การเก็บเกี่ยว
มะละกอพันธุ์ขอนแก่น 80 ชื่อนี้มีที่มาคือ เลข “80” นั้น เป็นการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่มีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา และ “ขอนแก่น” เพื่อบอกที่มาของแหล่งปรับปรุงพันธุ์ มะละกอพันธุ์ขอนแก่น 80 เป็นลูกผสมระหว่าง มะละกอพันธุ์ฟลอริด้า โทเลอแรนต์ กับ พันธุ์แขกดำ มีลักษณะประจำพันธุ์คือ ดอกเริ่มบาน เมื่ออายุ 74 วัน หลังปลูก ลำต้นสูง 132 เซนติเมตร เมื่ออายุครบ 7 เดือน ผลมีรูปทรงยาวรี ส่วนก้นป่องออกมามากกว่าส่วนหัว น้ำหนักเฉลี่ย ประมาณ 700 กรัม ต่อผล ผลสุกแก่ เนื้อสีแดงเข้ม รสหวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 13-14 องศาบริกซ์ ให้ผลผลิต 6,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ต้านทานโรคไวรัสจุดวงแหวนได้ดี จะแสดงอาการเพียงเล็กน้อยที่ใบ แต่ไม่ปรากฏให้เห็นที่ผล เปลือกหนา ผิวมัน ไม่บอบช้ำง่ายในขณะขนส่ง ด้วยมีขนาดผลเล็กพอเหมาะ ลักษณะเด่น มะละกอ “ขอนแก่น 80” มะละกอพันธุ์ขอนแก่น 80 มีการเจริญเติบโตทั่วไปดีและสม่ำเสมอ ดอกแรกบานเมื่ออายุ 74 วัน และติดผลแรกเมื่ออายุ 81 วัน ความสูงของต้นเมื่ออายุ 7 เดือน เฉลี่ย 132 เซนติเมตร ผลแรกเริ่มสุก เมื่ออายุ
คุณปรีชา ใจบาล เกษตรกรรุ่นใหม่ หัวไว ใจสู้ พักอยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 4 บ้านดอกบัว ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ด้วยวัย 43 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร เห็นเรื่ององุ่น ในสื่ออินเตอร์เน็ต มีความสนใจ จึงศึกษาดู ประกอบกับแรงบันดาลใจอยากจะปลูกพืชยืนต้น ลงทุนครั้งเดียวสามารถอยู่ได้นาน จึงติดต่อกับ อาจารย์ชินพันธ์ ธนารุจ อาจารย์ประจำสาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาชมรมผู้ปลูกองุ่นระดับประเทศและภาคเหนือ เพื่อขอความรู้และได้ติดต่อซื้อต้นพันธุ์จากการแนะนำของอาจารย์ จนแน่ใจแล้วจึงตัดสินใจที่จะปลูกองุ่น โดยเลือกปลูกองุ่นไร้เมล็ด ซึ่งยังมีปลูกกันน้อยในจังหวัดพะเยา ในปี 2558 คุณปรีชา ใจบาล จึงลงมือปลูกทั้งหมด 175 ต้น รวมต้นรองที่ใช้เชื่อมต้น แต่คิดเป็นต้นหลักเพียง 35 ต้น ใช้เวลาเพียง 7 เดือน ทำให้กิ่งใบเต็มเร็ว โดยซื้อต้นพันธุ์ต้นตอป่าเปลี่ยนยอด ในราคาต้นละ 180 บาท แต่ราคาขายปลีกเขาจะขายในราคา 250 บาท ต่อต้น การปลูกองุ่นในพื้นที่ราบ สิ่งสำคัญคือ น้ำ ที่ให้จะต้องปราศจากคลอรีน เพราะฉะนั้นน้ำประปา ทั้งของการประปาและประปาหมู่บ้าน ไม่สามารถให้ได้ ที่แปลงค
