จระเข้
บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวจริงนวัตกรรมเพื่องานก่อสร้างครบวงจรที่ใส่ใจคนและดูแลสิ่งแวดล้อม เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและการลดคาร์บอนในทุกกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ล่าสุดร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรจากภาคเอกชนในงาน “วันสระบุรีแซนด์บ็อกซ์” โครงการริเริ่มเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในจังหวัดสระบุรีอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนโดยรอบ โดย “จระเข้” ร่วมนำเสนอกรอบการทำงานเพื่อความยั่งยืน “3P: Process – Planet – People” ผ่านเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 5 ข้อ (5SD) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นความปลอดภัยของผู้คนและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก พร้อมเดินหน้าเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันให้จังหวัดสระบุรีเป็น “เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย” โครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เกิดขึ้นจากความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในจังหวัด โดยข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ เดือนกรกฎาคม 2567 ระบุว่า จ.สระบุรี มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ร
บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวจริงนวัตกรรมเพื่องานก่อสร้างครบวงจรที่ใส่ใจคนและดูแลสิ่งแวดล้อม ร่วมอีเวนต์ใหญ่แห่งปี “SustainAsia Week 2024 และ Sustainable EnergyTechnology Asia 2024 หรือ SETA 2024” โดย “จระเข้” เผยโฉมนิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ โชว์เส้นทางความสำเร็จจากการเดินหน้าสานต่อนโยบายความยั่งยืน ซึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นทางสู่ปลายทาง พร้อมแชร์โมเดลการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน JORAKAY Sustainability Framework ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมก่อสร้างครบวงจรที่ดูแลทั้งผู้คน สังคม และโลกใบนี้ โดยงาน SETA 2024 ซึ่งจัดขึ้นที่ไบเทคบางนา เป็นส่วนหนึ่งของ SustainAsia Week 2024 มหกรรมเพื่อความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย ที่เปิดเวทีให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน ตลอดจนกำหนดแนวทางและเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนในทุกกระบวนการเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน จระเข้ได้นำผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเคมีก่อสร้างตัวใหม่ล่าสุด Crocodile Road Fix Express มอร์ตาร์สำหรับซ่อมพื้นผิวถนนคอนกรีตชนิดบ
บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวจริงนวัตกรรมเพื่องานก่อสร้างครบวงจรที่ใส่ใจคนและดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความสุขของทุกคนในครอบครัว ลุยต่อนโยบายด้านความยั่งยืน ตั้งแต่ต้นทางสู่ปลายทาง ล่าสุดจัดกิจกรรม “Jorakay Green Earth : พาหัวใจสีเขียวไปร่วมปลูกป่า” นำร่องปลูกป่าชายเลนบนพื้นที่กว่า 63.5 ไร่ ณ แปลงปลูกป่าชายเลน บ้านทอนนาหมู และบ้านทอนในแสง อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง โดยรวมพลังทีมผู้บริหาร-พนักงานอาสา-อาสาสมัครในพื้นที่ ร่วมปลูกต้นพังกาหัวสุมดอกแดง ต้นโกงกางใบเล็ก ต้นโกงกางใบใหญ่ และต้นฝาดดอกแดง รวมกว่า 45,000 ต้น พร้อมร่วมดูแลป่าชายเลนผืนนี้เป็นระยะเวลา 10 ปี จระเข้ดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนภายใต้การผนึกกำลังกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคีเครือข่ายป่าชายเลนประเทศไทย (Thailand Mangrove Alliance) โดย “จระเข้” เป็นหนึ่งใน 33 องค์กรในภาคีที่ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ-สร้างคาร์บอนเครดิตผ่านโครงการปลูกป่าชายเลนในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ คาดผืนป่าขนาด 63.5 ไร่ จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต
“หลักการทำฟาร์มของผม จะไม่ลงทุนด้วยการกู้เงินมาทำ ผมจะใช้หลักความพอดีพอเพียง ถ้าเรามีเงินทุนที่สามารถลงทุนได้น้อย ก็เอาเงินส่วนน้อยนั้นมาลงทุน พอได้กำไรมากขึ้นก็ค่อยเอามาลงทุนทำเพิ่ม อย่างช่วงแรกที่ผมเลี้ยงจระเข้ ผมก็เน้นเลี้ยงขุนก่อน ยังไม่ได้ครบวงจรแบบมีการขยายพันธุ์เองเหมือนเช่นปัจจุบัน พอเราได้ผลกำไรก็สามารถนำเงินมาขยับขยายและผลิตลูกพันธุ์เอง สร้างแบบครบวงจร ก็ทำให้การทำอาชีพดำเนินได้ต่อเนื่องและมีเงินทุนหมุนเวียน” คุณอดิศัย กล่าว คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 10 ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเกษตรกรที่เริ่มต้นเลี้ยงจระเข้มาตั้งแต่ ปี 2542 จากการหมั่นสังเกตและมีใจรักในสิ่งที่ทำ อาจเรียกได้ว่าฟาร์มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่คร่ำหวอดในเรื่องการเลี้ยงที่ครบวงจร สามารถผลิตส่งขายจระเข้ให้กับลูกค้าได้ทุกปี จึงเกิดเป็นรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี เล็งเห็นว่า พื้นที่นี้ สามารถเลี้ยงจระเข้ได้ คุณอดิศัย เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อจบการศึกษาจึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อสานต่อกิจการของครอบครั
ในเรื่องของการทำงานเกษตร หลายคนมองว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพราะเกษตรกรรรมกว่าจะได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละอย่าง ต้องผ่านการลงมือและการดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นอาชีพเกษตรแขนงไหนๆ ต้องใช้เวลาแทบทั้งสิ้นในการจัดการให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่มีคุณภาพ จึงทำให้เกษตรกรบางท่านเลือกทำเกษตรที่เหมาะสมกับบุคลิกของตัวเอง โดยไม่เน้นขั้นตอนที่ยุ่งยากก็สามารถเกิดรายได้ และได้ลงมือทำในสิ่งที่ชอบไปพร้อมๆ กัน คุณธิติวัฒน์ วรวิทย์ภูวสิน เป็นเกษตรกรทำฟาร์มจระเข้อยู่ที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก โดยมองว่า การทำฟาร์มเลี้ยงจระเข้นั้น ไม่ต้องดูแลมากมายหลายขั้นตอนเหมือนอย่างการเลี้ยงสัตว์อื่นๆ จระเข้ จึงเป็นสัตว์เลี้ยงทางด้านประมงที่เขามองว่าตอบโจทย์กับการดำเนินชีวิตประจำวันของเขา และที่สำคัญสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมรายได้ โดยที่เขาสามารถไปทำงานด้านอื่นไปพร้อมกับการเลี้ยงจระเข้ คุณธิติวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำเป็นเจ้าของศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์ ต่อมาต้องการมีอาชีพเสริมให้กับครอบครัวมากขึ้น โดยมองอาชีพเสริมทางการเกษตรที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองในเรื่องของค่าใช้จ่ายมากนัก สามารถเลี้ยงเป็นงานสร้างราย
คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 10 ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเกษตรกรที่เริ่มต้นเลี้ยงจระเข้มาตั้งแต่ ปี 2542 จากการหมั่นสังเกตและมีใจรักในสิ่งที่ทำ อาจเรียกได้ว่าฟาร์มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่คร่ำหวอดในเรื่องการเลี้ยงที่ครบวงจร สามารถผลิตส่งขายจระเข้ให้กับลูกค้าได้ทุกปี จึงเกิดเป็นรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ คุณอดิศัย เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อจบการศึกษาจึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อสานต่อกิจการของครอบครัว คือ ทำไร่อ้อย แต่ช่วงสมัยที่เรียนอยู่นั้นได้เลี้ยงโคพันธุ์อเมริกันบราห์มันไว้บางส่วน ประมาณ 20 ตัว เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็เลี้ยงโค ยึดเป็นอาชีพควบคู่ไปกับการทำไร่ จนสามารถมีโคแม่พันธุ์ 500-600 ตัว แต่มีอุปสรรคทำให้ต้องเลิกเลี้ยงโคไป จึงทำให้มีการปรับเปลี่ยนมาทำฟาร์มจระเข้แทนในเวลาหลังจากนั้น บ่อพ่อแม่พันธุ์ “ผมเริ่มทำอะไรก็แล้วแต่ ผมจะเริ่มจากการทำทีละน้อยๆ ก่อน และนำผลกำไรมาขยับขยาย โดยจะไม่เน้นลงทุนด้วยวิธีการกู้เงินมาทำ โคที่เลิกเลี้ยงเพราะเห็นว่าจำนวนย
คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 10 ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเกษตรกรที่เริ่มต้นเลี้ยงจระเข้มาตั้งแต่ ปี 2542 จากการหมั่นสังเกตและมีใจรักในสิ่งที่ทำ อาจเรียกได้ว่าฟาร์มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่คร่ำหวอดในเรื่องการเลี้ยงที่ครบวงจร สามารถผลิตส่งขายจระเข้ให้กับลูกค้าได้ทุกปี จึงเกิดเป็นรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ คุณอดิศัย เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อจบการศึกษาจึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อสานต่อกิจการของครอบครัว คือ ทำไร่อ้อย แต่ช่วงสมัยที่เรียนอยู่นั้นได้เลี้ยงโคพันธุ์อเมริกันบราห์มันไว้บางส่วน ประมาณ 20 ตัว เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็เลี้ยงโค ยึดเป็นอาชีพควบคู่ไปกับการทำไร่ จนสามารถมีโคแม่พันธุ์ 500-600 ตัว แต่มีอุปสรรคทำให้ต้องเลิกเลี้ยงโคไป จึงทำให้มีการปรับเปลี่ยนมาทำฟาร์มจระเข้แทนในเวลาหลังจากนั้น บ่อพ่อแม่พันธุ์ “ผมเริ่มทำอะไรก็แล้วแต่ ผมจะเริ่มจากการทำทีละน้อยๆ ก่อน และนำผลกำไรมาขยับขยาย โดยจะไม่เน้นลงทุนด้วยวิธีการกู้เงินมาทำ โคที่เลิกเลี้ยงเพราะเห็นว่าจำนวนย
เปิดเมนูพิสดาร จระเข้ย่าง ไม้ละ 20 บาท พลิกวิกฤติเป็นโอกาสหลังจากประสบปัญหาการเลี้ยงจระเข้มีราคาตกต่ำ ทำให้มีแนวคิดหันมาใช้เนื้อจระเข้ปิ้งย่างเสียบไม้ขาย ไม้ละ 20 บาท กลับมีลูกค้าสนใจอุดหนุนเพียบ เฉลี่ยวันละ 3-5 ตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเปิดขายเมนูแปลกใหม่ เป็นการจำหน่ายขายเนื้อจระเข้ของทวีชัยฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 10/1 หมู่ 8 ต.