ไส้เดือน
ทุกชีวิตของคนเราที่มีอยู่สำหรับวันนี้นั้น อดีตต้องให้ผ่านไปให้หมดสิ้น พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึงอย่าพยายามดึงเวลาของอนาคตมาใช้ วันแห่งชีวิตของเราคือทุกๆ วันที่เรามีอยู่และเป็นอยู่ ทำวันนี้วันของเราให้เป็นวันที่ดีที่สุด ทุกอย่างก็จะดีที่สุดไปด้วยเช่นกัน ชีวิตคนเรานั้นไม่ได้มีไว้แค่หายใจเท่านั้น การก้าวเดินของชีวิตที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ล้วนมีเรื่องราวและความแตกต่างเกิดขึ้นในแต่ละคน ความแตกต่างย่อมสวยงามเสมอ เส้นทางชีวิตของใคร เขาคนนั้นต้องเป็นผู้กำหนดด้วยตัวเอง เมื่อต้องการที่จะก้าวไปบนเส้นทาง เดินห่าง…จากความจน ให้ได้ชนิดสมบูรณ์แบบนั้น แน่นอนว่าไม่ได้เกิดจากบุญอุ้มสมหรือฟ้าช่วยลิขิต ทุกอย่างล้วนก่อเกิดขึ้นมาจากวิถีทางของผู้ที่มีไม่ท้อแท้บนเส้นทาง ก้าวไปอย่างมุ่งมั่นพร้อมนำความขยันและความอดทน ร่วมเป็นเพื่อนก้าวเดินไปด้วยกันเพราะเราคือนักเดินทางผู้สู้ชีวิต ก่อนอื่นขอขอบพระคุณอย่างมากมายจากเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่มีแฟนๆ ให้แรงใจกันมาตลอด เพราะทุกครั้งเมื่อหนังสือวางแผงมักจะมีการส่งเสียงโทร. 081-846-0652 และทางเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือ ไอดีไลน์ Janyos จากแฟนๆ ไปให้แรงใจเสมอก
“ไส้เดือน” สัตว์มหัศจรรย์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศ มีความสำคัญอย่างมากในการย่อยอินทรีย์สารในดิน และการเคลื่อนที่ในดินของไส้เดือน ถือเป็นการพรวนดิน ทำให้ดินมีช่องว่างที่จะเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้แก่ดิน ซึ่งมีความสำคัญต่อการปลูกพืช อีกทั้งยังใช้ในการผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพจากไส้เดือนได้ สอดคล้องกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรง ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น ส่งผลทำให้การเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างเงินให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อย คุณศิวภรณ์ นภาวรานนท์ หรือ พี่แต้ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 53/5 หมู่ที่ 3 ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี สาวนักเรียนนอก จบการศึกษาระดับปริญญาโท จาก University of La Verne ; California ; USA คณะ MBA บริหารธุรกิจ สาขาวิชา Supply chain management สู่วิถีชีวิตการเป็นเกษตรกรเพาะเลี้ยงไส้เดือน เพื่อผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไส้เดือน และปัจจัยพื้นฐานในการทำการเกษตร เช่น มูลไส้เดือนสด ดินพร้อมปลูก น้ำสกัดมูลไส้เดือน สร้างรายได้มากถึงหลักแสนต่อเดือน พี่แต้ เล่าถึงสาเหตุของการผันตัวเป็นเกษตรกรให้ฟังว่า เกิดขึ้นจ
ใครก็ตาม ถ้ารู้จักคิด รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ คนนั้นไม่มีวันอับจน ด้วยความคิดอย่างนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมเขาแก้ว เลขที่ 32/2 หมู่ที่ 2 ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา จากคนที่มีความคิดไม่เคยหยุดนิ่งเพียงคนเดียว สามารถชักชวนผู้คนที่มีความคิดเดียวกันเข้ามารวมกลุ่มกันได้อย่างเหนียวแน่น จนกลายเป็นวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและเป็นที่รู้จักของคนในชุมชนใกล้เคียง และมีชื่อเสียงกระจายไปทั้งจังหวัด