ไข่ไก่
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่แทนประธานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) เปิดเผยว่า เพื่อแก้ปัญหาอุตสาหกรรมไข่ทั้งระบบ ภาคเอกชนที่เป็นสมาชิกของสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กว่า 16 บริษัท รวมทั้งผู้เลี้ยงรายใหญ่ เห็นชอบร่วมกัน จัดตั้งกองทุนไข่ไก่ขึ้น ทุนประเดิม 50 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมาจากการจัดเก็บ การนำเข้า ปู่ ย่า พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ประมาณปีละ 4.4 แสนตัว เบื้องต้นจะเก็บตัวละ 50 บาท และจากผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่ตัวละ 50 สตางค์ โดยสามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก Egg Board เนื่องจากกองทุนนี้เกิดจากความร่วมมือของภาคเอกชนเอง แต่กรมปศุสัตว์จะเป็นที่ปรึกษาและขับเคลื่อน ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของกองทุนดังกล่าว เพื่อจะนำเงินมาใช้ในกรณีที่เกิดปัญหาไข่ราคาตกต่ำ ไข่ล้นตลาด และโรคระบาด เป็นต้น “ที่ผ่านมา เมื่อเกิดปัญหาขึ้น แม้ภาครัฐจะเข้าไปช่วยเหลือแต่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากไม่ทันการณ์ ในขณะที่ภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีที่จะเกิดกองทุนนี้ขึ้น และต่อไปคิดว่าอุตสาหกรรมไก่ไข่จะสามารถช่วยเหลือตัวเองได
สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้พอใจราคาคละหน้าฟาร์ม แตะ 3 บาท/ฟอง ชี้เกษตรกรอยู่ได้-ผู้บริโภครับได้ แนะบางกลุ่มรู้จักพอ ถ้าไม่อยากเจอวังวนราคาตกต่ำอีก นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกรในปัจจุบันอยู่ที่ฟองละ 3.00 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ หลังจากเกษตรกรแบกรับภาวะขาดทุนมานานร่วม 2 ปี ขณะเดียวกัน ก็เป็นราคาที่ผู้บริโภครับได้ ถือเป็นจุดสมดุลของราคาไข่ที่ควรสร้างให้มีเสถียรภาพเช่นนี้ต่อไปอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหาของภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ไข่ อย่างไรก็ตาม ในทุกวงการย่อมมีคนหลายประเภทปะปนกันอยู่ ขณะที่ราคาไข่มีความเหมาะสมแล้วก็ยังมีคนบางกลุ่มต้องการขอขยับราคาไข่ไก่ขึ้นอีก ซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะยาว “ขอให้เอ้กบอร์ด กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ อย่าใจอ่อนกับคนกลุ่มเล็กๆ ผมเองก็เป็นเกษตรกร เข้าใจดีว่าใครๆ ก็อยากมีรายได้เพิ่มกันทั้งนั้น แต่การขอขึ้นราคาไข่ไปเรื่อยๆ อาจส่งผลกระทบในภาพรวม เช่น ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อน และจะจูงใจให้เกษตรกรเพิ่มจำนวนไก่ที่เลี้ยงกระทั่งส่งผลให้ปริมาณไข
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ตามที่มีประเด็นข่าวสารที่มีการส่งต่อและวิจารณ์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งข้อความที่มีการส่งต่อนั้น ระบุว่า “ขายไข่ ต้องมีใบอนุญาต หากไม่มีใบอนุญาตมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ไม่เกิน 10,000 บาท” ทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยและกังขาต่อประเด็นการค้าไข่และเกิดความเข้าใจผิดต่อการขอใบอนุญาตค้าซากโดยมีประเด็นชี้แจง ดังนี้ ที่มาของการขอใบอนุญาตค้าไข่นั้น มีเจตนาหลักเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุม โรคระบาดสัตว์ โรคระบาดสัตว์สู่คน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดนก ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาได้ รวมถึงการควบคุมคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ที่มีคุณภาพจากฟาร์มไปถึงมือผู้บริโภค เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งนับตั้งแต่ พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ กรมปศุสัตว์ได้จัดเตรียม ระบบงาน อนุบัญญัติ ขั้นตอนหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและไม่ทำให้เกิดภาระและความเดือดร้อนต่อเกษตรกรตลอดจนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่า ปัจจุบันการออกใบอนุญาตค้าไข่ของกรมปศุสัตว์นั้น ได้พิจารณาดำเนินการบังคับใช้ในผู้ค้า คน
อดีตอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ หากย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่มีขนาดเล็กๆ ฟาร์มไหนมี 5,000 ตัว ถือว่าระดับใหญ่ เฉลี่ยแล้วเป็นฟาร์ม 500-1,000 ตัว ที่มีเลี้ยงกันหนาแน่น ที่ย่านทุ่งบางเขน ที่มีถนนแคบปกคลุมด้วยต้นก้ามปูปลูกอยู่ริมถนนสายพหลโยธิน กรุงเทพฯ ต่างจังหวัดก็มีที่นครปฐม ฉะเชิงเทรา ฯลฯ อาจเป็นเพราะคนไทยมีประชากรไม่มาก การบริโภคไข่ยังมีน้อย เพราะว่าอาหารจากแหล่งธรรมชาติที่คนไทยยังหากินได้ง่ายและมีมาก ทั้ง หอย ปู ปลา จากน้ำจืด และราคาอาหารทะเลมีราคาถูก พืชพรรณไม้จากป่าในช่วงฤดูฝนมีหลากหลาย และชาวบ้านนำมาขายในราคาถูก คนไทยมีอาหารสมบูรณ์ ทั้ง หมู เห็ด เป็ด ไก่ มีให้บริโภคกัน กาลเวลาเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอาหารจากเนื้อไก่ สุกร ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ เริ่มขาดแคลน และเลี้ยงแบบพื้นที่หลังบ้าน โรคภัยมาระบาดก็เสียหาย คนไทยตระหนักดีว่าขืนไม่มีพันธุ์สัตว์ต่างประเทศนำเข้ามา เนื้อไก่ เนื้อสุกร เห็นจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศมาบริโภคภายในประเทศอย่างแน่นอน นั่นคือ จุดเปลี่ยนของอาชีพเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยที่ต้องเร่งพัฒนาหาพันธุ์สัตว์ที่มีประสิทธิภาพนำมาขยายพันธุ์ เพื่อทำเป็นอาชีพในลักษณะธุรกิจทั้งไก่ไข่
“ไก่ไข่อินทรีย์วิถีสระแก้ว” เป็นหนึ่งในนโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกที่ดำเนินการอยู่ในเขตจังหวัดสระแก้ว โดยมีสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการและดูแลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ 9 อำเภอของจังหวัด และได้มีเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างมากมาย นอกเหนือจากการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์วิถีสระแก้วแล้ว ยังมีโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองอินทรีย์วิถีสระแก้ว เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ ไข่อินทรีย์ คือ ไข่ปลอดสารพิเศษที่ได้มาจากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ไม่มีการฉีดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต หรือกินอาหารที่มีสารพิษตกค้าง บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองหาด อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว โทร. (086) 167-8494 บ้านของเกษตรกรคนเก่งอีกคนหนึ่งของจังหวัดสระแก้ว คุณเฉลยและคุณสมใจ ละม้ายพันธ์ เป็นหนึ่งในการเกษตรตัวอย่างและผู้ริเริ่มการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์จนประสบความสำเร็จ และสามารถผลิตไข่ไก่อินทรีย์ออกจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้จะมีเรียกกันติดปากว่า ไข่คลองหาด ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า เป็นไข่ไก่อินทรีย์ที่มาจากแม่ไก่อารมณ์ดี “การที
