กฟก
สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดแผนปฏิบัติการระยะยาว 5 ปี ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ หรือ 4 smart มุ่งสู่การทำงานตามภารกิจหลัก ทั้งแก้ปัญหาหนี้สิน ฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพ และรายได้ให้เกษตรกรสมาชิกทั่วประเทศ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการระยะยาว 5 ปี (2568-2572) ของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ภายใต้วิสัยทัศน์เป็นองค์การเพื่อเกษตรกร พัฒนาองค์กรเกษตรกรให้เข้มแข็ง จัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพและตามหลักธรรมาภิบาล หรือ 4 smart เพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรสมาชิกว่า แผนปฏิบัติการ แบ่งเป็น 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1. สร้างความมั่นคงในอาชีพแก่เกษตรกร (Smart Farmer) 2.เสริมสร้างความเข็มแข็งของเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร (Smart Agriculture) 3.พัฒนาระบบบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีดิจิตอลให้ทันสมัย (Smart Digitalization) และ 4. พัฒนาระบบการบริหารจัดการสำนักงานฯ ให้มีประสิทธิภาพ (Smart Office) โดยการสร้างความมั่นคงในอาชีพแก่เกษตรกร (Smart Farmer) ใช้กลยุทธ์บร
สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการภายใน ระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อค้นหาปัจจัยความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านการฟื้นฟู และแก้ปัญหาหนี้ให้เกษตรกร วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop) ตามโครงการ “การปฏิบัติการเพื่อการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการ กฟก. กล่าวมอบแนวทางปฏิบัติว่าการสัมมนาครั้งนี้กำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2568 มีกลุ่มเป้าหมายได้แก่ตัวแทนพนักงาน และลูกจ้างจากส่วนต่าง ๆ ประกอบด้วย สำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร สำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สำนักอำนวยการ สำนักกฎหมาย สำนักบริหาร และสำนักตรวจสอบ เพื่อให้พนักงาน และลูกจ้าง มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย ความจำเป็น และหลักการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน สามารถจัดทำแผนปฏิบัติการบริหารความเสี่ยงของส่วนงานของตนเองได้ และภายใต้ความเสี่ยงและตัวชี้วัดจะถูกโยงไปสู่การประเมิน ITA และ Tris นอกจากนี้ยังเป็นการร่วมกันปรับปรุงคู
สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมจัดทำแผนการปฎิบัติงานปี 2568 กระจาย 4 ภาค เพื่อให้บริการทันต่อความเดือดร้อนของเกษตรกรสมาชิก ภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้องสอดรับกันระหว่างส่วนกลางและสาขาจังหวัด นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) กล่าวว่า กฟก. ได้จัดประชุมเพื่อจัดทำแผนการปฎิบัติงาน ปี 2568 เน้นการบริการให้ทันต่อความเดือดร้อนของเกษตรกรสมาชิกควบคู่กับการยกระดับหน่วยงาน ซึ่งหัวใจสำคัญของกองทุนฟื้นฟูฯ คือ กลุ่มองค์กรเกษตรกร ต้องมีการยกระดับพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง และให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ เป็นศูนย์กลางของเกษตรกรอย่างแท้จริง ดังนั้น แผนปฏิบัติงาน ปี 2568 รายละเอียดจึงเกี่ยวข้องกับการให้บริการเกษตรกร ภายใต้ความถูกต้องของกฎหมาย ระเบียบ และข้อมูลมีการตรวจสอบยืนยันความมีอยู่จริงของเกษตรกรสมาชิก นอกจากนี้สำนักงานต้องทำผลการดำเนินงานให้ผ่านการประเมินตัวชี้วัดของหน่วยงานที่เข้ามาประเมิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ ต้องร่วมมือกันฟันฝ่าอุปสรรคให้ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ นำมาซึ่งการให้บริการเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความพึงพอใจของพี่น้องเกษตรกร การจัดทำแผนปฏ
เลขาธิการ กฟก.พร้อมนำทัพ แก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้กับ กฟก.กว่า 5 แสนราย รวม 906,009 สัญญา ตามนโยบายประธานบอร์ด กฟก. ที่ต้องการให้ปัญหาคลี่คลายโดยเร็ว ชี้ที่ผ่านมาช่วยรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้เกือบ 2 แสนไร่ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) กล่าวถึงภารกิจการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรสมาชิก ที่จะดำเนินการในปี 2568 ว่า ภายใต้กรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 จำนวน 1,779,968,000 บาท ถูกจัดสรรเพื่อใช้จัดการหนี้ให้เกษตรกร จำนวน 670,600,000 บาท ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เป็นสมาชิก กฟก.จำนวน 6,885,291 ราย ขึ้นทะเบียนหนี้ จำนวน 522,973 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 7.60 ของสมาชิกทั้งหมด รวม 906,009 สัญญา จำนวนเงิน 137,203,162,888 บาท โดยอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ตามนโยบายของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่ต้องการให้ปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรคลี่คลายไปในทางที่ดี ที่ผ่านมา มีการชำระหนี้แทนเกษตรกรให้กับเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ทั้ง ธ.กส. ธนาคารพาณิชย์ นิติบุคคล สหกรณ์
