ขนมพื้นบ้านภาคใต้
“บุหงาปูดะ” หรือ “ขนมดอกลำเจียก” เป็นขนมพื้นเมืองชื่อดังของจังหวัดสตูล แต่คนไทยทั่วไปรู้จักขนมนี้ในชื่อว่า “บุหงาบูดะ” ซึ่งเพี้ยนมาจาก คำว่า “บุหงาปูดะ” หรือ “โกยปูดะ” ที่แปลว่า “ขนมดอกเตย” ซึ่งในที่นี้หมายถึง ดอกเตยปาหนัน หรือบางคนอาจรู้จักในชื่อ ต้นลำเจียก หรือ เตยทะเล ที่ขึ้นอยู่ตามชายทะเลทั่วไป ผลมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ดอกมีสีขาว มีลักษณะคล้ายคลึงกับขนมบุหงาบูดะ บุหงาบูดะ เป็นขนมพื้นบ้านที่ทำสืบทอดกันมานานกว่าร้อยปีแล้ว ในอดีตขนมชนิดนี้ถือเป็นขนมหวานสำหรับชนชั้นสูง ทำกันมาตั้งแต่สมัยพระยาสมันตรัฐ โดยคนในสายสกุลกรมเมือง ที่เข้าไปรับใช้อยู่ในวังเก่าเจ้าเมืองสะโตย หรือจังหวัดสตูลในปัจจุบัน ขนมบุหงาบูดะได้รับอิทธิพลเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย แต่ปัจจุบันไม่พบขนมชนิดนี้ในประเทศมาเลเซียแล้ว แต่หาซื้อได้ในบางอำเภอของจังหวัดสตูล ที่มีเขตแดนติดกับประเทศมาเลเซีย หาซื้อได้ง่ายในพื้นที่อำเภอละงูและในอำเภออื่นๆ สมัยอดีต ขนมบุหงาปูดะ มีเฉพาะสีขาว นิยมใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและใช้เป็นบททดสอบหญิงสาวที่จะคัดเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากขนมบุหงาปูดะเป็นขนมที่ทำยาก คนที่ทำขนมชนิดนี้ได้จะต้องเป็นคนสุขุม เยือก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในตลาดหลายสยาม อ.หากใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกันแต่งกายชุดไทยย้อนยุคขายขนม ซึ่งเป็นการแต่งกายก่อนที่กระแสออเจ้าจะฮอตฮิด และการแต่งกายด้วยชุดไทยก็กลายมาเป็นจุดเด่นของตลาดหลาดสยาม โดยขนมพื้นบ้านทางภาคใต้ที่เป็นขนมโบราณ ยังเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์เด่นของตลาด โดยเฉพาะขนม “หม้อฉี่” ที่หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ เพราะขนมหม้อฉี่ขายอยู่ในตลาดหลาดสยามที่คาดว่าจะเป็นแห่งเดียวใน จ.สงขลา ซึ่งหากินยาก นางเบญญาภา ศรีรุจี อายุ 49 ปี แม่ค้าเจ้าของสูตรขนมม่อฉี่ แบบโบราณขนานแท้ บอกว่า ความเป็นมาของขนมม่อฉีเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และชาวบ้านเรียกกันว่าขนมแป้ง แต่เมื่อทหารญี่ปุ่น มาเห็นก็เรียกว่าขนมโมจิ และคนใต้ เรียกตามไม่ชัดจนกลายเป็นขนมม่อฉีมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับส่วนประกอบหลักของขนมม่อฉี มีแป้งข้าวเหนียวนึ่งผสมใบเตย แป้งขาวเหนียวขั้วใส่จะใช้น้ำตาลตโนด แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกับงาดำงาขาว วิธีทำนำแป้งข้าวเหนียวนึ่งจะบีบให้แบนแล้วใส่ใส้ลงไปห่อเป็นก้อนกลม แล้วคลุกด้วยแป้งข้าวเหนียวขั้ววางในใบตองรับประทานได้เลย รสชาติหวานมันตามแบบขนมไทย ปัจจุ
