ไก่ไข่
คุณกชกร ช่วยณรงค์ ตั้งอยู่ที่ 27 หมู่ที่ 5 ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการเลี้ยงแบบปล่อยอิสระทำให้ไข่ที่ได้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ปริมาณผลผลิตมีไม่เพียงต่อความต้องการเลยทีเดียว คุณกชกร เล่าให้ฟังว่า เธอจบการศึกษาในสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และได้นำองค์ความรู้จากการเรียนมาช่วยครอบครัวดำเนินธุรกิจคือการเลี้ยงไก่ไข่และโคนม พร้อมทั้งต่อยอดการเลี้ยงไก่ไข่เป็นแบบไก่อารมณ์ดี โดยใช้พื้นที่ว่างมาเลี้ยงเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในครั้งนี้ด้วย “ครอบครัวประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์มานานแล้ว ทีนี้เรามองว่าโอกาสที่จะนำความรู้มาพัฒนาต่อ ก็น่าจะช่วยงานของที่บ้านได้เยอะ จึงได้ศึกษาต่อปริญญาตรีในสาขาวิชาสัตวศาสตร์ เพื่อที่จะได้นำองค์ความรู้ต่างๆ มาช่วยพัฒนางานที่บ้าน ในเรื่องของการเลี้ยงโคนมและไก่ไข่ ซึ่งไก่ไข่อารมณ์ดี ตอนนี้ถือว่าเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการอย่างมาก ผลผลิตออกมามีไม่พอขาย และที่สำคัญราคาขายก็ค่อนข้างดี” คุณกชกร เล่าถึงที่มา ในขั้นตอนของการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีนั้น คุณกชกร บอกว่า จะแบ่งพื้นที่ออกอย่างชัดเจนโดยให้ภายในบริเวณเลี้ยง
กว่า 50 ปี ของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ แม้ว่าจะเริ่มต้นจากฟาร์มไก่เนื้อ ขยับเติบโตเป็นธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม จากกรมปศุสัตว์ ทั้งยังเป็นไก่ไข่ออร์แกนิกที่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจฟาร์มไก่ นั่นเป็นตัวชี้ว่า “อุดมชัยฟาร์ม” ประสบความสำเร็จ คุณธนเดช แสงวัฒนกุล เป็นทายาทรุ่นที่ 2 ที่สานต่อการทำงานในรูปแบบฟาร์มไก่ จากรุ่นคุณพ่อที่เริ่มต้นทำฟาร์มไก่มาตั้งแต่ พ.ศ.2503 “เราเริ่มจากการเลี้ยงไก่หลังบ้าน คุณพ่อสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ จึงหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่มาโดยตลอด กระทั่งได้ร่วมอบรมการเลี้ยงไก่ ผนวกกับประสบการณ์ที่เลี้ยงหลังบ้านมา ทำให้ฟาร์มไก่ที่อยากทำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา” ยุคที่ทำฟาร์มไก่เนื้อ ก็ทำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไปด้วย เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่จากประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะสามารถบริหารจัดการฟาร์มจนเป็นที่รู้จัก กระทั่งรับไก่ไข่จากเพื่อนในวงการฟาร์มไก่มาช่วยเลี้ยง ก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่า การขายไข่ไก่มีความคล่องตัวสูง ตลาดไปได้ดี เพราะเป็นสินค้าบริโภคที่ซื้อง่ายขายคล่อง คุณธนเดช เล่าย้อนให้ฟังว่า ไม่เฉพาะไก่เนื้อที่เริ่มเลี้ยง หมูก็เริ่มเ
