนึ่งก็เริ่มมีแนวคิดที่อยากจะผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง เนื่องจากที่ผ่านมาที่ฟาร์มมักจะประสบปัญหาในการซื้อปุ๋ยขี้ไก่ที่จะมีการผสมโซดาไฟลงมาด้วย ทำให้พืชผักที่ปลูกไม่โต มีอาการใบเหลือง ผลผลิตไม่มีคุณภาพ จนเกิดเป็นแนวคิดที่จะเลี้ยงไก่ไข่เพื่อผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง และนอกจากนี้ ยังมีการคิดไปถึงอนาคตไว้ว่า นอกจากจะได้ปุ๋ยจากการเลี้ยงไก่แล้ว ในแต่ละวันยังสามารถเก็บไข่ขายได้ และยังสามารถเก็บขี้ไก่ส่วนหนึ่งมาทำเป็นปุ๋ยหมักขี้ไก่ขายได้อีกทางหนึ่ง เรียกได้ว่า “ยิงปืนนัดเดียวได้นก
เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 8 ต.ดอนแร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี นิยมปลูกไผ่รวกหวาน และกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคอกเลี้ยงไก่ไข่ ให้อาหารไก่วันละ 2 เวลา ตอนเช้าให้ไก่กินอาหารผสมหยวกกล้วยคลุกเคล้าปนกับรำข้าว ตอนกลางวัน ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติในป่าไผ่ ปล่อยให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงคุ้ยเขี่ยปลวก แมลง ในป่าไผ่เป็นอาหาร ทำให้ไข่ไก่อินทรีย์ที่มีคุณภาพ ขายได้ราคาดี จนผลิตไม่พอขาย เกษตรกรบางรายเลี้ยงไก่สาวสัก 100 กว่าตัว เก็บไข่ออกขายได้วันละ 100-120 ฟอง 1 เดือน ได้ไข่ไก่ประมาณ 3,600 ฟอง สร้างรายได้ให้ประมาณ 14,400 บาท หักต้นทุนค่าอาหารประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ทำให้ยังมีเงินเหลือประมาณ 10,000 บาท ไข่อินทรีย์ที่เลี้ยงในระบบนี้ จะมีจุดเด่นที่แตกต่างจากไข่ไก่ที่เลี้ยงตามท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากไข่ไก่อินทรีย์จะมีความสดใหม่ เมื่อตอกเปลือกไข่ จะได้ไข่ไก่ที่จับเป็นก้อนสีเข้มแดงกว่าและไม่มีน้ำเหลว บริเวณเปลือกจะหนากว่าไข่ไก่ทั่วไป เนื่องจากปล่อยเลี้ยงให้คุ้ยหากินปลวกและแมลงในดงกอไผ่ตามธรรมชาตินั่นเอง ไผ่รวกหวานที่ปลูกไว้ขายหน่อ กลายเป็นพื้นที่เลี้ยงไก่ มีไข่ไก่เก็บออกขายแล้ว ยังมีรายได้จากการเก็บหน่อไม้ไว้ขายได้อีกด้วย
วารสารวิชาการเชิงวิทยาศาสตร์ “เนเจอร์” ได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยเรื่องอัตราการตายของไก่ไข่ โดยงานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลเชิงพาณิชย์ปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการวิเคราะห์ และพบว่า อัตราการตายของไก่ไข่ที่ไม่ถูกขังกรงมีจำนวนลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้รับการเลี้ยงดูในระบบการเลี้ยงไก่แบบปล่อย ซึ่งเกิดจากประสบการณ์การจัดการและความรู้ในการเลี้ยงไก่ที่เพิ่มขึ้น การวิจัยนี้เก็บข้อมูลจากแม่ไก่จำนวน 176 ล้านตัวจาก 16 ประเทศ แล้วนำมาเปรียบเทียบการตายของไก่แต่ละกลุ่มที่แยกตามระบบโรงเรือนเลี้ยงไก่ อันได้แก่ ระบบการเลี้ยงในกรงตับที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ระบบการเลี้ยงในกรงเสริมอุปกรณ์ และระบบการเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง (แบบ Aviary) ผลที่ได้จากการเก็บข้อมูลเป็นเวลาสิบปีพบว่า ประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่โดยระบบแบบไม่ใช้กรงมีความเกี่ยวพันกับการตายที่ลดลงถึงร้อยละ 4-6 หรือเรียกได้ว่า “อัตราการตายที่ลดต่ำลงเร็วกว่าตัวเลขที่รายงาน” แต่อัตราการตายจากระบบการเลี้ยงไก่แบบขังกรงนั้นไม่สูงไปกว่าเดิมแล้ว จึงสรุปได้ว่า การตายของไก่ที่เลี้ยงในระบบไม่ขังกรงไม่ได้สูงกว่าการตายของไก่ที่เลี้ยงในโรงเรือนที่ใช้ระบบกรงตับแบบที่ใช้กันท
