กรมการข้าว
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานีรุกขับเคลื่อน “โครงการแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ดี โครงการส่วนพระองค์ 908” มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าว ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า โครงการส่วนพระองค์ 908 จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของเกษตรกร พร้อมส่งเสริมการทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีจุดเริ่มต้นจากพระกรุณาธิคุณและพระดำริในการจัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อช่วยเหลือราษฎรบ้านกำแมด หมู่ที่ 5 แก้ไขปัญหาความยากจนและหนี้สิน ก่อนพัฒนาต่อยอดสู่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน บนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ณ บ้านเหล่าหลวงใต้ กรมการข้าว โดย ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตข้าวของเกษตรกร โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของตลาด พร้อมนำแปลงเกษตรกรต้นแบบมาเป็นศู
“หอมแม่โจ้ 91 ปี” พันธุ์ข้าวเจ้าหอมสีขาว พันธุ์แรกของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ข้าว คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับการรับรองพันธุ์จากกรมการข้าว ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าว ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ซึ่งเป็น 1 ใน จำนวน 7 พันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ที่ชาวนาสามารถใช้ขยายพันธุ์ต่อไปได้ ดร.อนุชิดา วงศ์ชื่น หัวหน้าศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ข้าว คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “สำหรับข้าวเจ้าพันธุ์ “หอมแม่โจ้ 91 ปี” ศ.ดร.วราภรณ์ แสงทอง และทีมวิจัยศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ข้าว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับกรมการข้าว ได้คิดค้นและศึกษาปรับปรุงพันธุ์ ร่วมกับนักศึกษาคณะผลิตกรรมการเกษตร นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ และกรมการข้าว โดยใช้เวลานานถึง 24 ปีจนสำเร็จ ได้พันธุ์ข้าวหอมไทยพันธุ์ใหม่ มีลักษณะต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งฤดูนาปี และฤดูนาปรัง ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกรและผู้บริโภค ทั้งนี้ ได้รับสนันสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)” ลักษณะเด่น จากงานวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าว สู่การได้รับการรับรองพันธุ์ อีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาพันธุ์ข้าวไ
นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธาน โดยการประชุมในวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณารับรองพันธุ์ข้าวใหม่จำนวน 7 พันธุ์ ประกอบด้วย ข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าสายพันธุ์ SPR16015-16-1-1-1 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ กข121 และข้าวเจ้าสายพันธุ์ MJU148927-3-11-12-1 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ หอมแม่โจ้ 91 ปี ข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง จำนวน 1 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าสายพันธุ์ PSL12265-RBR-2-3-1-1 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ กข123 ข้าวเจ้าหอมไทย ไวต่อช่วงแสง จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าสายพันธุ์ RGD13159-MS21-MS9-2-B เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ หอมสยาม และข้าวเจ้าสายพันธุ์ RGD03011-MS381-MS193-1-B เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ สุวรรณภูมิ 1 ข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสง จำนวน 1 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเหนียวสายพันธุ์ MHS14010-5-2-4-4-2 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ กข28 และข้าวบาร์เลย์ จำนวน 1 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวบาร์เลย์พันธุ์ FNBLS#140 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ กขบ1 โดยการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวของคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวนี้เป็นการดำเนินการตามอำนาจแล
ท่ามกลางกระแสโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคการเกษตรถูกจับตามองมากขึ้น ในฐานะแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ โดยเฉพาะ “นาข้าว” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางการเกษตรที่ปล่อยก๊าซมีเทนในปริมาณสูง จากการขังน้ำในแปลงนาเป็นเวลานาน ขณะนี้ในหลายประเทศเริ่มนำมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นเงื่อนไขทางการค้า ทำให้สินค้าเกษตรในอนาคตไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องคุณภาพหรือราคาอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงกระบวนการผลิตที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญของโลก จึงเริ่มขยับตัวเข้าสู่แนวทางการผลิตข้าวยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ข้าวคาร์บอนต่ำ” หรือ Low-Carbon Rice ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของวงการข้าวไทย เพราะไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพดิน เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกรได้ในเวลาเดียวกัน คุณสมหมาย เลิศนา ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว เปิดเผยว่า ปัจจุบันการปลูกข้าวถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซมีเทนและก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศจำนวนมาก โดยเฉพาะจากการใช้ปุ๋
