ไม้ผล
กาญจนบุรี เป็นอีกจังหวัดของบ้านเราที่มีพืชผักผลไม้อุดมสมบูรณ์ มีทั้งพืชไร่และพืชสวน พร้อมกันนั้น กลุ่มเกษตรกรหลายกลุ่มก็นำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งสร้างรายได้อย่างงาม โดยเฉพาะผัก ผลไม้ที่ปลูกแบบอินทรีย์เพราะสามารถขายได้ราคาสูงกว่าผักทั่วไปที่ใช้เคมี อย่างกลุ่มเกษตรอินทรีย์สุขใจไทรโยคที่มี คุณวิมล โพธิ์มี เป็นประธาน กลุ่มนี้เป็นเครือข่ายหนึ่งของสามพรานโมเดล โดยมี คุณอรุษ นวราช ผู้บริหารโรงแรมสามพรานฯ นั่งเป็นประธาน ผ่านมาตรฐาน PGS กลุ่มเกษตรอินทรีย์สุขใจไทรโยค ตั้งอยู่ที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีสมาชิกทั้งหมด 15 ราย ปลูกพืชพันธุ์พื้นเมืองและผักผลไม้ตามฤดูกาล นอกจากนั้น ยังนำผลผลิตหลายอย่างมาแปรรูป อาทิ ทำแป้งกล้วย กล้วยอบกล้วยฉาบหลากหลายรสชาติ ทำห่อหมกหัวปลี มะขามแช่อิ่ม และน้ำพริก ฯลฯ ผลผลิตของสมาชิกทั้งหมดปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ที่ผ่านมาตรฐานระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) ที่ขับเคลื่อนโดยสามพรานโมเดล คุณวิมลและสมาชิกในกลุ่มได้สาธิตการปิ้งอบหัวปลี ลักษณะคล้ายๆ การทำห่อหมกหัวปลีแบบปิ้ง ซึ่งมีจุดเด่นตรงการใช้แป้งกล้วยที่ทำขึ้นเองประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์สุขใจไทรโยคแจงว่า ในชุม
อยู่เดชอุดม มองไปทางไหนเห็นแต่ทุ่งนาเวิ้งว้าง เมื่อครอบครัวชวนออกสำรวจที่ทำกินใหม่ เรืองศักดิ์ พรมกอง มองว่า ท้าทายดี จึงมาลงหลักปักฐานอยู่บ้านเลขที่ 294 หมู่ที่ 1 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี 2505 สภาพทั่วไป มีป่าสมบูรณ์ ฝนฟ้าตกดี การดำรงชีวิตประจำวันเมื่อก่อน ยามค่ำคืนต้องระวังสัตว์ร้าย “ตอนเย็นจะไปอาบน้ำลำห้วย ต้องกระแอมให้มีเสียง ให้หมูป่าที่มีอยู่มาก เดินห่างไปไกลๆ หากไม่ส่งสัญญาณก่อน ไปจ๊ะเอ๋กัน จะตกใจทั้งสองฝ่าย เวลาผ่านมานานแล้ว เมื่อก่อนสัตว์ป่ามีมาก คนกลัวหมูป่า หลังๆ หมูป่ากลัวคน” คุณเรืองศักดิ์ เล่า เริ่มเลี้ยงชีพด้วยพืชไร่ ตามด้วยไม้ผลหลากหลายชนิด เมื่อเข้าอยู่อาศัย ทำกินในที่ดินจำนวน 30 ไร่ คุณเรืองศักดิ์ ทำพืชไร่ จำพวกมันสำปะหลัง ยุคแรกๆ ดินดำน้ำดี ไม่ต้องใส่ปุ๋ย เจ้าของสามารถเก็บเกี่ยวไปขายได้เงินทองไม่น้อย เพราะต้นทุนต่ำ เวลาผ่านไป ดินจืดลง ผลผลิตลด ราคาพืชไร่หลายชนิดไม่แน่นอน เพื่อนเกษตรกรหลายคน เริ่มปลูกไม้ผล คุณเรืองศักดิ์ เล็งเห็นว่า ราคาพืชไร่ไม่แน่นอน ในปี 2532 จึงทดลองปลูกน้อยหน่า ถึงแม้การซื้อขายไม่มากนัก แต่ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้หลายปี ไม่
ไบโอซายน์ “BIS” ต่อยอดนวัตกรรม PCR ล่าสุด ผลิตชุดตรวจโควิดในทุเรียน ผลไม้ อาหารส่งออก ตรวจบรรจุภัณฑ์และตู้คอนเทนเนอร์ เป็นรายแรกในไทยที่ อย.รับรอง ช่วยผู้ส่งออกไทย ส่งออกสินค้าตามนโยบาย Zero Covid ของจีน ลูกค้าส่งออกรายใหญ่ของประเทศไทย น.สพ.ธนวัฒน์ คงเจริญสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า “บมจ. ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ “BIS” ได้พัฒนานวัตกรรม ชุดตรวจโควิด-19 แบบ Real Time PCR เพื่อตรวจผลไม้สำคัญทางเศรษฐกิจ คือ ทุเรียน มะม่วง มังคุด อาหารส่งออก และสินค้าส่งออกซึ่งเป็น 1 ในปัจจัยสำคัญของเศรษฐกิจของประเทศ สามารถตรวจเชื้อโควิด-19 ในตู้คอนเทนเนอร์ กล่องแพ็กเก็จจิ้ง และพื้นผิวประเภทต่างๆ โดยชุดตรวจ Real Time PCR แบบ (Angentex® COVID-19 qPCR Detection Kit (with IC) ของบริษัทได้รับการรับรองโดยองค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เป็นรายแรกของไทย และยังได้รับรางวัลชนะเลิศสาขาผลิตภัณฑ์ (Product) จาก The International Innovation Awards (IIA) 2021 มาต่อยอดในการสนับสนุนงานวิจัย “การประเมินความเสี่ยง SAR-CoV-2 และไวรัสก่อโรคที่ติดต่อผ่านอาหาร” ของสำนัก
