แปรรูปสินค้าเกษตร

Innovative house ชี้เทรนด์สินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่มาแรง ขายง่าย มีผลกำไร

มีคำกล่าวหนึ่งที่ว่า “ เสียงจากลูกค้า ( Customer ‘s Voice ) คือ จุดเริ่มต้นธุรกิจ ”สอดคล้องกับกล่าวของ Steve Jobs ผู้สร้างแบรนด์ apple และเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย ที่ว่า  “  คุณต้องเริ่มต้นด้วยประสบการณ์ของลูกค้าแล้วทำงานย้อนหลังไปที่เทคโนโลยี ”  

หากคุณเปิดใจรับฟังปัญหาความต้องการ ความไม่พอใจของลูกค้า นำข้อมูลมาใช้พัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับวางแผนการตลาด ก็สามารถก้าวสู่โมเดลธุรกิจ ที่มีความยั่งยืนได้ไม่ยาก เพราะนวัตกรรมนั้น จะกลายเป็น “ Golden Pain Point ปัญหาที่แท้จริงที่พร้อมทำเงินให้กับคุณได้ ”  สมการแห่งความโชคดีนั้น เกิดจาก โอกาส +การเตรียมพร้อม  คนที่ชนะ คือ คนที่มองเห็นโอกาสและลงมือทำก่อนนั่นเอง

กลุ่มสินค้าอะไร เป็นเทรนด์มาแรง

ในเวที NRCT Open House 2026  คุณพัชกร ไทยนิยม บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอแนวคิดสร้างนวัตกรรมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหาร จากเทรนด์อาหาร สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า  ในอดีต ประเทศไทยทำเกษตรกรรม 1.0 คือ ขายตามปริมาณ ราคาถูกกำหนดโดยตลาด ความเสี่ยงสูง พึ่งพาธรรมชาติ แต่การเกษตรยุคปัจจุบัน 4.0  เน้นขายสตอรี่ และความเชื่อมั่น กำหนดราคาได้ บริหารความเสี่ยงด้วยเทคโนโลยี  นั่นก็คือ เรากำลังเปลี่ยนจาก ผู้ผลิตอาหารเป็นผู้ให้บริการด้านโภชนาการ ปัจจุบันลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่ ผลผลิต แต่ซื้อความเชื่อมั่น () และการตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งผลิตอาหาร ( ) ดังนั้นเกษตรกรต้องเข้าใจ Customer Journey ไม่ใช่แค่ปลูกแล้วขาย


ปัจจุบันกลุ่มสินค้าที่เป็นเทรนด์มาแรง ได้แก่

1.กลุ่มสินค้าสำหรับผู้สูงวัย  เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น ข้าวต้มพร้อมรับประทาน 

2.กลุ่มสินค้าเพิ่มความสะดวก เนื่องจากผู้บริโภคยุคปัจจุบันชอบความสะดวกสบาย และต้องการสินค้าที่จะเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องนี้ เช่น ผลไม้หั่นพร้อมรับประทาน

3.กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม  นับตั้งแต่โควิด-19  ผู้คนหันมาสนใจกับการดูแลสุขภาพอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น  เช่น สินค้าธัญพืช สินค้าที่มีส่วนผสมของสมุนไพร

4.กลุ่มสินค้าไซส์เล็ก  คนรุ่นใหม่ชอบความสะดวกสบาย นิยมการอยู่คนเดียว มีครอบครัวขนาดเล็ก เช่น สินค้าอยู่ในแพคเกจจิ้ง รับประทานครั้งเดียว

5.กลุ่มสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคหันมาใส่ใจและรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เกิดการมองหาสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับสินค้าที่ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม เช่น การคัดสรรวัตถุดิบ กระบวนการผลิตตัวสินค้า เป็นต้น

6.กลุ่มสินค้าที่ต่อยอดเอกลักษณ์จากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เทรนด์ Local Lover มีแนวโน้มเติบโตอีกครั้ง แบรนด์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพ เช่น    สินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI

7.  กลุ่มสินค้าที่มีนวัตกรรม สินค้านวัตกรรมยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสร้างความแตกต่างให้กับ ผู้ประกอบการ SMEs แล้ว ยังช่วยสร้างมูลค่าอีกต่างหาก  เช่น  สินค้าที่มีนวัตกรรมเป็นส่วนประกอบ

คุณพัชกรกล่าวเพิ่มเติมว่า   องค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรม คือ  ความต้องการของตลาดและลูกค้า  สิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้คือ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  และเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือความเข้าใจ  นวัตกรรมที่แท้จริงต้องเริ่มจาก Consumer Insight (ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง) เพื่อแก้ปัญหา Pain Point ของลูกค้า  จึงต้องสร้างสินค้าธรรมดาให้เข้าถึงลูกค้าพร้อมตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ที่ยั่งยืน

แนวโน้มอาหารและเครื่องดื่มในปี 2569

ในเวที NRCT Open House 2026  คุณพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา สำนักประสานงาน innovative house กล่าวถึงแนวโน้มอาหารและเครื่องดื่มในปี 2569 ว่า 10 อันดับสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดทั่วโลกปีนี้ ได้แก่

1. Powerhouse Protein  ความต้องการโปรตีนอย่างจริงจัง เน้นฟังก์ชั่นที่เฉพาะเจาะจง สร้างจุดเด่นทางการตลาดจากโปรตีนที่มาจากหลายแหล่ง

