ไส้เดือน
ในวงการเกษตรไส้เดือนถือเป็นสัตว์ที่ทำประโยชน์ให้มากมาย การคืบคลานชอนไชในดินของสัตว์ชนิดนี้ช่วยทำให้ดินร่วนซุย การถ่ายเทน้ำและอากาศดี ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดินทำให้รากพืชหาอาหารได้ง่าย ไม่เพียงเท่านั้นไส้เดือนยังเหมือนเครื่องชี้วัดสารเคมีในดิน เพราะถ้าดินบริเวณนั้นมีสารเคมีตกค้าง จะไม่พบไส้เดือนสักตัว อาจกล่าวได้ว่าบริเวณใดมีไส้เดือน บริเวณนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับนักตกปลาแล้วไส้เดือนถือเป็นอาหารอันโอชะของบรรดาปลาทุกชนิด อีกทั้งยังพบว่าในตัวไส้เดือนมีปริมาณเปอร์เซ็นต์โปรตีนที่สูงมากหากนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ถ้าใช้ไส้เดือนเป็นอาหารแก่นกแข่งเสียงแล้วจะทำให้มีเสียงไพเราะ มีขนสวย หรือถ้านำไปเลี้ยงหมูแล้วพบว่าคุณหมูทั้งหลายจะมีการผสมพันธุ์ที่ดี ไม่เพียงเท่านั้นมูลไส้เดือนยังเกิดประโยชน์ต่อวงการเกษตรด้วย ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงจึงเกิดมีอาชีพเพาะ-เลี้ยงไส้เดือนขึ้นเพราะต้องการนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ และนำมาใช้ย่อยสลายวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและอาหาร เช่น เศษผัก ผลไม้หรือมูลสัตว์ เพื่อผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ “ฟาร์มไส้เดือนเดช” ตั้งอยู่เลขที่ 3 หมู่ที่ 11 ตำบลอ้อม
ที่ศาลาประชาคม หมู่ที่ 3 บ้านด่านโลด ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง มีการเปิดอบรมโครงการผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนของรัฐบาล ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน จำนวน 60 คน จากจังหวัดพัทลุง ภูเก็ต ระนอง และจังหวัดตรัง คุณปารีณา ภคุโล เกษตรอำเภอตะโหมด กล่าวว่า โครงการ 9101 ของรัฐบาล ทางกลุ่มผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน เป็นโครงการของรัฐบาลที่มีค่าแรงตอบแทน และมีค่าวัตถุดิบ ทั้งนี้ รัฐบาลดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และหากโครงการดำเนินไปได้ดีมีความเข้มแข็ง เมื่อมีผลตอบรับที่ดีก็จะมีการลงทุนต่อยอดต่อไปได้ แล้วจะเป็นโครงการ 9102 ต่อไป ด้าน คุณสุชาติ สาเหล็ม กำนันตำบลแม่ขรี กล่าวว่า โครงการ 9101 ทางกลุ่มได้จัดตั้งจดทะเบียน เป็นกลุ่มปุ๋ยมูลไส้เดือน มีสมาชิก จำนวน 60 คน ด้วยงบประมาณ 60,000 บาท ซึ่งผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน สามารถต่อยอดในการทำเกษตรต่างๆ ได้ โดยสอดรับเหมาะสมกับพื้นที่ โดยนำมาใช้เองและจำหน่าย ทั้งนี้จะดำเนินการให้เป็นศูนย์เรียนรู้อีกต่อไปด้วย “ปุ๋ยมูลไส้เดือน เป็นที่ต้องการของตลาดมาก โดยเฉ
