“ คุณบุญพา รอชัยกุล” เจ้าของกิจการ “DP. Farm” ในพื้นที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ประสบความสำเร็จในการปลูกอะโวคาโดคุณภาพดีที่เหมาะสมสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคกลางในขณะนี้ได้ถึง 12 สายพันธุ์ และกำลังปลูกทดสอบอะโวคาโดเพิ่มเติมอีก 6-7 สายพันธุ์ ล้มล้างความเชื่อที่ว่า พื้นที่ราบภาคกลางปลูกอะโวคาโดไม่ได้อย่างสิ้นเชิง คุณบุญพาใช้เวลากว่า 3 ปีในการปลูกอะโวกาโดสายพันธุ์ไทยและต่างประเทศได้แก่ พันธุ์บูรนี พันธุ์ชมพูสยาม พันธุ์คิวบา พันธุ์แฮส พันธุ์บูธ 7 พันธุ์ปีเตอร์สันฯลฯ สามารถเก็บผลสดขายและผลิตกิ่งพันธุ์จำหน่ายให้แก่ผู้สนใจทั่วประเทศ สำนักงานเกษตรอำเภออู่ทอง กรมส่งเสริมการเกษตรจึงสนับสนุนให้“DP. Farm” เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการปลูกพืชเศรษฐกิจ อะโวคาโดในพื้นที่ราบกลางของประเทศไทย สู่การพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน


“ เกษตรกรวันหยุด” จุดเริ่มต้นแรก
เดิมทีคุณบุญพา เป็นวิศวกรทำงานกับบริษัทข้ามชาติในหลายประเทศ เขาก้าวเข้าสู่อาชีพการทำเกษตร หลังเพื่อนรุ่นพี่ชักชวนให้มาซื้อที่ดินที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยพร้อมทำเกษตรในวัยเกษียณ เนื่องจากเขาไม่มีพื้นฐานการทำเกษตรมาก่อน จึงสมัครเข้าอบรมความรู้เรื่องการปลูกมะกรูดมะนาวกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จากนั้นก็ใช้เวลาว่างมาทำเกษตร เป็นเกษตรกรวันหยุด ปลูกมะกรูด มะนาว ฝรั่งฯลฯ
ปลูก อะโวคาโด ผลไม้เพื่อสุขภาพ
คุณบุญพาเชื่อว่า ผลไม้ที่ไม่หวานคือ ไม่อร่อย ซึ่งอะโวคาโดก็เป็นหนึ่งในผลไม้กลุ่มนั้น จนกระทั่งได้มีโอกาสไปเที่ยวเวียดนามได้ชิมอะโวคาโดพบว่า มีรสหวานด้วย คนเวียดนามชื่นชมการดื่ม สมุทตี้อะโวคาโดกันมาก เพราะเป็นผลไม้ที่มีไขมันดีต่อสุขภาพ แถมเป็น ผลไม้ที่ทั่วโลกรู้จัก คุณบุญพาจึงสนใจปลูกผลไม้ชนิดนี้ที่อำเภออู่ทอง ท่ามกลางเสียงคัดค้านของหลายคน แต่คุณบุญพายังคงเดินหน้าปลูกอะโวคาโดหลากหลายสายพันธุ์ อย่างละ 1-2 ต้น จนต้นอะโวคาโดอายุ 4 ปีเริ่มเก็บผลผลิตขายได้ ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงขยายพื้นที่การปลูกอย่างจริงจัง


อะโวคาโด รสชาติอร่อยที่ถูกใจคนไทย
คุณบุญพากล่าวว่า ตอนนี้ มีอะโวคาโด 12 สายพันธุ์ที่ติดผลแล้ว โดยอะโวคาโดพันธุ์ปีเตอร์สันมีรสชาติที่ถูกปากคนไทย คือ รสหวานฉ่ำน้ำนิดๆ เนื้อไม่แห้งเหมือนพันธุ์แฮส ส่วนพันธุ์บูรนี จุดเด่นเนื้อเนียนละเอียด รสอร่อยกลมกล่อมน่ารับประทาน ผลใหญ่เฉลี่ย 2-3 ผลต่อกิโลกรัม ขายได้เฉลี่ยกก.ละ 350 บาท พันธุ์ชมพูสยาม มีขนาดผลใหญ่ รสหวาน เนื้อเยอะ ผลละ1 กก.ๆ ละ 150 บาท ส่วนอะโวคาโดอันดับหนึ่งของเวียดนามคือ พันธุ์ 034 มีขนาดผลยาว เนื้ออร่อย
อะโวคาโดที่ปลูกจะมีผลผลิตทะยอยเข้าสู่ตลอดทั้งปี เช่น พันธุ์คิวบา จะมีผลผลิตเข้าตลาดในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ส่วนพันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์ชมพูสยามและพันธุ์บูรนี ประมาณพฤษภาคม-มิถุนายน ส่วนพันธุ์บัคคาเนียอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พันธุ์บูธ 7 ประมาณเดือนตุลาคม พันธุ์พิงค์เคยตั้น ประมาณเดือนธันวาคม