2. Gut Health Hub  การดูแลลำไส้เพื่อสุขภาวะที่ดีแบบองค์รวม โดยให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มโพรไบโอติก และพรีไบโอติก

3. Layers of Delight การสร้างประสบการณ์ที่ล้ำลึกและดื่มดำจากโมเมนต์ ความรู้สึกหรือสุขภาพผ่านองค์ประกอบ เนื้อสัมผัสและสูตรอาหาร

4. Beverages with Purpose นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ล้ำลึกและหลากหลาย ตอบโจทย์ได้ทั้งฟังก์ชั่น รสชาติและความสดชื่น เช่น น้ำมะพร้าวที่มีรสชาติกลมกล่อมพร้อมจิเล็กโทรไลต์เพื่อความสดชื่น

5. Authentic Plant – Based  การเปลี่ยนผ่านของโปรตีนสัตว์สู่โปรตีนพืชที่ผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด เพราะโปรตีนจากพืชมีจุดเด่นที่สำคัญจากโปรตีนธรรมชาติ

6. Made for Moments การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมตามโอกาสต่างๆ ทั้งการตอบโจทย์โมเมนต์ ขนาดหรือรูปแบบบรรจุภัณฑ์ เช่น Single – Searve สำหรับการบริโภคครั้งเดียวหรือ Multi – Searve ที่แบ่งบริโภคได้หลายครั้ง

7.Worth Every Bite  การนำเสนอคุณค่าและความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้คือ ราคาเหมาะสมเข้าถึงได้ คุ้มค่าในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน จะช่วยดึงดูดผู้บริโภคได้มากกว่าคำว่าราคาถูก  

8. Mind Balance สร้างสมดุลด้านจิตใจสุขภาวะการให้พลังงาน บรรเทาความตึงเครียด และบำรุงสมองสะทอนภาวะเคร่งเครียดในปัจจุบันที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาพึ่งพาอาหารและเครื่องดื่มที่สร้างความผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ

9. Crafting Tradition  การนำภูมิปัญญา และมรดกเชิงวัฒนธรรมมาสร้างตัวตนและคุณค่า เพื่อสื่อสารและสร้างความคุ้นเคยสู่ผู้บริโภค ผ่านสูตรอาหารดั้งเดิม วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ประจำท้องถิ่น

10. Justified Choices การเลือกอาหารและเครื่องดื่มอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสะท้อนความโปร่งใส ตระหนักถึงความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงต่อการใส่ใจ เกษตรกร สัตว์ป่าและชุมชน

( อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต )

    รู้จัก Innovative House

    สำนักประสานงานชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House เป็นหน่วยงานภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย ด้านการวิจัยและนวัตกรรมอาหาร เพื่อยกระดับสินค้าและต่อยอดเชิงพาณิชย์

    การทำงานของ Innovative House เป็นการนำ R&D มาสนับสนุนการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเน้นไปที่กลุ่ม SMEs ที่ยังขาดทุนในการทำวิจัยเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ โดยInnovative House จะดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้วยงานวิจัย มาจับคู่กับทีมวิจัยที่เหมาะสม เพื่อร่วมกันพัฒนากระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์แล้ว ยังให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลด้านการตลาดเพื่อสร้างแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงร่วมดูแลด้านการตลาด ทั้งในเชิงภาพลักษณ์ และการสื่อสารเพื่อการรับรู้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถออกขายทำกำไรได้จริง

    Innovative House จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างเรื่องวัตถุดิบ (Raw material) ทั้งพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร และเนื้อสัตว์ ไปจนถึงการแปรรูปและสกัดสารออกฤทธิ์สำคัญเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ขณะเดียวกันยังช่วยผู้ประกอบการมองถึงการสร้างความแตกต่างและความโดดเด่น เพื่อจะเป็นข้อได้เปรียบเมื่อออกสู่ตลาด

    กระบวนการกลางน้ำ Innovative House ช่วยพัฒนากระบวนการผลิต (Process) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า สุดท้ายกระบวนการปลายน้ำ จะช่วยสนับสนุนด้านการตลาด (Marketing) ตั้งแต่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ พัฒนาการสื่อสารเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ และการทดสอบตลาด โดยมีพี่เลี้ยงทางการตลาดให้คำแนะนำตลอดเส้นทาง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีส่วนแบ่งในตลาด ถึงแม้อาจไม่ได้ไปถึงที่ 1 แต่สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง

    นอกจากนี้ Innovative House ยังผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเวชสำอางที่พัฒนาผลิตภัณฑ์จนประสบความสำเร็จ ได้เปิดตัวนำเสนอผลงานนวัตกรรมต่อผู้ประกอบการชั้นนำจากทั่วโลกในเวทีงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

    หากผู้ประกอบการ SMEs ท่านใดสนใจจะเข้าร่วมโครงการกับ Innovative House เพื่อพลิกโฉมและก้าวข้ามข้อจำกัด เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยงานวิจัย สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative house โทรศัพท์ 034-106238 หรือ 086 355-1183 เว็บไซต์ www.innovativehouse.org และเพจเฟซบุ๊ก Innovative house Shift & Go beyond Boundaries

    Related Posts