กรุงเทพฯ 22 มิถุนายน 2569 – ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี (ที่ 4 จากซ้าย) ให้เกียรติลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า โครงการ “พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสยามคูโบต้าและกรมการข้าว มุ่งพัฒนาต้นแบบการผลิตข้าวที่ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการปรับเปลี่ยนจากนาหว่านสู่นาดำด้วยวิธีปลูกแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของข้าวไทยอย่างยั่งยืน โดยผลการดำเนินงานระยะแรกในพื้นที่นำร่อง 12 ไร่ แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้ร้อยละ 29 ลดต้นทุนการผลิตร้อยละ 16 และเพิ่มกำไรให้เกษตรกรมากกว่า 4 เท่า ความสำเร็จดังกล่าวนำไปสู่เป้าหมายการขยายผลพื้นที่ 5,000 ไร่ ภายในปี 2571 โดยมี นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ที่ 5 จากซ้าย) พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ ที่ปรึกษา สำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (ที่ 6 จากซ้าย) ตลอดจนคณะผู้บริหารสยามคูโบต้า ร่วมให้การ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เข้าร่วม ณ กลุ่มแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ (ข้าว) อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี นายสุริยะ กล่าวว่า ปัจจุบันข้าวไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความเสี่ยงจากภัยแล้งและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง การแข่งขันด้านราคา และแนวโน้มตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องมีการปรับตัวสู่เกษตรสมัยใหม่ที่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการรวมกลุ่มของเกษตรกรเป็นพลังในการยกระดับการผลิต นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กรมการข้าวบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการใน 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้ 1) ขยายผลข้าวคาร์บอนต่ำผ่านศูนย์ข้าวชุมชนและแปลงใหญ่ คัดเลือกพื้นที่แ
ข้าวหอมพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ครองความนิยม ในใจของผู้บริโภคมานาน 60 ปี นับตั้งแต่ผ่านการรับรองพันธุ์ นอกจากรูปลักษณ์ที่เป็นข้าวสุกขาว นุ่มแล้ว ยังมีเสน่ห์ความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ แม้มีพันธุ์ข้าวหอมใหม่ๆ รับรองพันธุ์ แต่ก็ยังไม่อาจเทียบเท่า แต่ต่อมาในระยะหลัง มักจะมีคำถามอยู่เสมอว่า ทำไมข้าวหอมในปัจจุบันมีความหอมน้อยลง หรือในบางครั้งได้มีคำถามว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกมีคุณภาพดีเหมือนเดิมหรือไม่ ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้ รูปแบบการทำนาเปลี่ยนแปลงจากในอดีตหลายด้าน โดยเฉพาะการนำเครื่องเกี่ยวนวดมาใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น ทำให้ข้าวที่เกี่ยวมีความชื้นสูงกว่าการเกี่ยวด้วยมือและตากให้แห้งก่อนนำเข้าโรงสี ในขณะที่ข้าวที่ได้จากเครื่องเกี่ยวนวดจะต้องนำไปลดความชื้นอย่างถูกต้องและรวดเร็ว จึงจะทำให้คุณภาพที่ดีได้มาตรฐานจะส่งผลให้ความหอมของข้าวหอมมะลิในปัจจุบันต้องผ่านกระบวนการอบลดความชื้น ทำให้มีโอกาสที่จะมีแนวโน้มทำให้ความหอมน้อยลงไปจากกระบวนการผลิตข้าวแบบดั้งเดิม ที่ผ่านมา กรมการข้าวยืนยันมาโดยตลอดว่า พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เมล็ดพันธุ์แท้จากกรมการข้าว ไม่พบว่ามีความแปรปรวนของลักษณะส
นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เนื่องในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี 2569 นี้ กรมการข้าวได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 7 พันธุ์ จำนวน 2,800 กิโลกรัม นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2569 และนำไปบรรจุซองพลาสติก จำนวน 400,000 ซอง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ รับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล ประกอบด้วย 1) ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี คุณภาพการหุงต้มดี อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม จำนวน 1,200 กิโลกรัม บรรจุ 153,000 ซอง 2) กข6 เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง คุณภาพการหุงต้มดี จำนวน 500 กิโลกรัม บรรจุ 77,000 ซอง 3) กข79 (ชัยนาท 62) เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปริมาณอมิโลสตํ่า (16.82 %) คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี เป็นข้าวเจ้า เมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีม
กรุงเทพฯ 19 กุมภาพันธ์ 2569 – นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย ตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ที่ 4 จากซ้าย) และนายมงคล จันทร์ประทัด ผู้อํานวยการสํานักส่งเสริมการข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ที่ 2 จากซ้าย) เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ” โดยมี นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร (ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมเป็นประธานในพิธี พาชาวนาไทยเปลี่ยนระบบทำนา จากนาหว่านสู่นาดำด้วยวิธีปลูกแบบเปียกสลับแห้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากคาร์บอนเครดิตในอนาคต เพื่อผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำให้สามารถทำได้จริง มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 และนโยบายข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่ ปักหมุดพิจิตรเป็นจุดตั้งต้นแห่งการยกระดับข้าวไทยทั้งระบบ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน ณ แปลงนานำร่องศูนย์ข้าวชุมชน อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เมื่อเร็ว ๆ นี้ บุคคลในภาพข่าวเรียงจากซ้ายไปขวา 1. นายกิตติ ลิ้มพัธยาเนตร์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร 2. นายมงคล จันทร์ประทัด ผู้อํานวยการสำนักส่งเ
กรุงเทพฯ 17 กุมภาพันธ์ 2569 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำพาชาวนาไทยเปลี่ยนระบบทำนา จากนาหว่านสู่นาดำด้วยวิธีปลูกแบบเปียกสลับแห้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากคาร์บอนเครดิตในอนาคต เพื่อผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำให้สามารถทำได้จริง มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 และนโยบายข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่ ปักหมุดพิจิตรเป็นจุดตั้งต้นแห่งการยกระดับข้าวไทยทั้งระบบ ตั้งเป้านาดำคาร์บอนต่ำ 5,000 ไร่ เดินหน้าพัฒนามิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย ตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การยกระดับภาคเกษตรต้องเดินไปพร้อมกันทั้งเรื่องประสิทธิภาพการผลิต รายได้ของเกษตรกร และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การเริ่มต้น พิจิตรแซนบ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ คือการพิสูจน์ว่า ข้าวคาร์บอนต่ำ สามารถทำได้จริง และสามารถขยายผลไปสู่ระดับประเทศ เพื่อให้ข้าวไทย