ชมพู่ เป็นไม้ผลที่เจ้าของบ้านอยากปลูกไม่น้อยไปกว่ามะม่วง ทั้งนี้ เพราะรสชาติดี การเจริญเติบโตของต้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ปลูกจนมีลูก ยามที่ ผลใกล้สุกแก่ ผลร่วงเต็มโคนต้น สุดท้ายก็ถอดใจ ซื้อเขากินดีกว่า… ชมพู่ เป็นไม้ที่โตเร็ว ปลูกราวปีเศษๆ ก็เก็บผลผลิตได้ สายพันธุ์ที่คุ้นเคยในอดีตมีพันธุ์แก้มแหม่ม ผลสีชมพูยามสุกแก่ ต่อมามีพันธุ์แขกดํา ผิวผลสีนากออกดํา ชมพู่เพชรบุรี ผลสีเขียวอ่อน สุกแก่มีริ้วสีชมพู ชมพู่รุ่นใหม่มีทูลเกล้า ผลสีเขียว เพชรสามพราน ผิวคล้ายชมพู่เพชรบุรี เพชรบ้านแพ้ว ผลใหญ่มากสีเขียวอ่อน เพชรน้ำผึ้งผลเล็กค่อนข้างยาวสีแดง แดงอินโดฯ ผลสีแดงเข้ม ทับทิมจันท์ ผลใหญ่สีแดงเข้ม ไม่มีเมล็ด เนื้อตัน ตั้งแต่ออกดอกจนเก็บผลกินได้ ใช้เวลาไม่นานสําหรับชมพู่ ส่วนใหญ่ราวปลายปีชมพู่จะผลิดอกออกมา เมื่อดอกบานเกสรจะหล่นเป็นฝอยๆ ให้เห็น จากนั้นดอกจะพัฒนาเป็นผล เมื่อผลพัฒนา มีรูปทรง ให้ใช้ถุงพลาสติกห่อ ควรซอยผลที่ไม่สวยทิ้งบ้าง เหลือไว้ 2-3 ผล ต่อ 1 ถุงที่ห่อ โดยผลที่เหมาะสมต่อการห่อ มีลักษณะคล้ายหมวกจีน หลังห่อไม่เกิน 25 วัน ก็เก็บผลผลิตได้ โดยทั่วไปแล้วเขาจะพ่นสารเคมีกันแมลงและเชื้อรา แต่รอ
คุณไกรจักร เผ่าพันธ์ ทำสวนผสมผสานอยู่ที่ ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เขาได้ศึกษาและปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน มีการจัดโซนการผลิตภายในสวนให้ลงตัว ทำให้สามารถมีผลผลิตออกขายสู่ตลาดได้หลากหลาย เมื่อพืชผลบางชนิดราคาตกต่ำ ก็ยังมีผลผลิตชนิดอื่นช่วยประคับประครอง ทำให้มีเงินจากการขายผลผลิตพอมีกำไรเป็นเงินเก็บได้ คุณไกรจักร เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก ครอบครัวของเขามีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก จึงทำให้เขาได้ซึมซับและเรียนรู้เรื่องของการทำเกษตรมาโดยเสมอ เมื่อมีโอกาสได้มาลงมือทำสวนเป็นของเขาเอง ทำให้เกิดแนวความคิดที่อยากทำเป็นสวนผสมผสาน โดยไม่ยึดการทำพืชเชิงเดี่ยวเหมือนครอบครัว มีพืชหลากหลายชนิดจัดสรรลงตัวในแบบที่เขาใฝ่ฝันไว้ “เราโตมากับครอบครัวที่ทำเกษตร ทุกอย่างที่เราเห็นก็เหมือนอยู่ในสายเลือด ซึ่งเราเองก็มีความชอบในเรื่องของการเกษตรอยู่แล้ว พอมีครอบครัว ก็เลยมองไปถึงว่าอยากจะปลูกไม้ผลหลายๆ ชนิด ไว้ให้ลูกได้มีสวนที่ผมทำไว้ จึงได้มาบุกเบินจากพื้นที่นา มาทำสวนไม้ผลแบบผสมผสาน ช่วงแรกๆ คนแถวนี้ก็มองผมว่าบ้ารึเปล่า เพราะพื้นที่รอบๆ นี่ทำนากันหมด มีเราที่มาปลูกไม้ผล แต่พอผลผลิตออก