เลขาธิการสำนักงาน กฟก. เตรียมลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการจัดเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่กำหนดวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย.เป็นวันเลือกตั้ง พร้อมรณรงค์ให้เกษตรกรสมาชิกกว่า 5.2 ล้านคน ออกมาใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียง เพื่อให้ได้ผู้แทนเกษตรกรร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคเกษตรกรรมให้เข้มแข็งและยั่งยืน นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2566 กล่าวว่า ในเร็ว ๆ นี้ จะลงพื้นที่เพื่อติดตามความพร้อมและตรวจดูความเรียบร้อยในการจัดเตรียมการเลือกตั้ง การกำหนดหน่วยเลือกตั้งของจังหวัด อำเภอต่าง ๆ ทั้ง 4 ภาค ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2566 เพื่อคัดเลือกผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 20 คน แทนชุดเก่าที่หมดวาระไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2566 โดยมีสัดส่วนผู้แทนเกษตรกร ภูมิภาคที่ 1 ท้องที่จังหวัดในภาคเหนือ จำนวน 5 คน ภูมิภาคที่ 2 ท้องที่จังหวัดในภาคกลาง จำนวน 4 คน ภูมิภาคที่ 3 ท้องที่จังหวัด
นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครรับเลือกตั้ง สถานที่สมัครรับเลือกตั้ง โดยกำหนดให้วันที่ 18 – 22 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 16.30 น. เป็นวันรับสมัครเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2566 และเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 15.00 น. สำหรับสถานที่รับสมัครกำหนดให้ภาคเหนือ ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ภาคกลาง ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (สำนักงานใหญ่) กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น และภาคใต้ ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่ง กฟก.ได้ประชาสัมพันธ์การรับสมัครผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ สื่อโซเชียล หน่วยงานภาคีความร่วมมือ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ช่วยกระจายข่าวให้ผู้ที่สนใจได้รับทราบและสมัครเพื่อเป็นผู้แทนเกษตรกรของ กฟก. โดยได้มีการติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ให้แต่ละศูนย์รายงานผลเป็นรายวัน ทั้งยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์รับสมัครทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้
นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในสัดส่วนของผู้แทนเกษตรกร จำนวน 20 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2566 ตามกฎหมายกำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ภายใน 90 วันหลังครบวาระ โดยจัดให้มีการเลือกตั้งจากสมาชิกองค์กรเกษตรกรใน 4 ภูมิภาค ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้มีมติเห็นชอบแผนบริการจัดการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2566 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงนามประกาศ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ ประกาศเรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2566 ประกาศเรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครรับเลือกตั้ง สถานที่รับเลือกตั้ง ประกาศเรื่องกำหนดจำนวนผู้แทนเกษตรกรที่จะพึงมีในแต่ละภูมิภาค และประกาศเรื่องกำหนดจำนวนรูปถ่ายหรือรูปภาพที่พิมพ์ชัดเจนในการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จึงได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามประกาศ โดยมีกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งระหว่างวันที่ 18 – ๒๒ กันยายน ๒๕๖๖ ตั้งแต่เวลา 08.30
นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) กล่าวว่า ได้มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่นำเทคโนโลยีดิจิทัล มาเป็นเครื่องมือในการทำงานให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโปรแกรม Application line และโปรแกรมแสกนเอกสาร เพื่อสร้างเครือข่ายในการติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่กับเกษตรกร หรือเกษตรกรด้วยกันเอง รวมไปถึงการส่งเสริมการตลาดออนไลน์ (Digital Marketing) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ซื้อได้ซื้อสินค้าโดยตรงจากกลุ่มผู้ผลิต หรือเกษตรกร อันเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่และต่อยอดความรู้และทักษะใหม่ๆ ในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล “ดังนั้นจึงได้กำหนดให้มีการอบรมในเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ จัดขึ้นทั้งหมด 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี และภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งภาคกลางได้จัดอบรมไปแล้วระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯเข้าร่วมกว่า 70 คน โดยเน้นเนื้อหาการใช้โปรแกรมของสำนักงานสาขาจังหวัด การใช้โปรแกรมภายในสำนักงานให้เกิดประสิทธิภาพ การแต่งภาพด