ครูพิศมัย ลิ้มสมวงศ์ อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาด้านการเกษตรที่โรงเรียนเกษตรกรรมพิษณุโลก หรือเกษตรบ้านกร่าง รุ่นที่ 8 ได้สอบบรรจุเป็นครูสอนในจังหวัดพิษณุโลกหลายปี ล่าสุดย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตนเอง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นครูเกษตรจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนดิน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นจึงสร้างเรือนโรงเลี้ยงไส้เดือนดินขนาดเล็กๆ ภายในโรงเรียน สอนเด็กนักเรียนตั้งแต่การเลี้ยงไส้เดือนดินในถังน้ำสีดำ เลี้ยงในลิ้นชักพลาสติก แบบ 4 ชั้น จนเด็กนักเรียนสามารถนำไปปฏิบัติและใช้ที่บ้านของตนเองได้ ในปี 2558 ครูพิศมัย เกษียณอายุราชการ จึงเริ่มเลี้ยงไส้เดือนบริเวณบ้าน และจัดเป็นศูนย์เรียนรู้ไส้เดือนดินสำหรับนักเรียนและเกษตรกรทั่วไป เนื่องจากบ้านและโรงเรียนที่เคยสอนนั้นอยู่ใกล้กัน ครูพิศมัย เล่าต่อว่า ไส้เดือนดินมีหลายสายพันธุ์ แต่ที่นิยมเลี้ยงในบ้านเรามี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์สีแดงออกม่วง ตัวขนาดเล็ก ชอบอาศัยผิวดินอยู่ในขย
ประเทศไทย นับเป็นแหล่งผลิตพรรณไม้น้ำ (aquatic plants) หรือพืชน้ำสวยงาม เพื่อการส่งออกที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากประเทศไทยได้เปรียบในเรื่องสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชน้ำเป็นอย่างยิ่ง ทุกวันนี้เกษตรกรไทยปลูกพรรณไม้น้ำสวยงาม ทั้งสายพันธุ์พื้นเมืองของไทยและสายพันธุ์ต่างประเทศมากกว่า 250 ชนิด อาทิ พืชน้ำในสกุล คริป (Cryptocoryne) อนูเบียส (Anubias) และสกุลอะเมซอน (Echinodorus) เป็นต้น ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ฯลฯ นิยมสั่งซื้อพรรณไม้น้ำจากไทย เช่น ผักเป็ดแดง รากดำใบยาว รากดำใบใหญ่ ปรงทะเล ริคเซีย กระจับ สาหร่ายหางกระรอก ฯลฯ เพื่อนำไปปลูกประดับในตู้เลี้ยงปลาสวยงามหรือตู้โชว์ปลูกพืชน้ำสวยงาม สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยมากกว่าปีละ 50 ล้านบาท “ไส้เดือนฝอย” นับเป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญของการส่งออกพรรณไม้น้ำของไทยในระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา เพราะพรรณไม้น้ำของไทยที่ส่งไปขายในตลาดสหภาพยุโรป (EU) ตรวจพบไส้เดือนฝอย Radopholus similis ติดไปกับรากไม้น้ำสกุลอนูเบียส (Anubias) และไส้เดือนฝอย Hirschmanniella sp. ติดไปกับรากไม้น้ำสกุล Vallisne
ปัจจุบันการเลี้ยงไส้เดือนอาจพูดได้ว่าเป็นอาชีพที่ทำเงินให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ไม่น้อย ซึ่งดินที่ได้จากมูลไส้เดือนจัดว่าเป็นปุ๋ยชั้นดี เมื่อนำไปใช้กับพืชผลทางการเกษตรสามารถทำให้พืชชนิดนั้นๆ เจริญเติบโตได้ดี จึงนับว่าเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ได้จากสัตว์ตัวน้อย แต่กลับมีประโยชน์มากมาย โดยการเลี้ยงไส้เดือนนั้นจะทำการเลี้ยงด้วยวิธีง่ายๆ คือ อยู่ภายในกะละมังทรงกลมที่หาซื้อได้ทั่วไป ซึ่งทำให้บรรจุไส้เดือนในการเลี้ยงได้ค่อนข้างน้อย และที่สำคัญซ้อนกันเป็นชั้นได้ไม่สูงมาก จึงทำให้เปลืองค่าไม้คั่นและพื้นที่ค่อนข้างมาก