ข้าวโพด : ราคาเพิ่มขึ้น สัปดาห์นี้ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ ปรับขึ้นจากหาบละ 612 บาท เป็นหาบละ 630 บาท แม้ว่าผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะยังคงออกสู่ตลาด แต่เนื่องด้วยภาวะฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลผลิต ด้านตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก ประจำวันที่ 1 กันยายน 2564 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รอบส่งมอบเดือนธันวาคม 2564 ราคาอยู่ที่ 522.75 เซนต์/บุชเชล เป็นราคาที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากคาดการณ์สภาพอากาศที่อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยจนถึงสัปดาห์หน้า จะทำให้ข้าวโพดเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ใกล้สู่ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวในแถบมิดเวสต์ นอกจากนี้กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานผลผลิตที่อยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมากที่ 60% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่มีรายงานอุปสงค์การส่งออกข้าวโพดเอกชน ขณะที่ปัจจุบันเกษตรกรประเทศบราซิลเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดสำหรับ ฤดูกาล 2563/64 ครบถ้วน แนวโน้ม : คาดว่าราคาข้าวโพดในประเทศน่าจะทรงตัว ถั่วเหลือง : ราคาทรงตัว กากถั่วเหลืองจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้า ในสัปดาห์นี้ ทรงตัวที่กิโลกรัมละ 18.90 บาท ปริมาณน้ำฝนในฝั่งอเมริกายังคงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คาดการณ์
ในยุคปัจจุบันการประหยัดต้นทุนการผลิตสินค้าทางการเกษตร เป็นสิ่งสำคัญที่เกษตรกรหลายรายให้ความสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยให้ได้ผลผลิตกำไรมากขึ้นแล้ว ยังสามารถยึดทำเป็นอาชีพที่ยั่งยืนส่งต่อไปถึงลูกหลานได้ เพราะไม่เกิดภาวะหนี้สินที่ต้องหยุดหรือดำเนินการไป ในส่วนของการเลี้ยงปศุสัตว์ก็เช่นกันเกษตรกรผู้เลี้ยงมีความใส่ใจในเรื่องของการเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุน โดยยึดการใช้อาหารที่หาได้ง่ายๆ ไม่ใช้ต้นทุนมากเป็นผลผลิตทางการเกษตรในสวนของตนเองมาใช้เลี้ยงแทน คุณชลิต หอมยามเย็น คุณชลิต หอมยามเย็น อยู่บ้านเลขที่ 38/2 หมู่ที่ 2 ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำไก่ไข่เข้ามาเลี้ยงภายในบริเวณบ้านของตนเอง โดยใช้พืชผลทางการเกษตรที่เหลือจากสวนมาเป็นอาหาร ส่งผลให้เป็นการประหยัดต้นทุนการผลิตมากขึ้น เมื่อจำหน่ายไก่ไข่จึงเกิดรายได้มีผลกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย คุณชลิต เล่าว่า เดิมทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ย้ายกลับมาอยู่บ้าน และเกิดความคิดที่อยากจะทำเกษตรแบบผสมผสาน ด้วยการปลูกข้าวอินทรีย์และสีข้าวผลิตจำหน่ายเอง ต่อมาเมื่อเห็นว่าภายในสวนที่ทำมีของเหลือจากการสีข้าวและผลผลิตอื่นๆ จึงได้นำไก่ไข่เข้ามา
ปัจจุบันคนรักสุขภาพกันมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์ พืช ผัก ผลไม้ ของเกษตรกรที่กำลังปรับเปลี่ยนให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น การทำเกษตรอินทรีย์นี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะ พืช ผัก เพียงเท่านั้น แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าการเลี้ยงไก่ไข่นั้นสามารถเลี้ยงแบบอินทรีย์ได้แล้ว ปลอดภัยทั้งคนเลี้ยง ทั้งสัตว์และผู้บริโภคด้วย บางคนบริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของสุขภาพให้เหตุผลว่าไม่มีเวลาดูแลตัวเอง งานเยอะไม่มีแม้แต่เวลาเลือกซื้ออาหาร จึงบริโภคสิ่งที่ไม่ค่อยให้สารอาหารแก่ร่างกายมากนัก แถมยังพักผ่อนไม่เพียงพอ เครียดเรื่องงานยังต้องมาเครียดเรื่องรถติดทั้งเช้าเย็น เทคโนโลยีชาวบ้านอยากที่จะชวนให้ทุกคนเลือกอาหารที่ปลอดภัย ให้สารอาหารแก่ร่างกาย ปลอดภัยต่อตัวเราและคนรอบข้าง จึงหยิบเอาเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์มาฝาก ว่าจะมีความแตกต่างหรือมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด คุณพิมพ์จันทร์ ประทุมทอง อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 12 ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า เมื่อก่อนเป็นพนักงานโรงงาน ได้ลาออกกลับมาอยู่บ้านเกิด กลับมาบ้านก็ต้องหารายได้เสริมให้กับครอบครัว ตอนแรกไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับการเลี้ยงไก
ปัญหาสำคัญสำหรับชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลหรือในพื้นที่ทุรกันดารต้องการเลี้ยงไก่จำนวนไม่มากและเป็นไก่คุณภาพ คือการหาแหล่งเพาะพันธุ์ที่เชื่อถือได้ หรือหลายรายมักถูกปฏิเสธการส่งเพราะมีจำนวนน้อยเกินไป จึงทำให้พวกเขาขาดโอกาสเลี้ยงไก่คุณภาพเพื่ออาชีพและบริโภค ตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นได้หมดลงแล้ว เพราะ “ไก่ไข่ สายด่วน By aod Thailand” ที่มี คุณกิติยะ สุเยาว์ หรือ คุณอ๊อด เจ้าของได้ผุดธุรกิจรับ-ส่งไก่จากฟาร์มคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ไปส่งยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าเป้าหมายปลายทางนั้นจะเป็นชุมชน หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล หรือแม้แต่การคมนาคมไม่สะดวก ก่อนเดินเข้าสู่ธุรกิจนี้ คุณอ๊อดเคยคลุกคลีอยู่ในวงการสัตว์ปีกด้วยการยึดอาชีพเป็นพนักงานขายอาหาร และพันธุ์สัตว์ ขณะลงพื้นที่หลายแห่งพบว่าความจริงแล้วชาวบ้านต้องการเลี้ยงไก่ที่มีคุณภาพ แต่คงมีจำนวนไม่มากเพราะมีทุนทรัพย์น้อย แต่ไม่สามารถหาได้ตามที่ต้องการ ขณะเดียวกัน ฟาร์มไก่ที่มีคุณภาพมักไม่ส่งให้ถ้าสั่งจำนวนเพียงเล็กน้อย ดังนั้น คุณอ๊อดจึงมองเห็นช่องทางอาชีพ จากข้อจำกัดที่ผู้ขายไม่สะดวกที่จะส่งให้เพราะน้อยเกินไปไม่คุ้ม แล้วถ้าไม่มีใครส่งให้เกษตรกรหรือชาวบ้านเห
อดีตอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ หากย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่มีขนาดเล็กๆ ฟาร์มไหนมี 5,000 ตัว ถือว่าระดับใหญ่ เฉลี่ยแล้วเป็นฟาร์ม 500-1,000 ตัว ที่มีเลี้ยงกันหนาแน่น ที่ย่านทุ่งบางเขน ที่มีถนนแคบปกคลุมด้วยต้นก้ามปูปลูกอยู่ริมถนนสายพหลโยธิน กรุงเทพฯ ต่างจังหวัดก็มีที่นครปฐม ฉะเชิงเทรา ฯลฯ อาจเป็นเพราะคนไทยมีประชากรไม่มาก การบริโภคไข่ยังมีน้อย เพราะว่าอาหารจากแหล่งธรรมชาติที่คนไทยยังหากินได้ง่ายและมีมาก ทั้ง หอย ปู ปลา จากน้ำจืด และราคาอาหารทะเลมีราคาถูก พืชพรรณไม้จากป่าในช่วงฤดูฝนมีหลากหลาย และชาวบ้านนำมาขายในราคาถูก คนไทยมีอาหารสมบูรณ์ ทั้ง หมู เห็ด เป็ด ไก่ มีให้บริโภคกัน กาลเวลาเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอาหารจากเนื้อไก่ สุกร ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ เริ่มขาดแคลน และเลี้ยงแบบพื้นที่หลังบ้าน โรคภัยมาระบาดก็เสียหาย คนไทยตระหนักดีว่าขืนไม่มีพันธุ์สัตว์ต่างประเทศนำเข้ามา เนื้อไก่ เนื้อสุกร เห็นจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศมาบริโภคภายในประเทศอย่างแน่นอน นั่นคือ จุดเปลี่ยนของอาชีพเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยที่ต้องเร่งพัฒนาหาพันธุ์สัตว์ที่มีประสิทธิภาพนำมาขยายพันธุ์ เพื่อทำเป็นอาชีพในลักษณะธุรกิจทั้งไก่ไข่