“กันตรึม” หรือเพลงกันตรึม เป็นเอกลักษณ์การละเล่นเพลงของชาวไทยเชื้อสายเขมรในพื้นที่อีสานใต้ ชื่อเพลงมาจากเสียงกลองกันตรึม นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ และ ศรีสะเกษ ปัจจุบัน ยังคงได้รับความนิยมร้องเล่นในงานประเพณีต่างๆ ที่ จ.สุรินทร์ พบการประยุกต์นำเพลงกันตรึมมาใช้ในฟาร์มไก่ ด้วยความเชื่อว่าเพลงสนุกสนานตามสไตล์กันตรึม จะช่วยสร้างอารมณ์ดี คลายเครียดให้แม่ไก่ ช่วยกระตุ้นการออกไข่มากขึ้น กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง (ตำบลละ 5 ล้าน) ของชุมชนศรีบัวราย ต.ในเมือง อ.เมือง ซึ่งมี รุ่งรัตน์ มณีสด เป็นคณะกรรมการบริหารไข่ไก่ ชุมชนศรีบัวราย ที่ร่วมกับชาวชุมชนศรีบัวราย เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ โดยตั้งชื่อว่า “ไข่ไก่กันตรึมร็อก ไข่ไก่เพื่อประชาชน” เป็นหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมรายได้ชุมชนที่ทางรัฐบาล คสช. ให้การสนับสนุนงบประมาณ และชาวบ้านลงทุนรวมด้วยการซื้อหุ้น หุ้นละ 10 บาท กว่า 40,000 หุ้น ด้วยวิธีการเลี้ยงแปลกแหวกแนวกว่าที่อื่น โดยผู้เลี้ยงจะเปิดเสียงเพลงกันตรึม เพลงพื้นบ้านเขมรสุรินทร์ จากเครื่อง MP3 ขนาดเล็กๆ ภายในบรรจุเพลงกันตรึมกว่า 1,000 เพลง ซึ่
คุณภิญโญ นัครมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว คือ การปลูกผัก ผลไม้ ต่อมาจึงอยากให้ภายในบริเวณบ้านมีการทำเกษตรที่หลากหลาย เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในเรื่องของรายได้ เพื่อให้มีรายได้จากหลายๆ ทางเป็นตัวเลือกในการสร้างเงิน “เรามาคิดว่าถ้าปลูกพืชเพียงอย่างเดียว รายได้ที่มีบางครั้งอาจจะไม่แน่นอน เพราะพืชบางช่วงก็มีราคาขึ้นลง จึงได้ตัดสินใจนำการเลี้ยงสัตว์เข้ามาเสริม เพื่อให้รายได้มีมากขึ้นหลายทาง จึงได้ตัดสินใจเลี้ยงไก่ไข่ เพราะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย สามารถกินเศษพืชผักที่เราคัดออกได้ และที่สำคัญยังสามารถปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ก็สามารถคุ้ยเขี่ยหากินเองได้อีกด้วย” คุณภิญโญ บอกถึงจุดประสงค์ของการเลี้ยง โดยไก่ไข่ที่นำมาเลี้ยงภายในพื้นที่บริเวณบ้าน คุณภิญโญ บอกว่า เป็นไก่ที่ได้รับจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และเขาได้หาซื้อบางส่วนเข้ามาเลี้ยงเองด้วย จากเริ่มแรกประมาณ 10 ตัว เลี้ยงไปเลี้ยงมาทำให้ตอนนี้มีไก่ไข่ที่เลี้ยงภายในบริเวณบ้านทั้งหมดถึง 200 ตัว ซึ่งเคล็ดลับการเลี้ยงไก่ไข่นั้นไม่มีขั้นตอนอะไรยุ่
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ต.สมชาย ผลดี อายุ 47 ปี ผบ.หมู่งานป้องกับปราบปราม เจ้าหน้าที่ธุรการคดี สภ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย อยู่ บ้านเลขที่ 62/1 ถนนเลียบทางรถไฟ จ.สุโขทัย ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยใช้พื้นที่ว่างด้านข้างบ้าน ทำเป็นเล้าไก่ เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เพื่อเก็บไข่ขายให้เพื่อนตำรวจและชาวบ้านละแวกใกล้เคียง สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง โดยจะใช้เวลาช่วงก่อนไปทำงานและหลังเลิกงานช่วงเย็น มาคอยดูแลไก่พันธุ์ไข่ที่เลี้ยงไว้ ด.ต.สมชาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยทดลองทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์มาหลายอย่าง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งเมื่อประมาณ 8 เดือนที่ผ่านมา ได้ทดลองและศึกษาวิธีการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ จากการไปศึกษาดูงานตามฟาร์มต่างๆ และค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต และได้ซื้อไก่พันธุ์ไข่สายพันธุ์โร๊ดไทย และสายพันธุ์โร๊ดฝรั่งเศส ประมาณ 100 ตัว มาเลี้ยงกับภรรยา โดยทุกเช้าก่อนออกไปทำงาน ตนจะเป็นคนนำ ข้าวโพด ปลายข้าว หัวอาหาร และหยวกกล้วยมาผสมเป็นอาหาร จากนั้นก็จะเอาไปให้ไก่ที่เลี้ยงไว้กิน ก่อนที่จะออกไปทำงาน หลังจากนั้นช่วงเลิกงาน หลัง 5 โมงเย็น ก็จะกลับมาบ้านและดูแลไก่ท
