คะน้ายักษ์
นายยอดชาย รังสีธนกุล วัย 35 ปี เกษตรกรชาวตำบลมดแดง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตนเรียนจบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ การปกครอง จากมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง หลังจากเรียนจบก็ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรแบบเต็มตัว เพื่อสืบสานอาชีพของครอบครัวที่แม่ทำนากว่า 50 ไร่ มาหลายสิบปี แต่ช่วงระยะหลังประสบปัญหาเรื่องน้ำ ศัตรูพืช และราคาข้าวตกต่ำ เลยคิดลองไปเรียนรู้ศึกษาการทำเกษตรกรในรูปแบบอื่นดูบ้าง เลยตัดสินใจเลิกทำนา และหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน และตั้งใจเรียนรู้อย่างจริงจัง ใช้พื้นที่กว่า 50 ไร่ ปลูกคะน้า เป็นหลัก ส่วนรอบๆ ก็ปลูกผักชีและพริกเสริมรายได้ อีกทาง โดยลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วน นายยอดชาย กล่าวอีกว่า ช่วงแรกที่เรียนจบปริญญาตรี แม่ขอให้มาช่วยกิจการของครอบครัว โดยเริ่มต้นจากการมาเป็นชาวนาก่อน แต่ตอนนั้นราคาข้าวก็ตกต่ำ และทำได้เพียงปีละ 2 ครั้ง อีกทั้งยังประสบปัญหาเรื่องน้ำอีก ตนจึงคิดว่าน่าจะลองหันไปปลูกผักชนิดอื่นดูบ้างที่ให้ราคาดี และลงทุนไม่มาก จึงได้ไปศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองจากตำราและดูงานจากเกษตรกรที่อื่นบ้าง จึงพบว่า การปลูกคะน้า ก็มีรายได้ดี จึงหันมาปลูกคะน้า ในเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ทำมากว
วันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่ามีหนุ่มดีกรีรัฐศาสตร์ ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรปลูกคะน้าไซต์ยักษ์ รายได้ปีล่ะกว่า 1 ล้านบาท จึงเดินทางไปพบกับ นายยอดชาย รังสีธนกุล หรือยอด อายุ 35 ปี ชาว ต.มดแดง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ การปกครอง จากมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง หลังจากเรียนจบก็ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรแบบเต็มตัว เพื่อสืบสานอาชีพของครอบครัวที่ทำนากว่า 50 ไร่ มาหลายสิบปี แต่ช่วงระยะหลังประสบปัญหาเรื่องน้ำ ศัตรูพืช และราคาข้าวตกต่ำ เลยคิดลองไปเรียนรู้ศึกษาการทำเกษตรกรในรูปแบบอื่นดูบ้าง เลยตัดสินใจเลิกทำนา และหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน และตั้งใจเรียนรู้อย่างจริงจัง ใช้พื้นที่กว่า 50 ไร่ ปลูกคะน้าเป็นหลัก ส่วนรอบๆ ก็ปลูกผักชีและพริกเสริมรายได้อีกทาง โดยลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วน นายยอดชาย เปิดเผยว่า หลังเรียนจบมาแม่ก็ขอให้มาช่วยกิจการของครอบครัว โดยเริ่มต้นจากการมาเป็นชาวนาก่อน แต่ตอนนั้นราคาข้าวก็ตกต่ำ และทำได้เพียงปีละ 2 ครั้ง อีกทั้งยังประสบปัญหาเรื่องน้ำอีก ตนจึงคิดว่าน่าจะลองหันไปปลูกผักชนิดอื่นดูบ้างที่ให้ราคาดี และลงทุนไม่มาก จึงได้ไปศึกษาเรียนรู้ด้วยต
