กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : ผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2564 ให้กับระบบประมวลผลอัตโนมัติในการตรวจคัดกรองโรคปอดอักเสบโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีนโยบายที่จะส่งเสริมและเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทย ซึ่งได้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและวงวิชาการเป็นส่วนรวม จึงได้จัดให้มีการประกาศเกียรติคุณนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติในแต่ละสาขา วิชาการ เป็นประจำทุกปีโดยได้ทำการคัดเลือกนักวิจัยที่มีจริยธรรมและมี คุณสมบัติเหมาะสมเป็นที่ยอมรับและยกย่องในวงวิชาการมีผลงานวิจัยสร้างคุณประโยชน์ต่อวงวิชาการและประชาชน สมควรเป็นแบบอย่างแก่นักวิจัยอื่น ในครั้งนี้ วช. ได้มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2564 ให้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน รองคณบดีกิตติคุณ แห่งวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต และคณะ เนื่องจากเป็นนักวิจัยที่สร้างองค์ความรู้ทางการวิจัยที่สำคัญ ในการนำระบบประมวลผลอัตโนมัติในการตรวจคัดกรอง
ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต โอกาสนี้ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมพิธีดังกล่าว พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวง อว. ในวันที่ 13 ตุลาคม 2564 ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักปลัดกระทรวง อว. (ถนนโยธี) พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพและความสามารถ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชสมบัติ ซึ่งพระราชกรณียกิจที่โดดเด่นของพระองค์ ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิโครงการหลวง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา โครงการแก้มลิง โครงการฝนหลวง โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โครงการแกล้งดิน กังหันน้ำชัยพัฒนา และหลักเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อจ ภายในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และส่วนภูมิภาค จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มี ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ.9) สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ ศ.ดร.ทันตแพทย์หญิงศิริวรรณ สืบนุการณ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รักษาการกรรมการ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมลงนาม ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า อว. ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ขอชื่นชมทุกหน่วยที่มาร่วมมือกันพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อป้องกันโควิด – 19 โดยเฉพาะ วช. ที่เป็นหน่วยให้ทุนสนับสนุน ที่สำคัญ วันนี้ (28 ก.ย.64) เป็นวันแรกในรอบ 2 เดือนที่ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ของไทยต่ำกว่า 1 หมื่นคน ที่ผ่าน
ปัจจุบัน การผลิตผักในดินมีข้อจำกัดและอุปสรรคอย่างมากสำหรับเกษตรกร เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ตลอดทั้งปี และปัญหาคุณภาพดินที่ไม่เหมาะสม เช่น เป็นกรดจัด เป็นดินเค็ม มีโลหะหนักและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง มีธาตุอาหารในดินที่ไม่สมดุล เป็นต้น ตลอดจนปัญหาขาดแคลนน้ำและน้ำท่วม รวมทั้ง การเกิดโรคและแมลงศัตรูผัก ผักที่ผลิตได้มักมีค่าไนเทรตเกินมาตรฐาน ส่งผลให้ผู้บริโภคขาดความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผัก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้ความร่วมมือกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ทราบถึงปัญหาและความต้องการของชุมชนเป็นอย่างดี จึงได้ร่วมกันขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน วช.เล็งเห็นว่างานวิจัยระบบการผลิตผักไฮโดรโพนิกส์แบบน้ำไหลเวียน DRFT มีความปลอดภัยตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตทั้งต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ได้ผลผลิตที่ตรงความต้องการของผู้บริโภค สร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่และความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก (Local economy) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมเพื่อนำ
เมื่อวันพุธที่ 8 กันยายน 2564 นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ วศ. เข้าร่วมอบรมและทดลองใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับลงนามเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting ตามนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและสามารถใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ผ่านเครือข่าย Internet ได้อย่างถูกต้อง ทั้งการสร้างหนังสือ กระบวนการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการรับ-ส่งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงาน ตลอดจนส่งเสริมให้มีการใช้งานระบบสารบรรณฯ ในการสื่อสารกับบุคลากรเพื่อลดการใช้กระดาษ และสนับสนุนการลงนามแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชฎา สิริธนกุล Senior Application Implementator จากบริษัท ซีดีจี ซิสเต็มส์ จำกัด และทีมงาน มาเป็นวิทยากร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) มีความห่วงใยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในปัจจุบันมีอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจจ่ายอากาศบริสุทธิ์ หรือ ชุด PAPR ที่ใช้ในโรงพยาบาล ไม่เพียงพอต่อความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ วศ.