คลองนางน้อย คลองนางน้อย เป็นแม่น้ำสายหลักของพื้นที่อำเภอนาโยง มีต้นกำเนิดจากแม่น้ำ เขตตำบลละมอ และตำบลช่อง ไหลมารวมกันที่บ้านหูโตน หมู่ที่ 6 ตำบลนาข้าวเสีย แล้วไหลผ่านหมู่บ้านชุมชนลงไปถึงอำเภอเมืองตรัง ริมคลองนางน้อยเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่โบราณ ตำบลนาข้าวเสีย ชุมชนริมคลองนางน้อย นาข้าวเสีย เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอนาโยง ที่มีการก่อตั้งชุมชนอยู่สองฝั่งของคลองนางน้อย จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สืบค้นได้พบว่า มีการสร้างชุมชนริมคลองนางน้อยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่ง อาจารย์สุนทรีย์ สังขยุทธ์ ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจว่า “ชุมชนสำคัญแห่งหนึ่งของตรังสมัยอยุธยาอยู่ที่ลุ่มน้ำคลองนางน้อยอย่างแน่นอน ด้วยภูมิประเทศที่เป็นทุ่งกว้าง มีเขาลูกโดดกลางทุ่งคือ เขาช้างหายและหัวเขา มีคลองนางน้อยเป็นสายน้ำใหญ่ไหลผ่านทุ่ง ไปลงแม่น้ำตรังที่ท่าจีน และยังมีสายน้ำเล็กๆ ที่เกิดจากพื้นที่ชุ่มน้ำกลางทุ่ง เช่น คลองเมือง คลองน้ำเจ็ด ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ คนรุ่นทวดที่ร้อยของเราที่เคยอยู่ตามถ้ำจึงเลือกบริเวณนี้เป็นที่ตั้งถิ่นฐาน ตั้งแต่พันปีมาแล้ว…จากการสำรวจสำมะโนครัวในสมัยรัชกาลที่ 2 พ.ศ. 235
ภาพของภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาโล่งแจ้ง มีต้นไม้ขึ้นสลับบ้าง ฤดูฝนดูเขียวขจีสวยงาม ก่อนเก็บเกี่ยวข้าวมีสีเหลืองอร่ามของทุ่งรวงทอง ครั้นเข้าสู่หน้าแล้ง อากาศแห้ง แม้แต่น้ำในร่องริมถนนก็เหือดหายไปจนหมด ดูแตกต่างจากภาคอื่นโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นภาพส่วนใหญ่มีผืนดินของอีสานบางแห่ง อุดมสมบูรณ์ ใกล้เคียงกับภาคตะวันออก ที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชาและลาว สภาพของดินสีแดงคล้ายดินอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แถบถิ่นนี้จึงปลูกไม้ผลเมืองร้อน จำพวกเงาะ ทุเรียนได้ผลดี งานสวนของที่นี่พัฒนาอย่างช้าๆ มั่นคง มีผลผลิตตอบสนองคนในท้องถิ่นได้อย่างดี โอกาสต่อไปคงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น คุณไพศาล ยงปัญญา เกษตรกรอยู่บ้านเลขที่ 241 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (094) 274-9931 เป็นเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในการทำสวนผลไม้มากที่สุดคนหนึ่ง เขาปลูกไม้ผล 4-5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ชมพู่ ฝรั่ง มะกอกน้ำ ขนุน มะละกอ ด้วยเหตุนี้จึงมีผลผลิตเก็บจำหน่ายได้ทั้งปี ชมพู่ทับทิมจันท์ มีปลูก 40 ต้น ชมพู่ทับทิมจันท์ มีถิ่นกำเหนิดอยู่ประเทศอินโดนีเซีย คุณประเทือง อายุ
กรมส่งเสริมการเกษตรห่วงพื้นที่ปลูกข้าวรอบ 2 และไม้ผลเสี่ยงขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้งหนักในรอบ 40 ปี พร้อมสร้างการรับรู้แนะเกษตรกรดูแลพืชผลอย่างถูกวิธี นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ โดยในรอบปี 2562 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งปีที่แล้วมีฝนตกทั้งปี 1,342.6 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับปีที่แล้งมากคือ ปี 2558 มีฝนตก 1,419.6 มิลลิเมตร จะเห็นได้ว่าปี 2562 ฝนตกน้อยกว่า ปี 2558 และจากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยานับตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา ยังพบว่า ปี 2562 มีฝนตกน้อยที่สุดในรอบ 40 ปี โดยเฉพาะฤดูฝนในช่วงเดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา มีฝนตกทั้งประเทศเพียง 1,114 มิลลิเมตร น้อยกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 