ดอกขจร
ดอกขจร หรือ ดอกสลิด ถือเป็นพืชทนแล้ง ชอบแสงแดดร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ชอบที่แฉะน้ำท่วมขัง ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ปลูกได้ทุกฤดู แต่จะแนะนำให้ปลูกช่วงปลายฝนต้นหนาว หลังจากปลูก 3 ถึง 4 เดือน เริ่มให้ดอก ดอกจะออกให้เก็บช่วงหน้าร้อนถึงหน้าฝน ก็คือถ้าเราปลูกช่วงปลายฝนต้นหนาว ระยะที่เราจะได้เก็บ จะประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ยาวไปถึงเดือนตุลาคม การเตรียมดิน…เหมือนกับปลูกพืชทั่วไป ไถตากดินทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ แล้วไถอีกครั้งจากนั้นขุดหลุมปลูกได้เลย หลุมขุดลึกแค่พอกลบกิ่งชำ 1 ไร่ ปลูกได้ 400 ต้น ระยะห่างระหว่างต้น 1.50 เมตร วิธีปลูก… ขจร เป็นพืชไม้เลื้อย ก่อนปลูกต้องทำค้างก่อน ค้างที่ทำแล้วได้ผลดีเรียกว่าค้างโต๊ะ ลักษณะเป็นรูปตัวยูคว่ำ มีไม้ด้านข้างยาวไปตลอดแนว และใช้ตาข่ายคลุมด้านบน ช่วยลดลมปะทะ ถ้าเป็นค้างแบบแนวตั้งเมื่อลมมาจะต้านลมเยอะ อาจทำให้ต้นล้มได้ ระบบน้ำ…เป็นระบบสปริงเกลอร์ ใน 2 สัปดาห์แรกเปิดน้ำรดทุกวัน ช่วยให้โตเร็ว รากเดินดี หลังจากนั้นสังเกตว่าใบเริ่มแตก ให้ลดน้ำลงเหลือ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ตามสภาพอากาศ โรคแมลง…ส่วนใหญ่ที่เจอคือ เพลี้ยไฟ ขจรเป็นพืชที่ต้องดูแลทุกวัน ถ้าเดินเจอให้ตัดเอาไปทิ้ง
ดอกขจร มีชื่อเรียกอื่นๆ ด้วยนะ เช่น ดอกสลิด ผักสลิดคาเลา สลิดป่า ผักสลิด กะจอน ขะจอน หรือผักขิก ดอกขจรจัดเป็นไม้เลื้อยวงศ์เดียวกับดอกรัก เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดเล็ก ความสูงของต้นประมาณ 3-6 เมตร มักเลื้อยพาดพันต้นไม้ขนาดใหญ่ หรือขึ้นตามร้านต้นไม้ ยอดอ่อนมีขนปกคลุม เปลือกมีรอยแตกลึก และมีน้ำยางสีขาวในทุกส่วนของต้น ใบต้นขจรเป็นใบเดี่ยวขนาดเล็ก ปลายใบแหลม โคนใบเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ใบมีสีเขียวอมแดงเล็กน้อย ส่วนดอกขจรจะออกช่อเป็นกระจุก คล้ายพวงอุบะ ดอกมีสีเขียวอมเหลือง ส่งกลิ่นหอมเย็น สามารถทานเป็นผักได้ ส่วนผลเป็นรูปไข่แกมรูปหอก ตรงเมล็ดจะมีขนเพื่อช่วยในการกระจายพันธุ์ ดอกขจร เป็นผักพื้นบ้านที่หาทานได้ง่าย และยังนิยมนำดอกขจรมาทำอาหารหลายเมนู เพราะดอกขจรหรือดอกสลิดมีรสชาติอร่อย แต่นอกจากความอร่อยของดอกขจรแล้ว ทราบไหมว่า ดอกขจรก็มีดีต่อสุขภาพหลายอย่าง และอุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซีสูง เมนูยอดฮิตที่ไม่สามารถขาดดอกขจรได้เลยคงต้องยกให้เมนู น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอดร้อนๆ กับดอกขจรลวก ใครที่ได้ลองทานก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นรสชาติที่ลงตัวอร่อยมากๆ คุณวัชรินทร์ สาพันธุ์ หรือ คุณลูกกอล์ฟ
ดอกสลิด หรือ ดอกขจร ผักพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายประเภท หรือจะนำมาลวกจิ้มกินกับน้ำพริกก็อร่อย แถมยังมีวิธีการปลูกและดูแลง่าย ปลูกได้ทุกสภาพพื้นดิน เพียงแต่ต้องรู้จักนิสัยสักหน่อย คุณศราวุฒิ ลาจังหรีด (ต่าย) อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 8 บ้านโคกโจด ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา พนักงานประจำด้านปศุสัตว์ สนใจอยากหารายได้เสริมให้ครอบครัว ด้วยความที่ไม่อยากให้พ่อกับแม่ที่มีอายุมากออกไปรับจ้างทำงานข้างนอกบ้าน จึงมีความคิดที่จะปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริม เพราะจากที่ศึกษาข้อมูล ขจร เป็นพืชที่ปลูกง่าย ลงทุนน้อย ปลูกครั้งเดียวเก็บดอกได้นาน 5 ปี เริ่มปลูกดอกขจร ด้วยเงินเพียง 500 บาท คุณต่าย เริ่มปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 5 ปี ดอกขจรที่ปลูกคือ พันธุ์เกษตร 1 ให้ช่อดอกใหญ่ ดกเต็มต้น ขายได้ราคาดี “ผมเริ่มต้นปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริม ด้วยเงินเพียง 500 บาท คือการซื้อกิ่งพันธุ์มาชำแล้วปลูกเองจำนวน 200 กิ่ง ปลูกได้ไม่ถึง 2 งาน เริ่มเปิดตลาดด้วยการนำดอกขจรไปนั่งขายที่ตลาดนัด ก็ได้รับผลตอบรับดี ชาวบ้านให้ความสนใจ มีลูกค้าประจำจำนวนหนึ่ง และมีล