“ไก่ไข่อินทรีย์วิถีสระแก้ว” เป็นหนึ่งในนโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกที่ดำเนินการอยู่ในเขตจังหวัดสระแก้ว โดยมีสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการและดูแลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ 9 อำเภอของจังหวัด และได้มีเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างมากมาย นอกเหนือจากการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์วิถีสระแก้วแล้ว ยังมีโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองอินทรีย์วิถีสระแก้ว เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ ไข่อินทรีย์ คือ ไข่ปลอดสารพิเศษที่ได้มาจากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ไม่มีการฉีดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต หรือกินอาหารที่มีสารพิษตกค้าง บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองหาด อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว โทร. (086) 167-8494 บ้านของเกษตรกรคนเก่งอีกคนหนึ่งของจังหวัดสระแก้ว คุณเฉลยและคุณสมใจ ละม้ายพันธ์ เป็นหนึ่งในการเกษตรตัวอย่างและผู้ริเริ่มการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์จนประสบความสำเร็จ และสามารถผลิตไข่ไก่อินทรีย์ออกจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้จะมีเรียกกันติดปากว่า ไข่คลองหาด ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า เป็นไข่ไก่อินทรีย์ที่มาจากแม่ไก่อารมณ์ดี “การที
ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมกิจการของโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ กับโครงการกิจกรรมเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย โดยโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นโรงเรียนจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และบกพร่องทางสติปัญญา ได้จัดการศึกษาเพื่อมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนทั้งทางด้านทักษะวิชา ทักษะการดำรงชีวิตและทักษะอาชีพ เมื่อผู้ที่เรียนที่นี่สำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้ออกไปดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ ไม่เป็นภาระต่อสังคม การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่โรงเรียนได้ฝึก มีประสบการณ์ โดยเริ่มจากการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ชนนเรศวร ขยายพันธุ์และเปลี่ยนมาเป็นระยะ ทั้งการเลี้ยงไก่ไข่บนกรงตับ ซึ่งเลี้ยงมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะเริ่มมาปรับการเลี้ยงไก่แบบปล่อยลาน อาจารย์วนิดา จิตรอาษา รองผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษา เล่าให้ฟังว่า “พื้นที่โรงเรียนกว่า 100 ไร่ ได้รับการจัดสรรพื้นที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายให้นักเรียนของโรงเรียนได้เรียนรู้กิจกรรมและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โรงเรียนที่นี่เป็นโรงเรียนประจำ มีจำนวนนักเรียนที่นี่ 312 คน ทั้งนักเรียนที่หูหนวกและมีความบกพร่