หนองกระทุ่ม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ที่มี นายสิทธิชัย เพ็ญชาติ อายุ 50 ปี เป็นเจ้าของร่วมกับญาติๆ เปิดร้านขายเนื้อจระเข้หัน จระเข้ย่าง และเนื้อจระเข้สดในราคาย่อมเยา เสียบขายไม้ละ 20 บาท หลังจากธุรกิจการเพาะเลี้ยงจระเข้เพื่อขายหนังมีสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จึงได้มองหาลู่ทางทำธุรกิจของครอบครัวให้อยู่ได้ โดยเริ่มต้นทดลองนำเนื้อจระเข้มาเสียบไม้ย่างขายอยู่ริมถนนหน้าฟาร์มของตัวเอง จนเริ่มมีลูกค้าให้ความสนใจแวะเวียนเข้ามาชิมกันทุกวัน จนเริ่มแพร่หลายและมีออเดอร์สั่งเข้ามาเพียบ ด้วยถูกใจในรสชาติของเนื้อจระเข้ที่จะคล้ายๆ กับเนื้อไก่ผสมเนื้อกุ้ง เขาว่ากันอย่างนั้น นายสิทธิชัย เพ็ญชาติ เจ้าของฟาร์มเปิดเผยว่า เริ่มแรกชอบเลี้ยงจระเข้จนกลายเป็นพ่อแม่พันธุ์แล้ว ต่อมามีตลาดเข้ามารับซื
จากรกแกะ รกหมู น้ำมันม้า พิษผึ้ง แพลงตอน เมือกหอยทาก ฯลฯ จนมาถึง “เลือดจระเข้” เหมือนจะเป็นเทรนด์ของเวชสำอางที่นำสรรพสิ่งจากสิ่งมีชีวิตมายื้อยุด ฉุดกระชากความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณมนุษย์ให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน สำหรับ “เลือดจระเข้” อาจกล่าวได้ว่า เป็นการเปิดตัวใหม่อีกครั้ง พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายในแง่ของการเป็นเวชสำอางน้องใหม่ เพื่อการดูแลผิวพรรณ เพื่อการลบเลือนริ้วรอย ลดการอักเสบของสิว รวมทั้งแผลเป็น เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ นั่นเพราะคุณสมบัติพิเศษของ “เลือดจระเข้” ที่มีคอลลาเจนสูงมาก สูงกว่าที่มีอยู่ในเลือดมนุษย์และสัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระ ยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ฯลฯ ความลับที่ซ่อนอยู่ใน ‘เลือดจระเข้’ นับแต่อดีตมีความพยายามไขความลับจากธรรมชาติ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นยารักษาโรค เช่น กรณีของอเล็กซานเดอร์ เฟลมิ่ง ที่พยายามหาคำตอบจากการติดเชื้อของทหารที่บาดเจ็บจากสงครามจำนวนมาก กระทั่งที่สุดพบ “เพนิซิลลิน” ประเด็นของ “จระเข้” นั้น ในศาสตร์ของจีนแผนโบราณมีความเชื่อเรื่องการใช้ประโยชน์จากจระเข้มานานนัก ทั้งมีการทำวิจัยเพิ่มเติมทางยามากม
คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ 10 ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี รหัสไปรษณีย์ 71160 เริ่มต้นเลี้ยงจระเข้ เมื่อปี 2542 โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประกอบด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ดังนี้ ห่วงที่ 1 ความพอประมาณ ปีแรกเริ่มทดลองเลี้ยงจระเข้ 50 ตัว โดยใช้เงินทุนของตนเอง และค่อยๆ ทยอยลงทุนเลี้ยงเพิ่มทุกปี ปีละ 50 ตัว จนกระทั่งครบรอบการเลี้ยงและมีผลผลิตออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนและลดความเสี่ยงจากการลงทุน โดยมีหลักในการลงทุน คือ “มีน้อยใช้น้อย มีมากขยายต่อ” ห่วงที่ 2 ความมีเหตุผล การเริ่มต้นเลี้ยงจระเข้จะตัดสินใจโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น พิจารณาว่าจระเข้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและใช้แรงงานน้อย เลือกทำเลที่ตั้งฟาร์ม โดยพิจารณาจากราคาที่ดินซึ่งมีราคาถูก ตั้งอยู่ใกล้ฟาร์มเลี้ยงไก่ จึงซื้ออาหารจระเข้ได้ในราคาถูก ลดต้นทุนการเลี้ยง สภาพภูมิอากาศร้อนและมีแสงแดดเหมาะแก่การเลี้ยงจระเข้ ไกลจากแหล่งชุมชน จึงไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งกับชุมชน ไกลจากฟาร์มจระเข้อื่น จึงป้องกันปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากฟาร์มอื่นได้ เส้นทางคมนาคมและไ