เทคนิคปลูกอะโวคาโดให้ได้ผลผลิตดี
หากอะโวคาโดต้นไหนเริ่มติดผลแล้วก็จะขยายพันธุ์ด้วยวิธีการทาบกิ่ง จะได้ต้นพันธุ์ที่โตไวและปลูกในระยะห่าง 5×5 เมตร หรือ 6×6 เมตร เป็นหลัก ส่วนพันธุ์แรมแฮส พันธุ์มารูม่าซึ่งมีลักษณะใบชะลูดลง สามาถปลูกในระยะชิดคือ 4×4 เมตร.ได้ คุณบุญพาใช้หลักการปลูกดูแลเช่นเดียวกับวิธีการปลูกมะม่วง แต่การปลูกดูแลอะโวคาโดง่ายกว่านิดหนึ่งเพราะแค่ดูแลให้น้ำเป็นหลัก และใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง เป็นปุ๋ยเคมีสูตร 15-5-25 หรือสูตร 15-5-30 ใส่สลับกับปุ๋ยมูลไส้เดือน ช่วงที่อะโวคาโดติดผลจะฉีดแคลเซียมโบรอนเพื่อบำรุงให้ขั้วเหนียวลดการหลุดร่วง
“ อะโวคาโดมีข้อดีอย่างหนึ่ง คือ ผลแก่แต่ยังไม่สุก หากไม่ตัดผลลงมาโดยทั่วไป หลังเก็บเกี่ยว พันธุ์ปีเตอร์สันจะสุกใน 3-5 วัน ส่วนพันธุ์บูรนีจะสุกใน 7-10 วันส่วนพันธุ์บัคคาเนีย สุกใน 10-15 วันจึงเหมาะสมต่อการขนส่งสินค้าไปขายในพื้นที่ต่างๆ “ คุณบุญพากล่าว


ปลูกข้าวโพด สร้างรายได้รายสัปดาห์
นอกจากนี้ คุณบุญพายังประสบความสำเร็จในการปลูกข้าวโพดหวานพันธุ์หวานแดงพืชทำเงิน ประมาณ 500 – 1,000กิโลกรัม สร้างกระแสเงินสดเข้าไร่ทุกสัปดาห์ โดยทั่วไปการปลูกข้าวโพดจะให้ผลผลิตที่ดี ปีละ 5 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ทางฟาร์มจะปลูกข้าวโพดหมุนเวียนกันทุกสัปดาห์ แต่บางช่วงได้ผลผลิตมากจนล้นตลาด ขณะที่การ ปลูกข้าวโพดในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม มักจะได้ผลผลิตน้อยเพราะต้นข้าวโพดมักเจอปัญหาราน้ำค้าง ทำให้สินค้าขาดตลาด จึงคุณบุญพาจึงเกิดแนวคิดนำนวัตกรรม “ข้าวโพดรีทอร์ท” (ข้าวโพดนึ่งสุญญากาศระบบสเตอริไลซ์) เข้ามาใช้ในการกระบวนการผลิตข้าวโพด เพื่อให้สินค้าป้อนเข้าสู่ตลาดตลอดทั้งปี


ปรากฎว่า ลูกค้าให้การตอบรับสินค้า “ข้าวโพดรีทอร์ท” เป็นอย่างดี เนื่องจากนวัตกรรมนี้ รักษาคุณภาพข้าวโพดให้มีรสหอมหวานตามธรรมชาติ พร้อมทานได้ทุกเวลา อัดแน่นด้วยไฟเบอร์ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่เติมสี เก็บได้นาน 2 ปี โดยไม่ต้องแช่เย็น แต่ละสัปดาห์สามารถขายข้าวโพดหวานได้ 500-1,000 กิโลกรัม สร้างรายได้หมุนเวียนเข้ากระเป๋าได้ตลอดทั้งปี
“ ลูกค้าที่เป็นร้านอาหารชอบสินค้าตัวนี้มากเพราะเขาไม่ต้องเอาข้าวโพดไปแช่ตู้เย็น ไม่เสียเวลาต้มหรือปอกเปลือกข้าวโพด แค่แกะถุงก็ใช้งานได้เลย โดยทั่วไปข้าวโพดฝักสด เก็บในอุณหภูมิห้องปกติได้ประมาณ 3 วัน หากเก็บในตู้เย็นก็ 7 วัน แต่ข้าวโพดรีทอร์ท มีอายุใช้งานนานถึง 2 ปี แต่ถุงต้องไม่ขาดนะ ตอนนี้ ลูกค้าต่างประเทศเริ่มติดต่อสั่งซื้อข้าวโพดรีทอร์ทเข้ามาแล้ว จะเริ่มต้นส่งออกได้ในช่วงปลายปีนี้ ” คุณบุญพากล่าว

ลองทำเกษตรบนกระดาษก่อน
หากใครอยากทำเกษตรเป็นอาชีพ คุณบุญพาแนะนำว่า ให้เริ่มต้นทำเกษตรบนกระดาษก่อน ว่า ควรปลูกอะไร ปลูกอย่างไร ตลาดจะไปอย่างไร ลองเขียนแผนการณ์ก่อน จากนั้นทดลองปลูกทำเป็นแปลงเล็กๆ ก่อน การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ควรมีจุดเด่นที่แตกต่างจากสวนอื่นๆ ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ซื้อและช่วยกระตุ้นยอดขายได้ ต้องทดลองดู จนกลายเป็นสินค้าเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนเราเช่น ข้าวโพดหวานพันธุ์หวานแดงและอะโวคาโดที่ไม่ต้องดูแลอะไรมาก ปัจจุบันมีสินค้าเกษตรหลายตัวที่มีลู่ทางการตลาดที่ดี ยกตัวอย่างเช่น ฝรั่ง ตลาดตอบรับดี เพราะเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ แต่การปลูกฝรั่งต้องอาศัยแรงงานทำหน้าที่ดูแลห่อผล
ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชม DP. Farm ได้ที่ หมู่บ้านในดง หมู่ที่ 13 ตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โทร./ไลน์ 063-194-2961