คุณกชกร ช่วยณรงค์ ตั้งอยู่ที่ 27 หมู่ที่ 5 ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการเลี้ยงแบบปล่อยอิสระทำให้ไข่ที่ได้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ปริมาณผลผลิตมีไม่เพียงต่อความต้องการเลยทีเดียว คุณกชกร เล่าให้ฟังว่า เธอจบการศึกษาในสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และได้นำองค์ความรู้จากการเรียนมาช่วยครอบครัวดำเนินธุรกิจคือการเลี้ยงไก่ไข่และโคนม พร้อมทั้งต่อยอดการเลี้ยงไก่ไข่เป็นแบบไก่อารมณ์ดี โดยใช้พื้นที่ว่างมาเลี้ยงเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในครั้งนี้ด้วย “ครอบครัวประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์มานานแล้ว ทีนี้เรามองว่าโอกาสที่จะนำความรู้มาพัฒนาต่อ ก็น่าจะช่วยงานของที่บ้านได้เยอะ จึงได้ศึกษาต่อปริญญาตรีในสาขาวิชาสัตวศาสตร์ เพื่อที่จะได้นำองค์ความรู้ต่างๆ มาช่วยพัฒนางานที่บ้าน ในเรื่องของการเลี้ยงโคนมและไก่ไข่ ซึ่งไก่ไข่อารมณ์ดี ตอนนี้ถือว่าเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการอย่างมาก ผลผลิตออกมามีไม่พอขาย และที่สำคัญราคาขายก็ค่อนข้างดี” คุณกชกร เล่าถึงที่มา ในขั้นตอนของการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีนั้น คุณกชกร บอกว่า จะแบ่งพื้นที่ออกอย่างชัดเจนโดยให้ภายในบริเวณเลี้ยง
สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซีย รายงานว่า Saifuddin Nasution Ismail รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายในและกิจการผู้บริโภคมาเลเซีย เปิดเผยว่า มาเลเซียอยู่ระหว่างพิจารณาการจำกัด หรือระงับการส่งออกไข่ไก่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีไข่ไก่เพียงพอต่อตลาดในประเทศ รมว. กระทรวงการคค้าภายในฯ เปิดเผยในการแถลงข่าวการประชุมประจำเดือนของกระทรวง ว่า กระทรวงกำลังตรวจสอบว่า มีการร่วมมือกันกำหนดราคาทำให้ราคาไข่ไก่ปรับตัวขึ้นทุกสัปดาห์ในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่ โดยตนเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคมากมายทั้งในปีนัง ซาราวัก และปูตราจายา เกี่ยวกับราคาไข่ไก่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา “ในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ย. ราคาไข่ไก่ เกรด A ในปูตราจายานั้นเพิ่มขึ้นจาก 3.98 ริงกิต (ไข่ 10 ฟอง) เป็น 5.11 ริงกิต ส่วนในสัปดาห์ที่สามของเดือนราคาไข่ปรับลดลงเหลือ 4.04 ริงกิต และหลังจากนั้นก็อยู่ที่ราวๆ 4 ริงกิต” รมว. กระทรวงการค้าภายในฯ ยังระบุว่า ผู้ประกอบการและผู้ค้าส่งให้เหตุผลที่ราคาไข่ไก่ขึ้นนั้น มาจากด้านสภาพอากาศ ค่าเงิน ต้นทุนของอาหารสำหรับเลี้ยงไก่ รวมถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายของผู้เลี้ยงไก่ด้วย ทั้งนี้ กระ
คุณกชกร ช่วยณรงค์ ตั้งอยู่ที่ 27 หมู่ที่ 5 ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการเลี้ยงแบบปล่อยอิสระทำให้ไข่ที่ได้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ปริมาณผลผลิตมีไม่เพียงต่อความต้องการเลยทีเดียว คุณกชกร เล่าให้ฟังว่า เธอจบการศึกษาในสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และได้นำองค์ความรู้จากการเรียนมาช่วยครอบครัวดำเนินธุรกิจคือการเลี้ยงไก่ไข่และโคนม พร้อมทั้งต่อยอดการเลี้ยงไก่ไข่เป็นแบบไก่อารมณ์ดี โดยใช้พื้นที่ว่างมาเลี้ยงเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในครั้งนี้ด้วย คุณกชกร