การถนอมอาหาร
วิธีการถนอมอาหารแต่ละชนชาติจะมีวิธีการที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการดอง หมัก ต้ม ตากแห้ง และมักจะถ่ายทอดให้ลูกๆ หลานๆ ในชุมชน โรงเรียนป้วยฮั้ว ถนนสายลวด ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ได้ถ่ายทอดวิธีการถนอมอาหารวิธีนี้ให้กับนักเรียนเช่นกัน คือ ไข่ต้มใบชา หรือภาษากวางตุ้ง เรียกว่า ฉ่าหยิบต๋าน เป็นเมนูถนอมไข่เก็บได้หลายวัน นอกจากนี้ ไข่ต้มใบชายังเป็นที่นิยมในชุมชนคนจีน ไม่ว่าจะเป็นในเกาะฮ่องกงหรือจีนแผ่นดินใหญ่ มีวางขายอยู่ทั่วไป การถนอมไข่ โดยการต้มในใบชา ใครๆ ก็ทำตามได้ ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากจัดเตรียมส่วนผสม ประกอบด้วย ไข่ไก่ ชาผู่เอ๋อ หรือชาเขียว และเครื่องเทศ (เครื่องพะโล้) วิธีทำ ดังนี้ 1. ต้มไข่ดิบกับใบชาและเครื่องพะโล้ด้วยไฟแรงพอไข่สุก (ประมาณ 6 นาที) 2. ตักไข่ออกมาแล้วใช้ช้อนหรือด้ามมีดเคาะที่เปลือกไข่ให้เป็นรอยร้าวๆ ทั่วไข่ แต่อย่าให้เปลือกกะเทาะออกมาก 3. เอาไข่ลงไปต้มใหม่ ต้มไฟแรงจนเดือดแล้วใช้ไฟอ่อนอีก 1-3 ชั่วโมง เวลาต้มไข่ควรจะให้น้ำท่วมไข่ ให้ไข่จมลงไปในน้ำ เพื่อให้เครื่องเทศจะได้เข้าไปซึมในไข่ได้ บางครั้งจะใส่ซีอิ๊วดำลงไปก็ได้ ถ้าชอบ แต่จะทำให้กลิ่นชาหายหมดไป หรือไม
ก่อนที่จะไปถึงกระบวนการแปรรูปเห็ดโคนเงินล้าน ผู้เขียนขออนุญาตนำที่มาของการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรในโครงการ พัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง มาบอกเล่าสู่กันฟังก่อน โดยอ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เดิมทีพื้นที่แห่งนี้ ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยมีน้ำท่วมหนักในฤดูฝน ฤดูร้อนหรือหน้าแล้งก็จะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เอง ฤดูที่ไม่สามารถเพาะปลูกทำกินได้ ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องเลี้ยงชีพด้วยการบุกรุกแผ้วถางทำกินในป่าชุมชนผืนเดียวในพื้นที่คือ ป่าดงมัน ซึ่งกินพื้นที่ถึง 1,000 ไร่ ทั้งเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่า ตัดไม้เพื่อมาทำฟืน ฯลฯ ส่งผลให้สภาพผืนป่าจึงเริ่มเสื่อมโทรมลง และรุนแรงขึ้นทุกปีๆ จนกระทั่งในวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ไปท
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เป็นคำกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยในอดีต ด้วยวิถีชีวิตของคนไทยเรามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งและแน่นแฟ้นกับแม่น้ำลำคลอง อาหารการกินอย่างปลาน้ำจืดจะหากินได้ไม่ยาก และหาได้ง่ายตามแม่น้ำลำคลอง เพียงแค่มีอุปกรณ์ในการจับปลา อย่าง เบ็ด แห อวน ลงมือลงแรงซักหน่อย ก็จะได้ปลาสดๆ เช่น ปลาช่อน ปลาขี้ขม ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลาโสด ปลาซิว ปลาตะเพียน ปลาฉลาด ปลานิล หรือปลาอื่นๆ มาปรุงเป็นอาหารได้แล้ว วันไหนจับปลาได้มาก ก็จะแบ่งปันให้ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนบ้านได้กินกันอย่างทั่วถึงตามนิสัยโอบอ้อมอารีของคนในสมัยก่อน สำหรับส่วนที่เหลือก็จะเอาไปหมักเกลือทำเป็นปลาร้า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว หรือตากแดดย่างรมควัน แล้วแต่ความเหมาะสม ปลาส้ม การแปรรูปอาหารจากปลาชนิดหนึ่งของคนอีสาน เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการถนอมอาหารจากปลา เมื่อปลาที่หามาได้มีจำนวนมากก็ต้องหาวิธีการแปรรูป เพื่อจะได้เก็บไว้กินนานๆ โดยเอาปลามาหมักกับเกลือ และข้าวสวย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะได้เมนูอร่อยๆ ที่เรารู้จักและเรียกกันว่า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว ส้มปลา นั่นเอง! สามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ และเสริมรายได้ให้ครอบครัวได้เป็นอย่างดี
เคย หรือ เคอย เป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายกุ้ง ในกลุ่มกุ้ง กั้ง ปู ซึ่งเป็นสัตว์สำคัญ โดยเฉพาะของแพลงก์ตอน (สิ่งมีชีวิต ทั้งพืช และสัตว์ที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ ไม่สามารถว่ายน้ำไปยังทิศทางที่ต้องการอย่างอิสระ) ที่เป็นอาหารของปลากระเบนราหูน้ำเค็ม ฉลามวาฬ และแมวน้ำกินปู รวมทั้งนกทะเลชนิดที่กินเคยแต่เพียงอย่างเดียว กุ้งเคย จัดเป็นสัตว์น้ำประเภท กุ้ง กั้ง ปู ที่มีลักษณะสำคัญคือ มีเปลือกหุ้มตัว ลำตัวเป็นปล้อง โดยมีระยางค์ยื่นออกมาเป็นคู่ เช่น หนวด ขากรรไกร ขาเดิน และขาว่ายน้ำ เมื่อเจริญเติบโตจะสลัดเปลือกเดิมแล้วสร้างเปลือกใหม่ รูปร่างคล้ายกุ้ง แต่ตัวเล็กกว่า และไม่มีกรีแหลมๆ ที่บริเวณหัวเหมือนกุ้ง กุ้งเคยมีลักษณะตัวสีขาวใส มีตาสีดำ มีเปลือกบางและนิ่ม ส่วนมากมักอาศัยอยู่ตามบริเวณรากไม้ตามป่าชายเลน เช่น ต้นโกงกาง แสม ลำพู ชาวบ้านมักจะออกช้อนตัวเคยกันในเวลาเช้า และหากันได้ทุกวัน เพราะมีอยู่มากในทุกฤดูกาล ส่วนมากตัวเคยจะอาศัยอยู่ใกล้ผิวทะเลโดยไม่จมลงไปในน้ำลึก กะปิกุ้ง กับ กะปิเคย ต่างกันอย่างไร? ทุกคนอาจจะเคยเห็นกะปิสดๆ ที่เรานำมาทำอาหารกันมาเยอะ เคยชิมและเคยกินกันไปแล้วหลายๆ ครั้ง แต่ก็มักจะมีคำถ