ซึ่งทาง บริษัท วิริยะกิจอุตสาหกรรมพลาสติก จำกัด จึงได้ทำการคิดค้นภาชนะการเลี้ยงไส้เดือนแบบเป็นคอนโดฯ แนวใหม่ ที่ประหยัดทั้งพื้นที่ ซ้อนได้สูงถึง 12 ชั้น โดยบรรจุได้ประมาณ 120 กิโลกรัม โดยศูนย์การเรียนรู้ฟาร์มไส้เดือน จังหวัดนครปฐม ได้ลองนำไปใช้และพบว่า คอนโดฯ ไส้เดือนรุ่นใหม่นี้ ประหยัดทั้งพื้นที่ในการเลี้ยงและได้มูลไส้เดือนมากกว่าการเลี้ยงในกะละมังทั่วไปถึง 8 เท่าตัว ทางฟาร์มยังได้กล่าวอีกว่า คอนโดฯ ไส้เดือนของ บริษัท วิริยะกิจอุตสาหกรรมพลาสติก จำกัด เป็นสินค้าที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมือ
หลังพบว่า “เศษขยะ” จากอาหารสด คือ “ขุมทรัพย์” อันล้ำค่า “ชารีย์ บุญญวินิจ” ศิษย์เก่าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนหนุ่มวัยเพียง 29 ปี อดีตเซฟที่สหรัฐอเมริกา และได้เคยบวชเรียนเป็นพระมาแล้ว ปิ๊งไอเดียนำเศษอาหารไร้ค่ามาเลี้ยงไส้เดือน ผันชีวิตจากเด็กหนุ่มปกติ สู่วิถีชีวิตเกษตรกร จนได้รับฉายาลุงรีย์ไส้เดือนเงินล้าน คุณชารีย์ เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ณ ร้านอาหาร แห่งหนึ่งนาน 4 เดือน ทุกๆ วัน ต้องพบเจอกับเศษอาหารที่เหลือทิ้งจำนวนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังหาวิธีกำจัดเศษขยะเหล่านั้นไม่ได้ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทย ไปบวชเป็นพระ ได้เจอกับพระนักพัฒนาที่มีทักษะการเกษตรสูงเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีเกษตร จึงเกิดความคิดอยากทำเกษตรที่สามารถเลี้ยงชีพได้ ชารีย์ บอกต่อว่า หลังจากสึกพระออกมา ก็ทำงานออฟฟิศด้านการออกแบบ กระทั่งปี 2553 เริ่มเลี้ยง “ไส้เดือน” เป็นอาชีพเสริม เพราะมองว่าไส้เดือน เป็นสัตว์ที่ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่เยอะ ไม่มีโรค ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ลงทุนครั้งเดียว ที่สำคัญไม่รบกวนงานประจำ “ผมใช
บนเส้นทางก้าวเดินของชีวิต ทุกฝีก้าวย่อมให้เราได้มีการเรียนรู้ตลอดเส้นทาง โอกาสและเวลาที่เราพบระหว่างเส้นทางจะสามารถสร้างเส้นทางแห่งชีวิตให้เกิดกับเราได้เสมอ อยู่ที่ว่าเราจะทำได้หรือไม่เท่านั้น ทุกชีวิตล้วนไม่มีอะไรแน่นอน ที่แน่นอนทุกวินาทีคือลมหายใจที่มีอยู่เท่านั้น อย่าท้อหรือยอมแพ้เด็ดขาด ก้าวเดินไปพร้อมลมหายใจที่จริงแท้ของชีวิต ขอเพียงสู้ และสู้ต่อไป ให้คิดเสียว่าชีวิตนี้เรายังหยุดพักไม่ได้เพราะเรายังหายใจดีอยู่ ชีวิตเราก็จะทำให้เกิดพลังของเลือดนักสู้ได้เต็มพิกัดทันที อย่าลืมแนบชิดความขยันและอดทนไปด้วยเนื่องจากจะสามารถทำให้เราก้าวได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้นตลอดเส้นทาง สุดท้าย เส้นทางที่สามารถ เดินห่าง…จากความจน ชนิดสมบูรณ์แบบรออยู่ไม่นานเกินรอครับ เพราะคุณคือนักสู้ชีวิตที่ไม่ยอมแพ้แม้แต่ลมหายใจของตัวเอง ขอต้อนรับด้วยคำว่า สวัสดี พร้อมขอบพระคุณอย่างมากเป็นเบื้องต้นจากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน สำหรับคอลัมน์นี้ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เนื่องจากทุกครั้งเมื่อหนังสือวางแผงผมจะได้รับการส่งเสียงไปหา หรือทางเฟซบุ๊ก เป็นคำถามหลากหลายจากที่ได้นำมาเสนอ แต่ส่วนให
