การเลี้ยงผึ้ง
ผู้เขียน : ชนุดม สุรัตน์ อาจารย์พง – อริย์ธัช บุญขจาย อดีตหมอดินอาสา เดิมทีทำงานสอนเกษตรกรเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและการทำเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ แต่สิ่งที่เขาพบอยู่บ่อยครั้งก็คือ เกษตรกรจำนวนมาก “ไม่รู้จักผึ้ง” เมื่อมีผึ้งทำรังใกล้บ้าน ก็มักเลือกที่จะทำลายรังด้วยการเผาควันหรือนำไข่มากิน ซึ่งนับเป็นการสูญเสียทั้งผึ้งและธรรมชาติ จากเหตุการณ์นี้อาจารย์พงจึงเกิดคำถามในใจว่า…“ถ้าเกษตรกรที่ตั้งใจทำเกษตรอินทรีย์ยังไม่เข้าใจผึ้ง มันก็คือการทำลายสิ่งแวดล้อมทางอ้อม” ด้วยเหตุผลนี้ อาจารย์พงจึงเริ่มศึกษาการเลี้ยงผึ้งโพรงป่าอย่างจริงจัง และค้นพบว่า จริงๆ แล้วการเลี้ยงผึ้งไม่ได้ยาก สิ่งที่ยากคือ ชาวบ้านยังไม่มีความรู้ จนเมื่อเริ่มสอน ถ่ายทอด และลงมือทำเองตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ความรู้และประสบการณ์ก็ตกผลึก กลายเป็น “ต้นทุนชีวิต” ที่อยากส่งต่อให้เกษตรกรรุ่นใหม่ บ้านผึ้งยิ้ม…ชื่อที่ทำให้ผึ้งและคนยิ้มได้ ชื่อ “บ้านผึ้งยิ้ม” เกิดจากความคิดง่ายๆ ของอาจารย์พงว่า ถ้าผึ้งมาอยู่กับเราแล้วมีความสุข คนเลี้ยงก็จะยิ้มได้ไปพร้อมกัน บ้านผึ้งยิ้มจึงออกแบบกล่องและลังเลี้ยงผึ้งที่ได้มาตรฐาน สบา
โดยทั่วไป ช่วงฤดูกาลการเก็บผลผลิตน้ำผึ้งจากผึ้งและชันโรง คือช่วงที่มีดอกไม้บานตั้งแต่ปลายปี จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือนเมษายน ซึ่งจะได้น้ำผึ้งจากดอกไม้และผลไม้ที่ออกดอกในเดือนที่แตกต่างกัน ทำให้มีผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งหลากหลายชนิด ได้แก่ น้ำผึ้งจากดอกไม้ป่าหรือดอกสาบเสือ น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ น้ำผึ้งดอกลำไย เป็นต้น ธรรมชาติของผึ้ง-ชันโรง โดยทั่วไป ประชากรผึ้งและชันโรงเจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อพัฒนาของดักแด้จนไปถึงตัวเต็มวัยไม่แข็งแรงได้ ทำให้ประชากรภายในรังน้อยลง เกิดการล่มสลายของรังผึ้งและชันโรงได้ ทุกวันนี้ ภาวะโลกรวน (Climate Change) ทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ฤดูร้อนยาวนานขึ้น ฤดูหนาวสั้นลง ทำให้ระบบนิเวศและรอบการเพาะปลูกเปลี่ยนไป ปัจจุบันสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง ในเดือนมกราคม-มีนาคม เป็นช่วงที่อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น เกษตรกรจึงควรติดตามตรวจสอบสภาพอากาศ คาดการณ์การเกิดภัยในพื้นที่วางรังผึ้ง และบันทึกน้ำหนักรัง เพื่อวางแผนการตั้งรัง สถานที่ตั้ง การเคลื่อนย้ายรัง การดูแลและเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งให้ได้ประสิทธิภาพ
ซินเจนทา ประเทศไทย สร้างความยั่งยืนด้านการเกษตร-สิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นเดินหน้าโครงการรักษ์ผึ้ง (BEE LOVE PROJECT) ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี ศูนย์ประสานงานผู้เลี้ยงผึ้งและชาวสวนไม้ผล อำเภอสอยดาว และโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนรักษ์ผึ้ง “Bee Love School Camp” ถ่ายทอดความรู้เรื่องความสำคัญและบทบาทของแมลงผสมเกสรต่อระบบนิเวศให้กับนักเรียน เกษตรกร และชุมชน รวมไปถึงประเด็นการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องเพื่อสร้างความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนทางธุรกิจ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการเกษตร เปิดเผยว่า “โครงการรักษ์ผึ้ง หรือ BEE LOVE PROJECT เป็นโครงการอันเกิดจากความมุ่งมั่นของบริษัท ซินเจนทา เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งที่ถูกต้องและปลอดภัยให้แก่ชาวสวนผลไม้และผู้เลี้ยงผึ้ง รวมถึงชุมชน และเยาวชนให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว
วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ผึ้งโพรงไทย อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงผึ้งครบวงจร แหล่งสร้างรายได้เสริมชาวสวนยาง วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ผึ้งโพรงไทย อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงผึ้งโพรงอย่างครบจงจร ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรหรือผู้สนใจได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้วิธีการเลี้ยงผึ้งโพรงตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มแรกของการต่อโรง การดูแล การเก็บและรวบรวมน้ำผึ้งให้ถูกต้องและได้มาตรฐาน ไปจนถึงการแปรรูป สามารถนำไปเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ นายอมรชัย บุญจันทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ผึ้งโพรงไทย อำเภอนาบอน กล่าวว่า เมื่อก่อนเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว คือ ยางพารา แต่ด้วยสถานการณ์ราคาที่มีความผันผวน ทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่แน่นอน จำเป็นต้องหาอาชีพเสริม บางรายก็ปลูกพืชแซมสวนยาง เลี้ยงปศุสัตว์ แต่ก็มีเกษตรกรบางส่วนที่เลี้ยงผึ้งในสวนยางพาราอยู่แล้ว พอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ สนับสนุนงบประมาณและองค์ความรู้ต่างๆ จึงได้รวมตัวเกษตรกรในพื้นที่ อำเภอนาบอน จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ผึ้งโพรงไทย ตั้งแต่ ปี 2
