จัดการความเครียด
นพ. ปริทรรศ ศิลปกิจ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก และธนาคารโลกได้วิเคราะห์ประเมินว่าปี พ.ศ. 2564 การเจ็บป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะเป็นปัญหาสาธารณสุขอันดับสอง รองจากโรคหัวใจขาดเลือด ในช่วงสัปดาห์สุขภาพจิตแห่งชาติ กรมสุขภาพจิตจึงกำหนดแนวคิดในการลดสถิติการเจ็บป่วยและฆ่าตัวตายอันเนื่องมาจากโรคซึมเศร้า ภายใต้หัวข้อ “ซึมเศร้า.. เราคุยกันได้” โดยที่ จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดงานที่อุทยานการค้ากาดสวนแก้วเชียงใหม่ “ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีอาการเบื่อหน่ายทางอารมณ์ หดหู่ ไม่มีความสุข แม้แต่งานอดิเรกที่เคยชอบก็ไม่อยากทำ มักเก็บตัวไม่อยากออกไปไหน กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ขณะนี้วัยรุ่นก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเครียดจากการเรียน เพื่อนและผู้ปกครอง อยากให้เข้ามาคัดกรองที่โรงพยาบาลที่ดูแลด้านสุขภาพจิต เนื่องจากโรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุสำคัญของการฆ่าตัวตาย ขณะนี้สถิติการฆ่าตัวตายของภาคเหนือตอนบน คือ ลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน และพะเยา ถือเป็นแชมป์ของประเทศ มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงเกิน 10 ต่อแสนประชากร ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่
หมั่นสังเกตความผิดปกติทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมที่เกิดจากความเครียด ผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีที่คุ้นเคย เช่น การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การฝึกการหายใจ การทำสมาธิ เป็นต้น จัดการกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่บ้าน และที่ทำงานให้สวยงามสะอาดเป็นระเบียบ สบายตา น่าอยู่ น่าทำงาน ทำกิจกรรมที่ชอบ ได้แก่ การออกกำลังกาย เล่นกีฬา ท่องเที่ยว ซื้อของ สังสรรค์กับเพื่อน ทำบุญให้ทาน ทำกิจกรรมสาธารณกุศล ร้องเพลง ฟังเพลง เล่นดนตรี เต้นรำ ดูหนังดูละคร อ่านนิยาย ทำงานศิลปะ ทำอาหาร นวดคลายเครียด สวดมนต์ นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม เป็นต้น จากหนังสือ องค์ความรู้สุขภาพจิตสำหรับประชาชน กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