จึงพัฒนาเครื่องมือและงานบริการทดสอบ ชุด PAPR ทางการแพทย์ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานบุคลากรทางการแพทย์ผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย จากการระบาดของโควิด-19 ได้ดียิ่งขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ วชิรพยาบาล สจล. และภาคเอกชนต่างๆ เป็นต้น ชุด PAPR หรือ Powered air purifying respirator with a helmet or a hood for medical and health care personnel เป็นอุปกรณ์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ สวมใส่ในขณะดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19 หรือปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางเดินหายใจ ได้รับการทดสอบประสิทธิภาพการรั่วซึมเข้า (total inward leakage) ความสามารถในการจ่ายอากาศ (air supply) และ การต้านการหายใจ (breathing resistance) ปัจจุบัน วศ.เป็นหน่วยงานเด
วศ. จับมือ วว. และ สวทช. เปิดเวทีเสวนาวิชาการ“ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด” มองภาพอนาคตตอบโจทย์ประเทศ วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานเสวนา เรื่อง “ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด” จัดโดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผ่านระบบ ZOOM Online และ Facebook Live เพื่อสอดคล้องกับนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้าฯ สป.อว. ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. กล่าวว่า การจัดงานเสวนาในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือหลายหน่วยงานในสังกัด อว. อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ชาติไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรป รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พิศภูมิวิทยา จากมหาวิทยาลัยมหิดล มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เรื่อง “เรียนร
ปัจจุบันไม่ว่าเราจะเดินไปทางไหน ก็เสี่ยงรับเชื้อโควิด-19 ได้ทั้งนั้น ซึ่งนอกจากการป้องกันตัวเอง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือให้สะอาดแล้ว การสวมถุงมือเวลาสัมผัสสิ่งของต่างๆ ในที่สาธารณะ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่จะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี แต่การเลือกใช้ถุงมือ หลายคนอาจสับสนว่า ใช้แบบไหนดี ถึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโควิด-19 เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าถุงมือมีหลายชนิด ทั้งถุงมือยาง ถุงมือพลาสติก ถุงมือผ้า กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงขอแนะนำวิธีสังเกตลักษณะของถุงมือ เพื่อเป็นทางเลือกให้ทุกคน นำไปใช้ให้เหมาะสมกันค่ะ ซึ่งถุงมือในท้องตลาดที่เราเห็นๆ กัน มีดังนี้ 1.ถุงมือยางธรรมชาติ ลักษณะสีขาวครีม ยืดหยุ่นได้ดี ใส่แล้วกระชับมือ หาซื้อได้ตามร้านขายยา มีทั้งแบบมีแป้ง และไม่มีแป้ง ส่วนใหญ่ใช้ในทางการแพทย์ (Medical glove) **ข้อควรระวัง คือ หากต้องสวมใส่เป็นเวลานานๆ แล้วมีอาการคัน มีผื่นแดงขึ้น อาจเกิดจากแพ้โปรตีนน้ำยางธรรมชาติ จึงขอแนะนำให้เลือกใช้ถุงมือยางที่ผลิตจากยางสังเคราะห์ หรือ วัสดุอื่น 2.ถุงมือยางสังเคราะห์ไนไตร์ จะ
นายแพทย์ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เตรียมบูรณาการหน่วยงานพันธมิตร ด้านการรับรองระบบงาน 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกำหนดจัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือการรับรองระบบงานในประเทศแบบเครือข่าย (Single platform) ในวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อน โดยนำระบบการรับรองแบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้พัฒนาผู้ตรวจประเมินให้ได้มาตรฐานเดียวกัน เป็นการสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมาย นอกจากนี้ ภายในพิธีลงนามดังกล่าวจะจัดกิจกรรมเสวนาความร่วมมือระหว่างหน่วยรับรองระบบงาน โดยผู้บริหารของทั้ง 4 หน่วยงาน อีกด้วย สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมดังกล่าว ได้ทางเว็บไซต์ www.dss.go.th และ Facebook : www.fa
วศ.ดันงานทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ ISO/IEC17043 ขึ้นเบอร์หนึ่งของอาเซียนและลำดับต้นของโลกและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ (International Laboratory Accreditation Cooperation, ILAC) ให้การยอมรับร่วม กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ด้านการรับรองความสามารถผู้จัดโปรแกรมทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17043 นำความเชื่อมั่นผลตรวจวิเคราะห์สินค้าและบริการไทยสู่ระดับสากล ซึ่งสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ วศ. เป็นหน่วยงานเดียวในนามประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับร่วมดังกล่าว ทั้งนี้ การยอมรับร่วมจากองค์การระหว่างประเทศฯ ส่งผลให้ผู้จัดโปรแกรมทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ โดยประเทศไทยให้การรับรองผู้จัดโปรแกรมฯ เป็นลำดับที่ 5 จาก 34 ประเทศในระดับโลก, ลำดับที่ 4 จาก 14 ประเทศในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นลำดับที่ 1 ในกลุ่มประเทศอาเซียน นับเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในการประกันคุณภาพผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสินค้าและบริการไทยในระดับสากล และสร้างชื่อเสียงด้านการรับรองระบบงานในเวทีโลก ทั้งนี้สำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบ
