ซังข้าวโพด
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) วิจัยและพัฒนา “ปุ๋ยอัดแท่ง…ละลายช้า” เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร (ซังข้าวโพด) พร้อมใช้ประโยชน์จากยางพาราในการเคลือบผลิตภัณฑ์ปุ๋ย…เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการปลดปล่อยธาตุอาหาร เหมาะสำหรับนำไปประกอบอาชีพ เพิ่มมิติความหลากหลายของผลิตภัณฑ์การเกษตร หรือทำเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ที่มั่นคง เสริมแกร่งเศรษฐกิจครัวเรือน ธุรกิจ และภาพรวมของประเทศในสถานการณ์ที่มีภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทั้งนี้ วว. มีความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปุ๋ยที่หลากหลาย มีประสิทธิภาพบำรุงผลผลิตการเกษตรและรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 02-577-9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP” #ปุ๋ยอัดแท่งละลายช้า #เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร #ยางพารา #เศรษฐกิจ #วทน #สร้างเงิน #สร้างรายได้ #สิ่งแวดล้อม #ปุ๋ย #เกษตร #ผลผลิต #อว
ในพื้นที่ตำบลหนึ่งที่ผู้คนกว่าร้อยละ 80 ประกอบอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การเกษตรคือวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมานาน แต่ปัญหาหนึ่งที่อยู่คู่ไร่มาเสมอ คือกองซากซังข้าวโพด เศษไม้ และวัสดุเหลือทิ้งในแปลงที่ย่อยสลายยาก ชาวบ้านจึงทำอย่างที่ปู่ย่าตายายเคยทำ คือ “เผา” เพื่อเตรียมดินสำหรับการปลูกใหม่ในครั้งถัดไป จนวันที่แนวคิดใหม่เริ่มผลิบานขึ้นในใจของ คุณถนอม เขียวอ้อม ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่มองเห็นปัญหาที่ต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า และตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมของเสียที่ดูไร้ค่า จะกลายเป็นประโยชน์ไม่ได้?” เพราะทำให้ต้นทุนการไถกลบสูงขึ้น และบางครั้งกระทบถึงผลผลิตในรอบถัดไป สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นเพียงเศษซาก จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมองหาโอกาสใหม่ในกองของเหลือเหล่านั้น “พอมีแนวคิดว่าอยากจะเอาของเหลือที่ได้จากการปลูกข้าวโพดมาสร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ผมก็ได้ประสานให้ทางกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาช่วย ทั้งในเรื่ององค์ความรู้และวัสดุอุปกรณ์ ต่อมาเกิดการเรียนรู้และสร้างเป็นผลิตภัณฑ์มีรายได้สู่ชุมชน” เมื่อของเสียกลายเป็นคุณค่า จุดเริ่มต้นของไบโอชาร์ คุณถนอม เล่าว่า สมาชิกในกลุ่ม
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานสังกัดทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เป็นชุดปฏิบัติการประจำพื้นที่เพื่อออกตรวจ ป้องปราม ระงับ ยับยั้ง และแจ้งเหตุการณ์เผาในพื้นที่เกษตร โดยมีเครือข่าย เกษตรกร ศพก. เป็นหน่วยเฝ้าระวังป้องกันและปลุกจิตสำนึกในการไม่เผาเศษซากพืช และวัสดุทางการเกษตร ทั้งระดับจังหวัดและอำเภอ เร่งลดผลกระทบในพื้นที่ให้มากที่สุด นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้กำชับให้เกษตรจังหวัดลงพื้นที่ให้ควบคุม กำกับดูแล รวมทั้งเข้มงวด ไม่ให้เกิดการเผาในพื้นที่การเกษตร ในความรับผิดชอบอย่างเคร่งครัด และเร่งสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการเผา ผ่านเวทีการถ่ายทอดความรู้ต่างๆ รวมทั้งการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (field day) ที่ทุกจังหวัดจัดอยู่ขณะนี้ พร้อมทั้งให้มีการถ่ายทอดเรื่องของเทคโนโลยีจัดการหลังการเก็บเกี่ยว โดยให้วิเคราะห์เป็นรายพืช เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างไรให้เหมาะสม และให้คำแนะนำแก่เกษตรกร ผ่านศูนย์เรียนร
