ไม้ผล
เกษตรจังหวัดพังงา รณรงค์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล หลังพบว่าแนวโน้มตลาดราคาสูงขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างมั่นคง ยั่งยืน นอกจากยางพาราและปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก นายสมชาย บริพันธุ์ เกษตรจังหวัดพังงา กล่าวว่า ในรอบปี 2559 จังหวัดพังงามีการผลิตไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญ ประกอบด้วย มังคุด พื้นที่ปลูก 12,670 ไร่ ผลผลิต 5,943 ตัน ทุเรียน พื้นที่ปลูก 7,306 ไร่ ผลผลิต 2,702 ตัน ประกอบกับในปีที่ผ่านมาเกษตรกรสามารถจำหน่ายไม้ผลเหล่านี้ได้ราคาสูง และมีลู่ทางการตลาด เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีผู้บริโภคจำนวนมาก และได้เปรียบในเรื่องของการขนส่งซึ่งผลไม้ที่ตลาดมีความต้องการสูง ได้แก่ มังคุดและทุเรียนสาลิกา ซึ่งเป็นทุเรียนที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดพังงา อีกทั้งขณะนี้ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ต ปีละหลายแสนคน จึงเกิดตลาดผลไม้สองฝั่งถนนในอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวดังกล่าว จังหวัดพังงา ได้รณรงค์ให้เกษตรกรผลิตไม้ผลให้มีคุณภาพ โดยมีการบริหารจัดการตั้งแต่เก็บเก
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 บูรณาการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลเอกภาพรอบที่ 2 เผย ปี 60 ไม้ผล 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นทุกชนิด ผลผลิตรวม 771,112 ตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 37 ระบุ ปลายกุมภาพันธ์นี้พร้อมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อีกครั้ง เพื่อใช้ประกอบการวางแผนบริหารจัดการผลไม้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการบูรณาการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลเอกภาพรอบที่ 2 ปี 2560 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี (สศท.6) ร่วมมือกับสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 (สสก.3) จังหวัดระยอง และสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออกได้พยากรณ์ผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออก ครั้งที่ 2 ของสินค้า 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนบริหารจัดการผลไม้ตั้งแต่ต้นฤดู สำหรับผลพยากรณ์ในปี 2560 ครั้งที่ 2 (ข้อมูล ณ 1 กุมภาพัน
ระหว่าง วันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการพัฒนาตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพระราชกระแสรับสั่งให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการพัฒนาพื้นที่สูง ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้พัฒนาพื้นที่โดยการทดลองปลูกพลับ และสาลี่ ก่อนที่จะนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต่อไป เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2534 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรแปลงปลูกบ๊วยของกรมวิชาการเกษตร ที่บริเวณพระตำหนักปางตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งบ๊วยในแปลงดังกล่าวเป็นต้นบ๊วยที่ขยายพันธุ์มาจากต้นที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกที่สถานีทดลองเกษตรหลวงขุนวาง ทรงพอพระราชหฤทัยที่ทอดพระเนตรเห็นบ๊วยงอกงาม มีผลดก และผลมีขนาดใหญ่ มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างจากพันธุ์อื่น เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2534 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ศึกษาพัฒนาลุ่มน้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ทอดพระเนตรแปลงเพาะและขยายพันธุ์ไม้ของกรมวิชาการเกษตร มีพระราชกระแสรับสั่งให้ปลูกพืชไร่ล้มลุกอื่นๆ แซมระหว่างแถวมะคาเดเมีย ซึ่งจะทำให้บริเวณนั้นสวยงามมากขึ้น และเมื่อ