ก่อนที่จะมาเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนั้น คุณฉลอง มณีรัตน์ ทดลองเลี้ยงไส้เดือนไว้ที่บ้าน โดยซื้อพันธุ์มาจากจังหวัดสระบุรี จำนวน 60 กิโลกรัม แล้วเลี้ยงไว้ในกะละมัง และได้ชักชวนให้คนที่สนิทชิดชอบกัน ตามไปดู เมื่อพรรคพวกได้เห็นแล้ว ต่างก็เกิดความสนใจ คนที่ไปเยี่ยมชมในวันนั้นมี คุณชำนาญ ราบบำเพิง คุณพิทยาภรณ์ มีศรี หรือ พี่แต้ว ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นเลขาฯ ของกลุ่ม วันนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของคนกลุ่มเล็กๆ ที่เล็งเห็นประโยชน์ของไส้เดือน และด้วยที่คนในพื้นที่ส่วนมากก็เป็นพรรคพวก เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ซึ่งมีอาชีพกรีดยางและทำสวนผลไม้ หลังจากกรีดยา
ปัจจุบัน เรื่องของสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและให้ความร่วมมือกันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมคือ การกำจัดขยะอินทรีย์ต่างๆ เช่น เศษอาหาร เศษผักและผลไม้ เป็นต้น หากกำจัดไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น มลพิษทางน้ำและกลิ่น ปัญหาขยะล้นเมือง แหล่งเพาะเชื้อโรค แมลง ที่ส่งผลต่อมวลมนุษย์ วิธีการหนึ่งในการกำจัดขยะอินทรีย์คือ การใช้ไส้เดือนดินเพื่อกำจัดขยะ ในทางตรงแล้ว ยังทำให้เกิดประโยชน์ด้านการเกษตรหลายชนิด ได้เป็นปุ๋ยไส้เดือนดิน และปุ๋ยน้ำหมักไส้เดือนดิน ครูพิศมัย ลิ้มสมวงศ์ อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาด้านการเกษตรที่โรงเรียนเกษตรกรรมพิษณุโลก หรือเกษตรบ้านกร่าง รุ่นที่ 8 ได้สอบบรรจุเป็นครูสอนในจังหวัดพิษณุโลกหลายปี ล่าสุดย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้าน แม่โจ้ ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตนเอง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นครูเกษตรจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนดิน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นจึงสร้างเรือนโรงเลี้ยงไส้เดือนดินขนาดเล็กๆ ภายในโรงเ
ตามสำนวนสุภาษิต จับปลาสองมือ ที่มีความหมายเปรียบเทียบคนที่อยากจะได้สองอย่างทีเดียวพร้อมๆ กัน เสมือนการใช้มือจับปลาตัวเดียวให้มั่นดีกว่าจับด้วยมือเดียวหรือข้างละตัว ซึ่งอาจจะไม่มั่นคงพอ ทำให้ปลาทั้งสองตัวหลุดตกน้ำไปหมด ไม่ได้อะไรเลย เห็นทีจะไม่จริงเสมอไป ถ้าบุคคลนั้นมีกระบวนการคิดวางแผนในสิ่งที่กำลังทำดี บางทีการจับปลาสองมือก็อาจจะสร้างประโยชน์ได้อย่างคาดไม่ถึงก็เป็นได้ คุณอำไพ พิกุลหอม หรือ ครูไต่ อยู่ที่ 327/1 ซอย 14 ถนนสุขสวัสดิ์ 1 ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ประกอบอาชีพรับราชการครูเป็นหลัก เลี้ยงไส้เดือนขายฉี่และมูลไส้เดือน เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ดีมาก โดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนกับงานประจำ ทำได้อย่างไร งานเกษตรวันว่างของครูไต่ เริ่มต้นจากความบังเอิญ ครูไต่ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงไส้เดือนว่า ตนเรียนจบคณะศึกษาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบูรพา ปัจจุบัน เป็นคุณครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่จังหวัดลำปาง แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบปลูกต้นไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงใช้วันว่างเสาร์-อาทิตย์ ปลูกต้นไม้ไปเรื่อย แต่ยังไม่จริงจังเท่าไรนัก เพราะอยู่บ้านพักหลวง จ
