ขยะมูลฝอย
ระหว่าง วันที่ 22-24 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้นำจากประเทศกลุ่มอาเซียน ประกอบด้วย ประเทศกัมพูชา บรูไนดารุสซาลาม เมียนมา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ และไทย ปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญ ว่าด้วย ปฏิญญากรุงเทพฯ ในเรื่อง “การต้านขยะในทะเล” กลุ่มประเทศอาเซียนมีความเห็นร่วมกันว่า อาเซียน เป็นแหล่งผลิตขยะซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกปล่อยลงทะเล คิดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา รายงานว่า ประเทศที่ผลิตขยะปล่อยทิ้งลงทะเลสูงสุดแล้วลดหลั่นลงไปตามลำดับ ดังนี้ จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ศรีลังกา ไทย อียิปต์ มาเลเซีย และบังกลาเทศ ปริมาณ 8.82, 3.22, 1.88, 1.83, 1.59, 1.03, 0.97, 0.85 และ 0.79 ล้านตัน ต่อปี จากผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน สรุปว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของขยะที่ไหลลงทะเลไปตามแม่น้ำลำคลอง เป็นที่หน้าสังเกตประการหนึ่งคือ แม้ว่า บังกลาเทศ จะมีประชากรหนาแน่นมากก็ตาม แต่กลับผลิตขยะปล่อยลงทะเลในปริมาณต่ำกว่าประเทศอื่นๆ รวมถึงอินเดียอ
กรมควบคุมมลพิษ ขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว ลดทิ้งขยะตามแหล่งท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังพบปริมาณขยะมูลฝอยในแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นในปี 2559 นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีนโนบายการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวนิยมเข้าไปเที่ยวไปในแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยในแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวต่างๆ นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นอุทยานแห่งชาติ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และเกิดขยะมูลฝอยขึ้น โดยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมจากปี 2559 ได้แก่ เขาใหญ่ มีปริมาณนักท่องเที่ยว 1,335,000 คน ดอยอินทนนท์ มีปริมาณนักท่องเที่ยว 806,000 คน เอราวัณ มีปริมาณนักท่องเที่ยว 692,000 คน หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีปริมาณนักท่องเที่ยว 1,731,570 คน เป็นต้น นางสุณีกล่าวว่า ปี 2559 มีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นทั่วประเทศ 27.06 ล้านตัน หรือ 74,130 ตัน/วัน ม
