กระเจี๊ยบแดง
กระเจี๊ยบแดง จากสิ่งที่เคยถูกจำกัดความว่าเป็น “วัชพืช” วันนี้ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะพืชเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย จากการลงมือลงแรงร่วมกันระหว่างเกษตรกรรุ่นใหม่และพี่ป้าน้าอาในชุมชน ที่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อกระเจี๊ยบแดงจากวัชพืชไร้ราคา ให้กลายเป็นอีกหนึ่งพืชมูลค่าสูงที่มีอนาคตสดใส กลุ่มเกษตรกรในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ได้ยกระดับ “กระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมือง” พืชพื้นถิ่นที่เคยถูกมองข้ามให้กลายเป็นพืชมูลค่าสูงและวัตถุดิบหลักในการรังสรรค์เมนูอาหารคาว-หวานสุดสร้างสรรค์ ภายใต้การนำของชุมชนไร่สุขพ่วง พอต-อภิวรรษ สุขพ่วง ผู้ขับเคลื่อนชุมชนไร่สุขพ่วง เล่าถึงที่มาของการปลูกและแปรรูปกระเจี๊ยบแดงว่า กระเจี๊ยบแดงที่ชุมชนปลูกเป็นกระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมืองที่ชาวจอมบึงปลูกและสืบทอดกันมา มีจุดเด่นที่รสชาติเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับใช้ทดแทนมะนาวในการปรุงอาหารและทำเครื่องดื่ม นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้วในแง่ของการเพาะปลูก กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถปลูกแซมพืชอื่นได้เป็นอย่างดี ทนทานต่อสภาวะแห้งแล้ง ออกดอกปีละครั้งในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีอายุสั้น สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วใช้เวลา
ผู้ใหญ่ปรีชา นาคพรม อยู่หมู่ที่ 5 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นเกษตรกรตัวอย่างอีกท่านหนึ่ง สมควรกล่าวถึง ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางขึ้นไปที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย หลายครั้ง เพื่อไปเยี่ยมเยือนเกษตรกรชาวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย พบว่า พื้นที่เกษตรละแวกนี้ภาษาราชการเขียนเอาไว้ว่า “เกษตรบนพื้นที่สูง” ถ้าคนพื้นล่างโดยทั่วไปได้ยินอาจจะคิดว่าเป็นชาวเขา หรือชนเผ่าทั้งหลาย แบบภาคเหนือตอนบน พวกชนเผ่าทั้งหลายชอบอยู่บนภูเขา คนทั่วไปเรียกกันว่า คนบนดอย แต่เกษตรกรที่ตำบลกกสะทอน ส่วนใหญ่ไม่ใช่ชนเผ่า หรือชาวเขา แต่เป็นประชาชนที่อพยพจากพื้นราบขึ้นไปอยู่ เป็นผู้คนจากจังหวัดพิษณุโลกบ้าง กำแพงเพชรบ้าง เพราะที่ดินทำกินแถวพื้นล่างมีราคาแพงขึ้นทุกวัน สมัยแต่ก่อนที่ดินละแวกใกล้เคียง เช่น อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ ราคาไม่แพงนัก แต่ก็มีนายทุนเข้ามาจับจองซื้อขายกันมากมายจนปัจจุบันคนจนขายที่กินกันหมดแล้ว ตกอยู่ในมือกลุ่มนายทุน ข้าราชการที่มีเงินหนากว่าชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ โดยทั่วไปที่ดินอำเภอชาติตระการ สมัยเมื่อ 20 ปีก่อน ซื้อขายกันไร่ละ 1,000-2,000 บาท เท่านั้น ปัจจุบันราคาหลักแสนเข้าไปแ