นายมาโนช ชูทับทิม อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือเอ้กบอร์ด (Egg Board) เปิดเผยว่า ในฐานะเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ขอสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ ของคณะกรรมการ Egg Board ด้วยการลดการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อยู่ที่ 500,000 – 550,000 ตัวต่อปี จากเดิมที่มีการนำเข้า 610,000 ตัวต่อปี หากทำได้จริงจะช่วยสร้างความสมดุลของการผลิตไข่ไก่และความต้องการบริโภค ส่งผลให้ราคาไข่ไก่มีเสถียรภาพมากขึ้น ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำจากปริมาณผลผลิตล้นตลาดสะสมในขณะนี้ได้ “การลดนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ให้อยู่ที่ 500,000 – 550,000 ตัว เป็นอีกแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความสมดุลระหว่างการผลิตไข่ไก่ให้เหมาะสมกับการบริโภคตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งจะเห็นผลระยะยาว และเมื่อดำเนินการควบคู่กับมาตรการอื่น โดยเฉพาะ ความร่วมมือช่วยกันปลดแม่ไก่ยืนกรงร่วมด้วย เชื่อว่าจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาราคาไข่ไก่ได้อย่างแน่นอน” นายมาโนช กล่าวและว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่เผชิญกับการขายไข่ไก่ในร
ตามที่คณะกรรมการได้พิจารณาเห็นชอบกำหนดนโยบายมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่เชิงพาณิชย์ (ไก่ไข่และไก่ไข่พันธุ์) เป็นมาตรฐานบังคับ สำหรับเป็นแนวทางปฏิบัติงานด้านการจัดการฟาร์ม และพัฒนาการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อเพิ่มความสามารถและศักยภาพการแข่งขัน โดยให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ทำประชาพิจารณ์เพื่อออกประกาศมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่เป็นมาตรฐานบังคับนั้น นายสันติ วิโรจน์บริสุทธิ์ ประธานกรรมการ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรฐานฟาร์มไก่ไข่ถือเป็นนโยบายที่รัฐมีความพยายามยกระดับมาตรฐานสู่สากล แต่ในทางปฏิบัติอาจจะเป็นไปได้ยาก และยิ่งสร้างช่องว่างความเหลื่อมล้ำต่ออุตสาหกรรมผู้เลี้ยงไก่ไข่ โดยเฉพาะผลกระทบต่อผู้เลี้ยงรายย่อยที่มีกำลังผลิตน้อยถึงปานกลางจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่ไม่สอดคล้องกับบริบทการเลี้ยงของไทย แม้ว่าเบื้องต้นจะกำหนดให้ฟาร์มที่มีไก่ไข่ไม่ต่ำกว่า 10,000 ตัว สามารถผ่อนปรนได้ แต่ฟาร์มที่ไม่ถึงแสนปัจจุบันเป็นรายเล็กทั้งหมด จะค่อนข้างเกิดช่องว่าง เนื่องจากข้อเท็จจริงอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ไข่ของไทย 1 ล้านตัว จัดเป็นรายกลางไปถึงรายใหญ่แทบทั้งหมด ห