เพราะแต่ละคนมีมุมมอง มีความคิด และมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ย่อมมีความแตกต่างขึ้น ความแตกต่างก็คือความแตกต่าง ย่อมที่สวยงามเสมอของแต่ละคน อย่าใส่ใจให้เป็นเรื่องกังวลของชีวิตในการก้าวเดินของเรา ว่าระยะทางที่เราต้องการต่อไปนั้นจะมีเส้นทางอีกยาวไกลสักแค่ไหน เราย่อมมีอิสสระในการใช้สมองเราคิด เราคือเรา ชีวิตของเราต้องออกแบบเอง พึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด เมื่อคิดแล้วเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้เราทำได้อย่ารอโชควาสนาหรือฟ้าลิขิต ไม่ต้องไปถามหมอดูหรอกครับ ทำมันขึ้นมาเองจากหนึ่งสมองสองมือหนึ่งหัวใจในเวลาที่มีเท่าเทียมกันทุกคนที่มีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ เพราะเส้นทาง เดินห่าง…จากความจน กำลังอยู่ไม่ไกลเกินรอแล้วครับ ก่อนอื่นขอกราบ สวัสดี และขอบพระคุณแฟนๆ อย่างมากมายจริงๆ จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่ได้ให้แรงใจตลอดมา จากการส่งเสียงไปหาที่โทร. 081-846-0652 หรือในเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือ ID Line. Janyos ผมปลื้มมากๆ ที่แฟนๆ บอกไปว่าชอบทุกเรื่องราวที่นำมาเสนอ อ่านง่าย ไม่ปวดหัว สนุกเพลินดี ขอขอบพระคุณอีกครั้ง ติดตามให้แรงใจกันต่อไปนะครับ ปักษ์นี้ผมมีความภูมิใจเป็นอย่างม
ปัจจุบัน เรื่องของสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและให้ความร่วมมือกันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมคือ การกำจัดขยะอินทรีย์ต่างๆ เช่น เศษอาหาร เศษผักและผลไม้ เป็นต้น หากกำจัดไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น มลพิษทางน้ำและกลิ่น ปัญหาขยะล้นเมือง แหล่งเพาะเชื้อโรค แมลง ที่ส่งผลต่อมวลมนุษย์ วิธีการหนึ่งในการกำจัดขยะอินทรีย์คือ การใช้ไส้เดือนดินเพื่อกำจัดขยะ ในทางตรงแล้ว ยังทำให้เกิดประโยชน์ด้านการเกษตรหลายชนิด ได้เป็นปุ๋ยไส้เดือนดิน และปุ๋ยน้ำหมักไส้เดือนดิน ครูพิศมัย ลิ้มสมวงศ์ ครูพิศมัย ลิ้มสมวงศ์ อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาด้านการเกษตรที่โรงเรียนเกษตรกรรมพิษณุโลก หรือเกษตรบ้านกร่าง รุ่นที่ 8 ได้สอบบรรจุเป็นครูสอนในจังหวัดพิษณุโลกหลายปี ล่าสุดย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตนเอง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นครูเกษตรจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนดิน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นจึงสร้างเรือนโรงเลี้ยงไส้เดือนดิ
หากติดตามข่าวคราวในแวดวงการเกษตรบ้านเรา เป็นที่น่ายินดีว่ามีคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งหันมาทำการเกษตรอย่างจริงจัง โดยเริ่มค่อยๆ ศึกษาหาความรู้ ตั้งต้นจากการทำเป็นอาชีพเสริมก่อน จนเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงตัดสินใจทำเป็นอาชีพหลัก มูลไส้เดือน ประโยชน์มาก อย่าง คุณไพฑูรย์ ไชยรักษ์ อายุ 35 ปี เจ้าของ รัตนชัยฟาร์มไส้เดือน จังหวัดสตูล ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 7 ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล ซึ่งหนุ่มคนนี้ยังคงทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางโทรศัพท์ แต่ได้ใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และเวลาว่างทำฟาร์มไส้เดือน ตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยให้พ่อแม่คอยช่วยดูแล ก่อนที่เขาวางแผนจะมาทำเต็มตัวในอีกไม่ช้า เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวเต็มที่ คุณไพฑูรย์ มีดีกรีปริญญาตรี สาขาการจัดการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พูดถึงแรงบัลดาลใจของการเลี้ยงไส้เดือนว่า มีที่มาที่ไปจากการที่อยากจะกลับมาอยู่ดูแลพ่อแม่ที่จังหวัดสตูล บวกกับความตั้งใจที่จะเดินหาช่องทางความเป็นไปได้เรื่องปุ๋ยในเส้นทางเกษตรแบบยั่งยืน และสามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้ จึงพยายามหาข้อมูลทางอ
คุณนิรัชพร ธรรมศิริ หรือ “ต่าย” สาวตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เล่าถึงตัวเองว่า “หนูเป็นเด็กบ้านนอก เกิดมาจากครอบครัวเกษตรกร พ่อ-แม่มีอาชีพทำนา ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ที่อำเภอจุน พะเยา จำได้ว่าตอนเด็กซุกซนตามประสาคือไปขุดไส้เดือนมาตกปลาบ่อยมาก” เธอเว้นวรรคเล็กน้อย… “ต่อมาหลังเรียนจบออกจากบ้าน ได้ไปทำงานสารพัดจังหวัด (เธอบอกเช่นนี้จริงๆ ครับ) เป็นสาวโรงงานที่อยุธยา เป็นแม่ค้าข้าวมันไก่ที่สัตหีบ สุดท้ายทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่กำแพงเพชร ในเวลานี้” สุดยอดไหมครับ คุณนิรัชพร ธรรมศิริ สำหรับเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนนั้นเธอเล่าว่า คิดว่าเป็นความบังเอิญมากกว่า หลังจากที่ค้นหาจากโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อดูเรื่องราวของการปลูกผักปลอดสารพิษ เพราะคิดว่าจะปลูกผักสำหรับไว้กินเอง เนื่องจากส่วนตัวชอบกินผักจิ้มน้ำพริก จนกระทั่งไปเจอวิธีการเลี้ยงไส้เดือน อ่านดูจึงรู้ว่าไส้เดือนเป็นสัตว์มหัศจรรย์มาก คือ สามารถนำมูลของมันมาใช้ใส่ผัก ผลไม้ โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างดีอีกด้วย ต่อมาจึงได้ศึกษาถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงไส้เดือน เธอคิดว่าจะสามารถทำความเข้าใจได้โดยไม่ต้องห
ปัจจุบัน เรื่องของสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและให้ความร่วมมือกันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมคือ การกำจัดขยะอินทรีย์ต่างๆ เช่น เศษอาหาร เศษผักและผลไม้ เป็นต้น หากกำจัดไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น มลพิษทางน้ำและกลิ่น ปัญหาขยะล้นเมือง แหล่งเพาะเชื้อโรค แมลง ที่ส่งผลต่อมวลมนุษย์ วิธีการหนึ่งในการกำจัดขยะอินทรีย์คือ การใช้ไส้เดือนดินเพื่อกำจัดขยะ ในทางตรงแล้ว ยังทำให้เกิดประโยชน์ด้านการเกษตรหลายชนิด ได้เป็นปุ๋ยไส้เดือนดิน และปุ๋ยน้ำหมักไส้เดือนดิน ครูพิศมัย ลิ้มสมวงศ์ อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาด้านการเกษตรที่โรงเรียนเกษตรกรรมพิษณุโลก หรือเกษตรบ้านกร่าง รุ่นที่ 8 ได้สอบบรรจุเป็นครูสอนในจังหวัดพิษณุโลกหลายปี ล่าสุดย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตนเอง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นครูเกษตรจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนดิน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นจึงสร้างเรือนโรงเลี้ยงไส้เดือนดินขนาดเล็กๆ ภายในโรงเร