อย่ากลัวแม้ว่าบางครั้งเมื่อต้องก้าวออกเดินเพียงลำพังคนเดียว เพราะนั่นคือวิธีที่เราจะสามารถเรียนรู้ช่วงระยะทางชีวิตของเราได้ดี และมากขึ้นก็เป็นได้ ความจริงแท้ของชีวิตในทุกวินาทีคือลมหายใจเท่านั้น ความโดดเดี่ยวบางครั้งจะเป็นครูที่คอยสอนให้ได้รู้จักกับชีวิตตัวเองได้อย่างดี นำสิ่งที่ได้เหล่านั้นมาประยุกต์กับการก้าวเดินไปต่อไป พร้อมกับความขยันและอดทนที่ต้องนำติดตัวไปตลอดเส้นทาง สุดท้ายจะพบกันเส้นทางที่สามารถ เดินห่าง…จากความจน ได้สมบูรณ์ชนิดแบบอย่างมั่นใจและมั่นคง เพราะคุณคือคนที่ไม่ยอมแพ้แม้แต่ลมหายใจของตัวเอง ขอต้อนรับด้วยคำว่า สวัสดี พร้อมขอบพระคุณอย่างมากจากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียนเป็นเบื้องแรก คอลัมน์นี้ถือว่าได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปักษ์นี้มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ชะอมไม้เค็ด 2009 ด้วยเช่นกัน เป็นเรื่องราวที่แฟนๆ ได้สอบถามไปหลายท่านเกี่ยวกับเรื่องราวของปุ๋ยที่นำมาใช้กับชะอม ผมมักจะนำเสนอเสมอว่า คุณชะอมนั้นโปรดปรานปุ๋ยขี้ไก่เป็นอย่างมาก เพราะที่สวนผมใช้เป็นประจำ แต่หลังจากมีแฟนๆ หลายท่านได้บอกไปว่าได้นำปุ๋ยขี้หมูมาใช้ คุณชะอมก็ตอบรับดีเช่นก
ขยะที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนที่เพิ่มของประชากรของจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดปัญหาขยะล้นเมือง ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้มีการทำวิจัยใช้ไส้เดือนมาย่อยขยะอินทรีย์ เช่น เศษผัก ผลไม้ต่างๆ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างมาก และภายหลังจากนั้นได้ต่อยอดโดยนำมูล และปัสสาวะของไส้เดือนมาทำจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย อี-เวิร์ม (E-Worm) พร้อมทั้งได้ส่งไปช่วยพื้นที่ประสบอุทกภัยที่น้ำท่วมขังจนเริ่มเน่าเสียในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รศ.ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีองค์ความรู้ด้านการใช้จุลินทรีย์มาบำบัดน้ำเสีย จึงได้จัดทำชุดบำบัดน้ำเสีย ที่เรียกว่า อี-เวิร์ม (E-Worm) คือ กลุ่มจุลินทรีย์ธรรมชาติจากลำไส้ไส้เดือนดินท้องถิ่นไทยที่มีความหลากหลายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จุลินทรีย์ที่เกิดจากโครงการกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยไส้เดือนดิน นอกจากการกำจัดขยะอินทรีย์อย่างได้ผลแล้ว ยังเกิดผลผลิตที่เป็นมูลไส้เดือนดินที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ คุณภาพดีและน้ำหมักมูลไส้เดือนดินที่สามารถใช้เป็นปุ๋ยบำรุงพืชและยังใช้บำบัดน้ำเสียได้ผลดี เพราะมีจุลินทร