ปัจจุบันการทำปศุสัตว์ของคนในยุคนี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่หลายๆ คนคิด ซึ่งถ้ามองไปถึงสมัยก่อนแล้วทุกคนจะมองว่าการเลี้ยงสัตว์สักชนิด ต้องมีพื้นที่และเวลาที่เพียงพอต่อการดูแล ซึ่งเวลานี้ความคิดเหล่านั้นได้ผันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเกษตรกรบางรายสามารถแบ่งพื้นที่บางส่วนมาทำปศุสัตว์เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว จึงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนลงมือทำ ถึงแม้จะมีเนื้อที่จำกัดก็ตามโดยแบ่งสันปันส่วนเพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้มีหลากหลายทางมากขึ้น คุณภิญโญ นัครมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำปศุสัตว์ คือการเลี้ยงไก่ไข่บริเวณรอบบ้าน ควบคู่กับการทำการเกษตรอย่างอื่น เช่น ปลูกไม้ผล พืชผักสวนครัว จึงทำให้เวลานี้เขามีรายได้หลากหลายช่องทางจากการทำเกษตร ซึ่งการเลี้ยงไก่เขาบอกว่าไม่ต้องใช้พื้นที่มากก็สามารถเลี้ยงเก็บไข่ขายสร้างเงินได้เช่นกัน สร้างแนวคิด กระจายความเสี่ยงรายได้ คุณภิญโญ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว เมื่อการเกษตรด้านอื่นลงตัวจึงมีแนวความคิดที่อยากจะให้ภายในบริเวณบ้านมีการทำเกษตรที่หลากหลาย เพื่อเป็นการกระจ
คุณภิญโญ นัครมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว คือ การปลูกผัก ผลไม้ ต่อมาจึงอยากให้ภายในบริเวณบ้านมีการทำเกษตรที่หลากหลาย เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในเรื่องของรายได้ เพื่อให้มีรายได้จากหลายๆ ทางเป็นตัวเลือกในการสร้างเงิน “เรามาคิดว่าถ้าปลูกพืชเพียงอย่างเดียว รายได้ที่มีบางครั้งอาจจะไม่แน่นอน เพราะพืชบางช่วงก็มีราคาขึ้นลง จึงได้ตัดสินใจนำการเลี้ยงสัตว์เข้ามาเสริม เพื่อให้รายได้มีมากขึ้นหลายทาง จึงได้ตัดสินใจเลี้ยงไก่ไข่ เพราะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย สามารถกินเศษพืชผักที่เราคัดออกได้ และที่สำคัญยังสามารถปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ก็สามารถคุ้ยเขี่ยหากินเองได้อีกด้วย” คุณภิญโญ บอกถึงจุดประสงค์ของการเลี้ยง โดยไก่ไข่ที่นำมาเลี้ยงภายในพื้นที่บริเวณบ้าน คุณภิญโญ บอกว่า เป็นไก่ที่ได้รับจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และเขาได้หาซื้อบางส่วนเข้ามาเลี้ยงเองด้วย จากเริ่มแรกประมาณ 10 ตัว เลี้ยงไปเลี้ยงมาทำให้ตอนนี้มีไก่ไข่ที่เลี้ยงภายในบริเวณบ้านทั้งหมดถึง 200 ตัว ซึ่งเคล็ดลับการเลี้ยงไก่ไข่นั้นไม่มีขั้นตอนอะไรยุ่
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) โดยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรฯเสนอกระทรวงพาณิชย์ออกประกาศเพื่อควบคุมการนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์ (จีพี) และไก่พ่อแม่พันธุ์ (จีเอส) โดยอาศัยกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ภายใต้พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ออกประกาศเพื่อบังคับใช้กับผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์และพ่อแม่พันธุ์ไก่ให้ปฏิบัติตามโควต้านำเข้าอย่างเคร่งครัด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมไข่ไก่ล้นตลาด โดยกระทรวงเกษตรฯจะทำหน้าที่กำหนดกฎระเบียบต่างๆ ให้สอดรับกับประกาศของกระทรวงพาณิชย์ เช่น หากผู้ประกอบการจะนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์ พ่อแม่พันธุ์ทุกรายจะต้องผ่านความเห็นชอบจากมติเอ้กบอร์ด เป็นต้น อย่างไรก็ดี คาดว่าคณะกรรมการฯจะใช้เวลาออกระเบียบและหารือทุกภาคส่วนให้เเล้วเสร็จในอีก 4-5 เดือน เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ต้องมีการร่างประกาศและต้องมีการทำประชาพิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญใหม่ก่อนมีผลบังคับใช้ “เดิมโควต้าที่เอ้กบอร์ดก
