กปร.
กปร. นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จังหวัดฉะเชิงเทรา สัมผัสผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ ชูมิติความสำเร็จในการขยายผลจากการศึกษาทดลอง สู่การสร้างงานสร้างอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม ถอดบทเรียนการพลิกฟื้นผืนดินเสื่อมโทรมสู่ความอุดมสมบูรณ์ ต่อยอดสู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนจนได้รับมาตรฐาน อย. รับรอง พร้อมสร้างกลไกการตลาดที่เข้มแข็ง ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ให้เกิดความยั่งยืน วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) นำโดย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. จัดกิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ประจำปี 2568” นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา แสดงผลสำเร็จกว่า 4 ทศวรรษ ในการพลิกฟื้นพื้นที่ดินเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ พร้อมขยายผลองค์ความรู้สู่ชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ และต่อยอดแปรรูปสิน
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดโครงการ “สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ” โดยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. นำสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการขยายผลผลสำเร็จจากโครงการพระราชดำริสู่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ตัวอย่างของการพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งอย่างสมดุลและยั่งยืน วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 คณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนจันทราบุรี @ ปากน้ำแหลมสิงห์ หมู่ 1 ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ของนางสุภิดา ลิ้นทอง ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ การเพาะเลี้ยงและแปรรูปสาหร่ายทะเลครบวงจร โดยมีจุดเริ่มต้นจากการ “ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล”จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสำนักงาน กปร. ในปี 2566 ซึ่งได้รับขยายผลองค์ความรู้ “แปรรูปสาหร่ายผักกาดทะเล” เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด อาทิ สาหร่ายผักกาดทะเลตากแห้ง บะหมี่และพาสต้าสาหร่าย ผงผักม้วนสาหร่าย รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเส้นผม เช่น เซรั่ม แชมพู ครีมนวดผม เจลอาบน้ำ และโลชั่นที่มีส่วนผสมขอ
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดโครงการ “สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ” นำสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการพระราชดำริที่เป็นต้นแบบการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน จังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่สองของคณะสื่อมวลชนลงพื้นโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี นายเสกสรร ทรัพย์เจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังบน (โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสฯ) ให้การต้อนรับและบรรยายการดำเนินงานและผลสำเร็จของการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2521 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายเกื้อ นกจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 (ในขณะนั้น) เข้าเฝ้าฯ ณ โรงปูนซิเมนต์ทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับโครงการชลประทาน โครงการเขื่อนเก็บน้ำห้วยน้ำใส ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างระยะยาว ฉะนั้นเห็นควรพิจารณาก่อสร้างฝายทดน้ำ หรือเขื่อนทดน้ำคลองไม้เสียม (ห้วยน้
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดโครงการ “สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ปี 2568” นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนางจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. กล่าวถึงการจัดโครงการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จและองค์ความรู้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งสื่อมวลชนคือกำลังสำคัญในการถ่ายทอดพระราชปณิธานการพัฒนา สู่การรับรู้ของสังคมอย่างถูกต้องและกว้างขวางต่อไป กิจกรรมในวันแรก คณะสื่อมวลชนจะได้เยี่ยมชมการบริหารจัดการน้ำที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ โดยมีนายมานพ ลิ้มทองใบ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บรรยายสรุปถึงการบริหารจัดการประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ในบริหารจัดการปัญหา 4 น้ำ 3 รส ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม น้
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ในโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ประจำปี 2567 ชมกิจกรรม โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดย นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวต้อนรับ นายวัชระ หัศภาค ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา สำนักงาน กปร. กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ผู้อำนวยการโครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ กล่าวถึงการดำเนินงานและการขยายผลของโครงการ โอกาสนี้ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา ได้มอบโล่ให้แก่ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริที่ได้รับการขยายผลจากโครง ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ จำนวน 9 แห่ง จากศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งหมด 221 แห่ง ทั่วประเทศ จากนั้นคณะสื่อมวลชนได้ชมกิจกรรมภายในโครงการ ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำดอกกราย บริเวณสันอ่างตามรอยครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยพระบรมวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังอ่างเก็บน้ำดอกกราย และพระร
ที่ฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันก่อน พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วยพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ นายปวัตร์ นวะมะรัตน เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( สำนักงาน กปร.) และคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมและติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานของฟาร์มฯ การนี้องคมนตรีและคณะ ได้รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานและการพัฒนาด้านต่างๆ จากผู้แทนกรมประมง การดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำภายในฟาร์มฯ จากผู้แทนกรมชลประทาน โดยเฉพาะการพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์จากสาหร่ายผักกาดทะเล องคมนตรีได้ให้ความสนใจพร้อมแนะนำเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลว่า ควรให้มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี เข้าร่วมและนำไปต่อยอดพัฒนาเป็นเมนูอาหารจากสาหร่ายชนิดนี้ สำหรับสาหร่ายผักกาดทะเลนั้น เป็นผลมาจากที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพชรบุรีและฟาร์มทะ
“เมื่อปี 2552 มีความคิดกลับมาประกอบอาชีพที่บ้านเกิด ประกอบกับสุขภาพไม่แข็งแรง ต่อมาได้เข้ารับการอบรมเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้นำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในพื้นที่เริ่มจากการแบ่งพื้นที่ทำการเกษตรตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ มีทั้งหมด 12 ไร่ แบ่งทำนาข้าว 10 ไร่ ที่อยู่อาศัย 2 ไร่ และปลูกต้นยางนาที่ได้รับจากศูนย์ บริเวณริมรั้วของพื้นที่ จำนวน 30 ต้น ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบและพันธุ์น้ำหวานแปดริ้ว จำนวน 100 ต้น ระยะแรกซื้อต้นพันธุ์จาก อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ราคาต้นละ 50 บาท และ 100 บาท ปัจจุบันเพาะและขยายพันธุ์เองได้ นอกจากนี้ยังเลี้ยงโคและกระบือ โดยนำมูลไปใช้ปรับปรุงบำรุงดินซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตลดการใช้ปุ๋ยเคมี มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน จากการขายผลผลิต เช่น มะพร้าว กล้วยหอม กล้วยไข่ และขายหน่อพันธุ์กล้วย” นางสมุทร มาจาด ราษฎรบ้านโคกสามัคคี หมู่ที่ 14 ตำบลห้วยตึ๊กชู อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ กล่าว ทุกวันนี้ นางสมุทรมีความสุขดี ตื่นเช้าไม่ต้องไปวิ่งหางานบ้านอื่น ห
“รู้สึกปลาบปลื้มก็เหมือนพระองค์ท่านมาด้วยตัวเอง ยินดีมากๆ ชีวิตจากการทำเกษตรพอเพียงแบบผสมผสานทำให้ชีวิตไม่ต้องดิ้นรน ทำตามพระพระราชดำรัสของพระองค์ท่านวันนี้อยู่ดีกินดี” นางรุ่งทิพย์ ดีเด่น ราษฎรหมู่ที่ 8 ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กล่าวระหว่างรอต้อนรับ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร รองเลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ ในโอกาสเดินทางติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นางสาวรุ่งทิพย์ ดีเด่น หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งขามฯ ซึ่งเดิมทำงานในโรงงาน แต่รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายจึงกลับมาทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง ด้วยการเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ปลูกกล้วยหอมทองส่งโรงงาน แต่ก็ไม่ยั่งยืนเพราะปลูกกล้วยหอมทองอย่างเดียวหรือเรียกทั่วไปว่าปลูกพืชเชิงเดี่ยว ช่วงผลผลิตมากราคาจะตกต่ำทำให้ขาดทุน ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่งานศึกษาทดลองและขยายผลจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจา
