เสาวรส เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง เหลืองหรือสีส้มขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เดิมเสาวรสมีรสชาติเปรี้ยวนำ นิยมนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ไต้หวันนำเสาวรสสีเหลืองมาปรับปรุงพันธุ์ใหม่ เรียกว่า พันธุ์เสาวรสเหลืองน้ำผึ้งมีรสหวานนำเหมาะสำหรับทานผลสด
เกษตรกรนำเข้าพันธุ์เสาวรสเหลืองน้ำผึ้งจากไต้หวัน เข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อน เสาวรสเหลืองน้ำผึ้ง ปลูกง่าย ให้ผลดก ขนาดผล 90-120 กรัม เปลือกไม่หนา เนื้อแน่น เมล็ดกรอบ รสหวานฉ่ำ 17–22 องศาบริกส์ กลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง ตลาดให้การตอบรับดีมากเพราะผลไม้เล็กๆ แต่คุณค่าไม่เล็ก มีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา มีใยอาหารมาก ป้องกันท้องผูกและช่วยล้างสารพิษ มีวิตามินสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ ช่วยให้นอนหลับสบาย

ไร่เสาวรสเขาแผงม้า
หากใครสนใจไม้ผลชนิดนี้ สามารถแวะไปเยี่ยมชมของจริง ได้ที่ไร่เสาวรสเขาแผงม้า มีป้ายสัญลักษณ์ ‘น้องกระทิงน้อย’ ติดอยู่ด้านหน้า ไร่แห่งนี้เดินทางสะดวก อยู่ใกล้กับจุดชมวิวกระทิงเขาแผงม้า อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยี่ยมชมไร่แห่งนี้มักตื่นตาตื่นใจกับอุโมงค์เสาวรสหวาน ที่ติดผลดกมากๆ ผลสวยเกรดพรีเมียม ซึ่ง คุณเตอร์ หรือ คุณสถาปัตย์ ถนอมวงศ์ เจ้าของไร่เสาวรสเขาแผงม้า ดูแลใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกดูแลรักษาผลผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการคัดแยกผลไม้ทุกลูกอย่างพิถีพิถัน

เดิมทีคุณเตอร์ช่วยพี่เขยซึ่งเป็นคนจีน ปลูกเสาวรสที่วังน้ำเขียวโดยมีเป้าหมายส่งออกไปประเทศจีน แต่สินค้าไม่ผ่านเกณฑ์ และมีหนี้สินก้อนโต พี่เขยจึงตัดสินใจเลิกกิจการ แต่คุณเตอร์เสียดายโอกาสเพราะสินค้าเริ่มเป็นที่รู้จักของตลาดจึงตัดสินใจแยกตัวมาทำไร่เสาวรสเขาแผงม้า ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่งที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของอำเภอวังน้ำเขียวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในด้านการท่องเที่ยวและการเกษตร
การปลูกดูแล
เกษตรกรทั่วไปนิยมปลูกเสาวรสในระยะห่างของต้นและแถว 3×3 เมตร ซึ่งการปลูกระยะห่างมาก จะได้ผลดกแต่ลูกเล็ก คุณเตอร์จึงตัดสินใจปลูกถี่และไว้กิ่งน้อย เพื่อให้ต้นเลี้ยงลูกให้ใหญ่ขึ้นโดยปลูกในระยะห่างระหว่างต้น ประมาณ 1.5 เมตร และเว้นแถวราว 3 เมตร ทำค้างสูง 2-2.20 เมตร ตอนแรกที่ปลูกแนวค้างบนอย่างนี้ คุณเตอร์คิดว่าได้สัก 10-15 กิโลกรัมก็น่าจะคุ้มทุนแล้ว แต่ทุกวันนี้ กลับได้ผลผลิตมากกว่าที่เคยคิดไว้เป็นเท่าตัว

ในระยะแรกของการปลูก ต้องระวังไม่ให้น้ำเยอะเพื่อป้องกันปัญหารากเน่า หลังจากปลูกลงดิน 2 เดือน ต้นเสาวรสจะเริ่มติดดอก ก็จะเอาดอกออกให้หมด เน้นเลี้ยงลำต้นให้แข็งแรงก่อน ผ่านไปสัก 3-4 เดือน จึงปล่อยให้แตกแขนงและติดดอก หลังจากออกดอก 50-60 วัน ก็เริ่มเก็บผลผลิตรุ่นแรกได้ คุณเตอร์บอกว่า หนึ่งต้นจะไว้เถาแค่ 3-4 เถาเท่านั้น โดยกำหนดระยะของกิ่งไม่ให้ยาวเกิน 1.50-2 เมตร หากปล่อยเถายาว จะติดผลเยอะจริง แต่จะแย่งสารอาหารทำให้ผลมีขนาดเล็ก
เคล็ดลับใส่ปุ๋ยบำรุงต้นให้ผลดก
ในสัปดาห์ที่ 1 ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 บำรุงทางดิน + แคลเซียมโบรอน สัปดาห์ที่ 2 ใส่แมกนีเซียม + สาหร่าย สัปดาห์ที่ 3 ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 บำรุงทางดิน + แคลเซียมโบรอน สัปดาห์ที่ 4 ใส่แมกนีเซียม + อะมิโน คุณเตอร์บอกว่า ระวังอย่าใส่ยูเรียหรือปุ๋ยไนโตรเจนสูงมากในช่วงติดผล เพราะจะทำให้แตกยอดและเถาเยอะ แต่ผลไม่ดกและผลร่วงได้

“ ผมใส่ปุ๋ยบำรุงทางดิน สูตร 13-13-21 หรือ 12-12-17+2 Mg สำหรับต้นเสาวรส อายุ 4-6 เดือน ในอัตรา 100-150 กรัมต่อต้น ใส่ทุก 15-20 วัน หว่านรอบทรงพุ่มแล้วรดน้ำตาม ส่วนสูตรพ่นทางใบจะใส่ทุก 7-10 วัน สลับกัน จะใส่แคลเซียม-โบรอน เพื่อช่วยลดผลร่วง ผิวสวย เปลือกแข็งแรง ส่วนแมกนีเซียม จะช่วยสร้างคลอโรฟิลล์ เพิ่มการสังเคราะห์แสง ส่วนสาหร่ายทะเล + อะมิโน จะช่วยให้ต้นฟื้นตัวและเลี้ยงผลได้ดี ช่วงก่อนเก็บเกี่ยว 20-30 วัน จะเน้นใส่โพแทสเซียมสูง สูตร 0-0-50 หรือ 0-0-60 พ่นทางใบตามอัตราฉลาก เพื่อช่วยเพิ่มความหวาน สี และคุณภาพผล” คุณเตอร์กล่าว
ปัญหาโรคแมลง
คุณเตอร์กล่าวว่า ปัญหาเพลี้ยไฟ คืองานหลักเลยรองลงมาคือ แมลงวันทอง วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดความชื้น แสงแดดส่องถึงอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เพลี้ยไฟไม่ชอบ จะช่วยลดการระบาดของเพลี้ยไฟได้ นอกจากนี้ ยังใช้วิธีติดกาวดักแมลง น้ำยาล่อแมลงวันทองอีกทางหนึ่ง

เจาะตลาดออนไลน์ สร้างยอดขายปัง
ด้านตลาด ตอนแรกคุณเตอร์วางแผนขายผลผลิตผ่านแม่ค้าในท้องถิ่น ระหว่างรอการเก็บเกี่ยวผลผลิต คุณเตอร์ลองทำคลิปโชว์ผลดกของเสาวรสในแปลงปลูก ได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก พอถึงช่วงเก็บเกี่ยวก็มีผู้คนสนใจเข้าชมแปลงและซื้อสินค้าหน้าฟาร์มจนผลผลิตไม่พอขาย สินค้าตกเกรดราคาเริ่มต้น 30 บาทต่อกิโลกรัม ผลสวยเกรดเอ ราคาประมาณ 70-100 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นไป
“ ลูกค้าที่มีโอกาสได้ชิมเสาวรสพันธุ์นี้มักทึ่งกับรสชาติความหวานตั้งแต่ผลเขียว จากเดิมที่เคยกินเสาวรสรสเปรี้ยวจนตาหยี มาเจอเสาวรสพันธุ์นี้ กินอร่อยจนหยีตาด้วยความหวานครับ ตอนนี้ เสาวรสเหลืองผึ้ง กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่คนอยากปลูกกันเยอะมาก ไร่ของเราเน้นขายผลไม้คุณภาพดีที่ปลูกในแหล่งโอโซนของอำเภอวังน้ำเขียว หากใครอยากปลูกเสาวรสพันธุ์นี้ ผมยินดีแบ่งปันความรู้เรื่องการปลูกดูแล มาช่วยกันขยายตลาดไปด้วยกันครับ ” คุณเตอร์กล่าว

หากใครสนใจอยากสั่งซื้อเสาวรสเหลืองน้ำผึ้งไปลองชิมรสชาติความอร่อย ติดต่อสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทร. 098-865-7999 หรือทางไอดีไลน์ @kpm.passionfruit หากอยากเรียนรู้เทคนิคการปลูกดูแลเสาวรสของคุณเตอร์ กดติดตามไว้เลย ทั้งช่องทาง Facebook และ TikTok ไร่เสาวรสเขาแผงม้า วังน้ำเขียว
