กรมวิชาการเกษตร (กวก.)
“สวนคุณช้าง” ของ นายสวัสดิ์ วัฒนชัย เป็นต้นแบบการผลิตมะม่วง Good Agricultural Practices (GAP) ส่งออกรายใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยสวนแห่งนี้ ได้รับการรับรอง GAP ครั้งแรกในปี 2553 และมีการต่ออายุการรับรองแปลง GAP เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สวนคุณช้างนับเป็นเกษตรกรกลุ่มแรกๆ ที่เริ่มการผลิตมะม่วงคุณภาพส่งออกไปต่างประเทศ โดยทำสัญญากับบริษัทส่งออกเพื่อส่งผลผลิตจำหน่ายไปยังประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีเป็นหลัก “สวนคุณช้าง” ดูแลใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต สวนคุณช้างมีเนื้อที่ปลูกมะม่วงจำนวน 254 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่ปลูกพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองจำนวน 10,000 ต้น และพันธุ์มหาชนกจำนวน 10,000 ต้น โดยมีระยะปลูก 6×2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกมะม่วงได้ 133 ต้น ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่สุดในการจัดการสวนมะม่วง สามารถนำเครื่องจักรกลเกษตร เช่น แอร์บลาสต์ แทรกเตอร์ รถตัดหญ้า รถบดกิ่งมะม่วง เข้ามาทำงานได้สะดวก ช่วยประหยัดเวลา และลดแรงงานในการฉีดพ่นสารเคมี ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตและมีรายได้เพิ่มขึ้น ปรับปรุงคุณภาพดินต่อเนื่อง เดิมทีสวนคุณช้างมีลักษณะเป็นดินทราย ที่ผ่านก
มังคุดส่วนใหญ่ปลูกในภาคใต้ มีพื้นที่ปลูกรวม 209,452 ไร่ ส่วนภาคตะวันออกและภาคกลาง มีพื้นที่ปลูกรวม 198,303 ไร่ ดินที่เหมาะสมมีเนื้อดินร่วนปนทราย ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีความสูงจากระดับทะเลปานกลางไม่เกิน 650 เมตร ความลาดเอียงของพื้นที่ในระดับ 1-3 % แต่ไม่ควรเกิน 15% หน้าดินมีความลึกมากกว่า 50 เซนติเมตร ส่วนระดับน้ำใต้ดินลึกมากกว่า 1.5 เมตร ดินมีความสามารถในการระบายน้ำและอากาศดี ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของดินประมาณ 5.5-6.5 ค่าการนำไฟฟ้าของดิน 0-2 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร มีปริมาณอินทรียวัตถุสูง 3% ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์15-45 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ 50-100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม การปลูกมังคุดจะแบ่งใส่ปุ๋ย 4 ครั้งต่อปีตามระยะการเจริญเติบโตของพืช คือ ระยะบำรุงต้น (ช่วงตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยว), ระยะสร้างตาดอก (ก่อนออกดอก 1-2 เดือน), ระยะบำรุงผล (หลังดอกบาน 1 เดือน) และ ระยะปรับปรุงคุณภาพ (ก่อนเก็บเกี่ยว 2 เดือน) กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กรมวิชาการเกษตร มีภาระกิจในการให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยสำหรับมังคุดในสวนของเกษตรกร โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้
ถั่วเหลืองนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญในประเทศและมีความต้องการทางตลาดสูง ดังนั้นถั่วเหลือง จึงเป็นพืชที่มีอนาคตสำหรับเกษตรกร นอกจากเป็นพืชทำเงินสร้างรายได้ให้แล้ว ยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เกิดความสมดุลของธาตุอาหาร ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ถั่วเหลืองเป็นพืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย เกษตรกรสามารถปลูกถั่วเหลืองได้ปีละ 2 ครั้งคือ ช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และการผลิตถั่วเหลืองฤดูแล้ง ในเดือนธันวาคม-กลางเดือนมกราคม และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ของปีถัดไป การผลิตถั่วเหลืองของประเทศไทยมีผลผลิตโดยเฉลี่ย 267 กก./ไร่ ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตรร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกถั่วเหลืองแบบคาร์บอนต่ำ ( low carbon ) ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถยกระดับผลผลิตถั่วเหลืองได้มากกว่า410 กก./ไร่ นอกจากช่วยเพิ่มรายได้แล้ว ยังช่วยเกษตรกรเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมคาร์บอ
“ หงส์เหิน” เป็นไม้ดอกที่มีศักยภาพทางการตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ที่ผ่านมา คนไทยนิยมนำดอกหงส์เหินไปบูชาพระ จัดแจกัน และจัดกระเช้าดอกไม้สด เนื่องจากหงส์เหินมีอายุการใช้งานมากกว่า 7 วัน ประกอบกับเป็นไม้ดอกที่มีรูปทรงดอกที่แปลกตา ปัจจุบันผู้ซื้อต่างประเทศเช่น ญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์ สนใจสั่งซื้อหัวพันธุ์หงส์เหินไปผลิตและจำหน่าย หงส์เหินเป็นพืชในวงศ์ขิงข่ากระจายพันธุ์ในเขตร้อนชื้นและกึ่งร้อนพบในพื้นที่ป่ากระจายทุกภาคของประเทศไทย หัวพันธุ์มีลักษณะเป็นแบบเหง้าสั้น ช่อดอกออกจากปล้องปลายสุดของลำต้นเป็นช่อดอกแบบช่อกระจะแยกแขนง ดอกมีลักษณะคล้ายหงส์ ออกดอกในเดือนกรกฎาคม ซึ่งตรงกับเทศกาลเข้าพรรษาจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ดอกเข้าพรรษา” เดิม ดอกหงส์เหิน สามารถปลูกได้เพียงปีละครั้ง คือปลูกช่วงเดือน เมษายน –พฤษภาคม และออกดอกช่วงเดือน มิถุนายน–สิงหาคม กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ เล็งเห็นความสำคัญของไม้ดอกชนิดนี้ จึงได้สำรวจและรวบรวมหงส์เหินจำนวน 20 สายพันธุ์ ทำการคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ตัดดอกโดยใช้เกณฑ์คัดเลือก คือ สีของช่อดอกสดใส ความยาวช่อดอกไม่น้อยกว่
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (กวก.) เปิดเผยว่า ฤดูกาลผลิต 2567/2568 คาดผลผลิตมันสำปะหลังจะมีผลผลิตและผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายได้อยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นพืชที่ทนแล้ง จึงจูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น ล่าสุด กรมวิชาการเกษตรเร่งดำเนินโครงการผลิตท่อนพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง หน่วยงาน สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน เป้าหมาย ปีที่ 1 จำนวนท่อนพันธุ์ 200,000 ลำ ในพื้นที่ 100 ไร่ ในพื้นที่ 13 ศูนย์วิจัย ได้แก่ ศูนย์วิจัยพืช และในปีที่ 2 จำนวนท่อนพันธุ์ 800,000 ลำ โดยดำเนินการภายใต้ 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 การขยายท่อนพันธุ์ทันสำปะหลังพันธ์ต้านทานโรคใบด่างพันธ์ และกิจกรรมที่ 2 การศึกษาความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมในแหล่งปลูกของมันสำปะหลังพันธุ์ต้านทานโรค ด้านนายอนุสรณ์ เทียนศิริฤกษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ให้เป็น 3 เท่า ภายใน 4 ปี ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมน
