สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ “การขยายผลต้นแบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเพื่อลดมลภาวะฝุ่น PM2.5 จากฐานทรัพยากรของชุมชนสู่แนวปฏิบัติที่ดี” ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของการขยายผลต้นแบบการใช้ทรัพยากรชุมชนเพื่อรับมือปัญหามลภาวะฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้ทำงานพัฒนาและติดตามความสำเร็จแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. เรื่อง ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) ด้านการเกษตร ได้แก่ ศ.พิเศษ ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอต นายประลอง ดำรงค์ไทย รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ และ นางสุนันทา สมพงษ์ พร้อมด้วย นางสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 และเจ้าหน้าที่ วช. รวมถึง ดร.นิตยา แก้วแพรก นักวิจัยอาวุโส วว. ตลอดจนหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่

โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน โดยคณะอาจารย์และนักศึกษาสาขาพืชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ได้เข้าร่วมติดตามและศึกษาดูงานด้วย เพื่อเรียนรู้แนวทางการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่น ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนที่จะเป็นการเชื่อมโยง งานวิจัย การศึกษา และการใช้ประโยชน์จริงในระดับพื้นที่

ในการนี้ ดร.อนันต์ พิริยะภัทรกิจ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ นำเสนอความก้าวหน้าผลงานวิจัยและพัฒนาจากการดำเนินโครงการในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับมาประยุกต์ใช้บนฐานทรัพยากรของชุมชน เพื่อพัฒนา ต้นแบบการผลิตไม้ดอกที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่กับการลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร และสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทางการเกษตร
โดยคณะผู้ตรวจเยี่ยมได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานแปลงปลูกดาวเรืองของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลน้ำปั้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบในการใช้ไม้ดอกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในชุมชน พร้อมมอบกล้าพรรณไม้และเครื่องอบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อสนับสนุนการแปรรูปดอกดาวเรืองและไม้ดอก เป็นผลิตภัณฑ์ชาและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของชุมชน ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต และสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
