การท่องเที่ยวเชิงเกษตร
เมื่อวันที่ 11–12 ตุลาคม 2568 ณ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท สังกัดคณะเกษตรศาสตร์ฯ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการ “การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในภาคตะวันออก” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กิจกรรมครั้งนี้ได้รับ ทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนักวิจัย นักพัฒนา และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ในหัวข้อการอบรม “การวิเคราะห์ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การประเมินศักยภาพพื้นที่เกษตร การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเทคนิคการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น การจัดการขยะ การใช้พลังงานทดแทน และการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นคาร์บอนต่ำ บรรยากาศอบรมเต็มไปด้วยความคึกคักและสร้างแรงบันดาลใจ โดยทีมวิทยากรจากมหาวิทยาลั
มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จัดการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Groups) และการอบรมเชิงปฏิบัติการ ภายใต้โครงการ “การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในพื้นที่ภาคตะวันออก” ระหว่างวันที่ 13 – 14 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรมจันทรา รีสอร์ท จังหวัดนครนายก โดยมี รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ดำเนินโครงการ มุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการวิเคราะห์ศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดนครนายก และพัฒนาแนวทางการท่องเที่ยวที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ เพื่อสอดคล้องกับแนวคิด “การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Tourism)” ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจทั่วโลก ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดนครนายกมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรผสมผสานกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมนี้ได้รวบรวมเกษตรกร ผู้ประกอบกา
ธ.ก.ส. เดินหน้ายกระดับกาแฟชุมพรไปสู่ผลิตภัณฑ์กาแฟโรบัสต้าแปรรูป อันดับ 1 ในประเทศไทยที่ได้มาตรฐานสากล โดยดึงจุดเด่นของกระบวนการผลิตและรสชาติมาเพิ่มมูลค่าสินค้า เติมทุนหนุนผู้ประกอบการเต็มที่ พร้อมเสริมรายได้สู่ชุมชน ด้วยการนำจุดเด่นทางธรรมชาติที่งดงามผลักดันเข้าสู่โมเดล BAAC Agro-Tourism เชื่อมโยงชุมชนและนักท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตั้งเป้าสร้างฐานชุมชนท่องเที่ยวสะสม 97 ชุมชน พัฒนาเครือข่ายท่องเที่ยวมากกว่า 290 ชุมชน และสร้างรายได้ให้กับชุมชนท่องเที่ยวสะสมกว่า 50 ล้านบาท รองรับการเติบโตการท่องเที่ยวชุมชนไปสู่ตลาดโลก นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งเพาะปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้ามากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีสภาพภูมิศาสตร์และอากาศที่เหมาะสม โดยในส่วนของ ธ.ก.ส. พร้อมยกระดับผู้ประกอบการกาแฟกว่า 21 เครือข่ายในจังหวัดชุมพร ด้วยการชูกาแฟโรบัสต้า ของดีจังหวัดชุมพร มาสร้างมาตรฐานในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวม การทำ Packaging การแปรรูป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีมูลค่าสูง โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายด้านก
ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หากใครมีเวลาว่าง อยากชวนมาเดินเล่นชมธรรมชาติ แวะถ่ายรูป สูดอากาศบริสุทธิ์กลางหุบเขา ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก พร้อมอุดหนุนเกษตรกรชาวสวนให้มีรายได้ พื้นที่แห่งนี้ มีวิวเขาที่สวยงาม และมีสภาพอากาศเหมือนกับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และเขาค้อ เพราะอยู่ในระดับความสูงเดียวกัน บ้านแยง อำเภอนครไทย ปัจจุบันจังหวัดพิษณุโลกเป็นอีกแหล่งหนึ่งปลูกทุเรียนผลไม้คุณภาพในโซนภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเริ่มต้นการปลูกตั้งแต่เมื่อ 24 ปีก่อน และขยายพื้นที่ปลูกอย่างกว้างขวางในช่วง 10 ปีหลัง ครอบคลุม 9 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยแหล่งปลูกสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ อำเภอเนินมะปราง อำเภอนครไทย อำเภอวังทอง คิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่ปลูกทั้งจังหวัด ปริมาณผลผลิตทุเรียนเฉลี่ย 585 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอดังกล่าวอยู่ในโซนพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ส่งผลให้ทุเรียนที่ปลูกในแหล่งนี้ มีรสชาติหวานอร่อยและกลิ่นหอมละมุน ตำบลบ้านแยง เป็น 1 ใน 11 ตำบลของอำเภอนครไทย อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอ ซึ่งห่างจากอำเภอนครไทย 29 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดพิษณุโลก 69 กิโลเมตร ตำบลบ้า
เมื่อสถานการณ์โรค Covid-19 เกิดขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ ถูกบีบบังคับให้ขับเคลื่อนไม่ได้ ส่งผลให้การดำเนินชีวิตเปลี่ยนไป นอกจากความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นแล้ว วิกฤติการณ์นี้ยังทำให้เรามองเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือการที่ธรรมชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนที่เราใช้ไปกับการท่องเที่ยวได้โอกาสในการฟื้นฟูให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง BCG Tourism คืออะไร ? แนวคิด BCG Tourism เป็นการนำองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์กับการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน (Sustainability) มากขึ้น ในการพัฒนาเศรษฐกิจ เน้นความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม แบ่งปันประโยชน์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ประเทศไทย เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งในเรื่องอาหาร วิถีชีวิต วัฒนธรรม สังคมเกษตรกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายในประเทศ ถือว่าเป็นต้นทุนที่แข็งแรงต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว BCG Tourism ไปสู่ความยั่งยืน หากเข้าใจที่จะต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ กา
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการส่งเสริมกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยว่า ปัจจุบันอำเภอศรีสัชนาลัยมีแปลงใหญ่ทุเรียน จำนวน 5 แปลง อยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านตึก จำนวน 4 แปลง สมาชิก 212 ราย พื้นที่ปลูก 1,593 ไร่ และตำบลแม่สิน 1 แปลง พื้นที่ 552 ไร่ สมาชิก 96 ราย สามารถพัฒนาสินค้าเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนพระร่วง ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง แต่เพาะปลูกบนภูเขาและที่ราบเชิงเขาทำให้ทุเรียนมีรสชาติแตกต่างจากแหล่งอื่น เช่น มีสีเหลืองนวล เนื้อละเอียด แห้งไม่แฉะ กรอบ มัน ไม่หวานจัด เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ที่ผ่านมาจังหวัดสุโขทัยมีรายได้จากการขายทุเรียนปีละไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท สำหรับชื่อพันธุ์หมอนทองพระร่วง มาจากกิจกรรมส่งเสริมการขาย และประชาสัมพันธ์ให้มีชื่อสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น พร้อมเรื่องราวแหล่งกำเนิดสินค้า (Story) จึงมีการจัดประกวดการตั้งชื่อทุเรียนสุโขทัย จนได้ชื่อ หมอนพระร่วง ที่ชนะเลิศจากการส่งเข้าประกวดกว่า 500 รายชื่อ โดยคำว่า “”หมอน” สื่อความหมายถึงชื่อ