ช่วยณรงค์ “ครอบครัวประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์มานานแล้ว ทีนี้เรามองว่าโอกาสที่จะนำความรู้มาพัฒนาต่อ ก็น่าจะช่วยงานของที่บ้านได้เยอะ จึงได้ศึกษาต่อปริญญาตรีในสาขาวิชาสัตวศาสตร์ เพื่อที่จะได้นำองค์ความรู้ต่างๆ มาช่วยพัฒนางานที่บ้าน ในเรื่องของการเลี้ยงโคนมและไก่ไข่ ซึ่งไก่ไข่อารมณ์ดี ตอนนี้ถือว่าเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการอย่างมาก ผลผลิตออกมามีไม่พอขาย และที่สำคัญราคาขายก็ค่อนข้างดี” คุณกชกร เล่าถึงที่มา ในขั้นตอนของการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีนั้น คุณกชกร บอกว่า จะแบ่งพื้นที่ออกอย่างชัดเจนโดยให้
แก้ไข่ไก่ราคาตกต่ำ – นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมกับผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่ 16 บริษัท ว่า ได้หารือถึงปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ เนื่องจากผลผลิตไข่ออกสู่ตลาดมากเกินความต้องการของตลาด ที่ประชุมจึงเห็นชอบ 3 มาตรการเร่งด่วน เพื่อปรับลดปริมาณการผลิตไข่ ประกอบด้วย 1. ให้ปลดแม่ไก่ไข่ยืนกรง จำนวน 1 ล้านตัว ภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งมีบริษัทให้ความร่วมมือ 15 บริษัท 2. ส่งออกไข่ไก่ 60 ล้านฟอง ภายใน 1 เดือน ซึ่งมีบริษัทให้ความร่วมมือ 13 บริษัท คือ ซีพี 40 ล้านฟอง เบทาโกร 10 ล้านฟอง อื่นๆ 10 ล้านฟอง และ 3. ปลดพ่อ-แม่พันธุ์ไก่ไข่ (ps) อายุ 25-60 สัปดาห์ จำนวน 1 แสน ตัว ภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งมีบริษัทให้ความร่วมมือ 16 บริษัท นอกจากนี้ ได้สั่งให้กรมปศุสัตว์ติดตามตรวจสอบให้บริษัทดำเนินการตามมติ โดยติดตามการปลดแม่ไก่ยืนกรง ไก่ไข่พ่อ-แม่พันธุ์ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ อย่างช้าต้องไม่เกิน 30 พ.ย. นี้ ติดตามการส่งออกไข่ไก่ทุกสัปดาห์ และติดตามตรวจสอบห้องเย็น เก็บไข่ไก่รอการส่งออก ห้ามนำไข่ไก่ 60 ล้านฟอง มาจำหน่ายตลาดภายในประเทศ ซึ่งการดำเนินการตามมาตรการข้างต้น คาดว่าจะสามารถทำให้ราค
นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ระบุราคา ไข่ลด เหตุคนบริโภคน้อยลงช่วง 2 เทศกาลใหญ่ “กินเจ-ปิดเทอม” ชวนคนไทยหันมากินไข่เพิ่ม ชี้ทั้งถูกและดี มีประโยชน์ เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งยังช่วยต่อลมหายใจเกษตรกร นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยถึงสาเหตุของราคาไข่ไก่ที่ลดลงในปัจจุบันว่า เกิดจากการบริโภคที่ต่ำลงอย่างมากในช่วงเทศกาลกินเจและปิดภาคเรียน จึงมีปริมาณไข่สะสมเป็นจำนวนมาก ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาไข่ที่ออกสู่ตลาดขนาดฟองค่อนข้างเล็ก ซึ่งไข่ไก่เบอร์เล็กราคาจะถูกตามไปด้วย ทำให้ราคาไข่เฉลี่ยลดลงกว่าช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ เกษตรกรและภาคผู้ผลิตพยายามแก้ปัญหาไข่ไก่ที่ค้างสะสม และร่วมกันรักษาเสถียรภาพราคาอย่างดีที่สุด ตั้งแต่การเร่งปลดแม่ไก่ไข่ยืนกรงไม่ให้อายุเกิน 78 สัปดาห์ รวมถึงเร่งรัดการส่งออกไข่ไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น พร้อมร่วมกับกรมการค้าภายใน จำหน่ายไข่ไก่ในราคาพิเศษ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าภาวะราคาจะกลับมาดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เนื่องจากโรงเรียนเปิดเทอมแล้ว รวมถึงมีงานบุญกฐินตลอด 1 เดือนหลังออกพรรษา และกำลังจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ 2562 ซึ่งประชาชนจะบริโภคไข่เพิ่มขึ