12 ทำให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งมีน้ำใช้การเหลือน้อยไม่เกินร้อยละ 30 ของความจุอ่าง จำนวน 14 แห่ง เมื่อฝนตกน้อยน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติก็มีเหลืออยู่น้อยเช่นกัน จึงไม่สามารถส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกตามปกติได้ แม้ระยะนี้จะมีฝนตกลงมาบ้างก็ตามแต่ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ ยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อย
เมื่อฉบับที่แล้วได้นำการเสวนา…ไม้ผลพารวยยุค 5G โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย ในการทำให้สินค้าทางการเกษตรมีคุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่ยั่งยืน จึงได้รับเกียรติจาก คุณอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายของกระทรวงเกษตรฯ กับเทคโนโลยีใหม่ช่วยเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกร” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมฟังเสวนาได้รับรู้แนวทางของการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐได้อย่างชัดเจน และจะเห็นผลของการนำสิ่งต่างๆ เข้ามาใช้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทยเป็นอาชีพที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งภายในงานเสวนาได้เชิญวิทยากรผู้มีความชำนาญในเรื่องของไม้ผล มาพูดคุยกันในเรื่องของการจัดการสวนและเรื่องของการสร้างตลาดอย่างไร ที่ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าออกไปสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้มาจนถึงทุกวันนี้ ท่านแรก คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 มาให้ความรู้เรื่อง “ผลิตทุเรียนให้รวยอย่างยั่งยืน” เขาเป็นคนหนึ่งที่ทำสวนปลูกไม้ผลมาหลากหลายชนิด ซึ่งไม้ผลอย่างทุเรียนที่ปลูกทำเงินให้มากกว่าไร่ละ 2 แสนบาท จึงเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เกษตรก
เนื่องจากแผ่นดินสูงพบพระ ดินดีน้ำสมบูรณ์ ที่นั่นจึงมีเกษตรกรจากถิ่นอื่นเข้าไปตั้งรกรากอยู่ไม่น้อย ส่วนหนึ่งไปจากภาคกลาง นอกจากเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยแล้ว พืชพรรณใหม่ๆ ปลูกแล้วขายได้ราคาดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภคก็ถูกนำเข้าไปในพื้นที่ คุณสัมพันธ์ คงประเสริฐ อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 9 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นเกษตรกรที่มีความก้าวหน้าในด้านการผลิตพืชหลายชนิด พี่ๆ น้องๆ ของเขา มีปลูกกุหลาบ ทุเรียน ลองกอง ยางพารา และมะละกอ คุณสัมพันธ์ บอกว่า เดิมตนมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ทำให้คุ้นเคยงานเกษตรหลายชนิด แต่อาชีพหลังสุดก่อนที่จะมาทำเกษตร คือการค้าขายไม้ชายแดน ปัจจุบันได้หยุดกิจการแล้ว เพราะไม่ค่อยมีความแน่นอน ระหว่างที่ค้าไม้อยู่นั้น คุณสัมพันธ์และญาติพี่น้องได้มาพบเห็นที่ดิน ซึ่งทำการเกษตรอยู่ในปัจจุบัน มีความอุดมสมบูรณ์ จึงซื้อไว้ทำการเกษตร รวมแล้วจำนวนไม่น้อย พืชที่ปลูกมานาน เหมือนอย่างที่คนอื่นเขาปลูกกันคือ กุหลาบ พืชชนิดใหม่ที่เขาไม่ปลูก แต่เมื่อทดลองแล้วได้ผล จึงขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นมีทุเรียน รวมทั้งลองกอง ส่วน มะละกอ ปลูกเป็นช่วงๆ บางครั้งปลูกแซ
