การใส่ปุ๋ย
กรมวิชาการเกษตรเผยผลวิจัยการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสม กับช่วงการเติบโตของวานิลลา โดยระยะแรกของการเจริญเติบโตทางลำต้น บำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 27-11-11 ผสมปุ๋ยสูตร 46-0-0 และปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนระยะการให้ดอก บำรุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ผสมปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 ทุกเดือน หลังวานิลาให้ดอกแล้ว บำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 8-8-24 ร่วมกับปุ๋ยสูตร 0-0-60 ทุกเดือน กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวานิลา ภายใต้การนำของ หัวหน้าโครงการวิจัย คือ นางวราภรณ์ อุดมดี ( ปี พ.ศ. 2562) โดยมุ่งศึกษาวิจัยเรื่องการให้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับช่วงการเจริญเติบโตของวานิลา ภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก ซึ่งมีการปลูกวานิลา สายพันธุ์ Vanilla planifolia Andrew. ที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง และเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในประเทศต่างๆ เช่น เม็กซิโก มาดากัสการ์ อินโดนีเซีย ฯลฯ โครงการวิจัยครั้งนี้ ได้ปลูกวานิลาพันธุ์ V. plonifolia (Andrews.) แบบใช้ค้าง (เสาซีเมน) สูง 2.5 เมตร ฝังดินลึก 0.5 เมตร เพื่อให้ค้างสูงประมาณ 2 เมตร พรางแสงโดยตาข่ายพรางแสง 50% ใช้ระยะปลูก 1.5 x 2เมตร ขุดหลุม
คุณปรีชา ใจบาล เกษตรกรรุ่นใหม่ หัวไว ใจสู้ พักอยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 4 บ้านดอกบัว ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ด้วยวัย 43 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร เห็นเรื่ององุ่น ในสื่ออินเตอร์เน็ต มีความสนใจ จึงศึกษาดู ประกอบกับแรงบันดาลใจอยากจะปลูกพืชยืนต้น ลงทุนครั้งเดียวสามารถอยู่ได้นาน จึงติดต่อกับ อาจารย์ชินพันธ์ ธนารุจ อาจารย์ประจำสาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาชมรมผู้ปลูกองุ่นระดับประเทศและภาคเหนือ เพื่อขอความรู้และได้ติดต่อซื้อต้นพันธุ์จากการแนะนำของอาจารย์ จนแน่ใจแล้วจึงตัดสินใจที่จะปลูกองุ่น โดยเลือกปลูกองุ่นไร้เมล็ด ซึ่งยังมีปลูกกันน้อยในจังหวัดพะเยา ในปี 2558 คุณปรีชา ใจบาล จึงลงมือปลูกทั้งหมด 175 ต้น รวมต้นรองที่ใช้เชื่อมต้น แต่คิดเป็นต้นหลักเพียง 35 ต้น ใช้เวลาเพียง 7 เดือน ทำให้กิ่งใบเต็มเร็ว โดยซื้อต้นพันธุ์ต้นตอป่าเปลี่ยนยอด ในราคาต้นละ 180 บาท แต่ราคาขายปลีกเขาจะขายในราคา 250 บาท ต่อต้น การปลูกองุ่นในพื้นที่ราบ สิ่งสำคัญคือ น้ำ ที่ให้จะต้องปราศจากคลอรีน เพราะฉะนั้นน้ำประปา ทั้งของการประปาและประปาหมู่บ้าน ไม่สามารถให้ได้ ที่แปลงค
