“ต้นมะริด” ถือเป็นไม้ป่าโบราณของไทย และเคยมีปรากฏในประเทศไทยตั้งแต่สมัยโบราณ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาศพูดคุยถึงการกลับมาของ “มะริด” เริ่มจากการทดลองปลูกของเกษตรกรท่านหนึ่ง ที่นำต้นกล้ามะริดจากตลาดต้นไม้มาปลูกในสวน แม้ช่วงแรกต้นไม้จะเติบโตช้า แต่เมื่อดูแลอย่างเหมาะสมก็สามารถเจริญเติบโตและออกผลได้

คุณบัญชา ตั้งสิน เจ้าของสวนตั้งสิน ในพื้นที่ตำบลคลองจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จุดเริ่มต้นของการปลูกต้นมะริดเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเจ้าของสวน ซึ่งในอดีตเคยทำงานอยู่ในธุรกิจโรงแรมมาก่อน จึงรู้สึกว่าอยากหาสถานที่ให้ลูกน้องวัยเกษียณได้ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายอย่างสบาย จึงได้ตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง ซึ่งเดิมเป็นสวนผลไม้ เช่น ฝรั่ง ชมพู่ และมะม่วง ในตอนแรกตั้งใจให้ลูกน้องที่อายุประมาณ 60 ปีมาอยู่และทำเกษตรที่สวนแห่งนี้ แต่เมื่อทำจริงกลับพบว่า การทำสวนผลไม้ต้องใช้แรงงานหนัก ไม่ว่าจะเป็นการห่อผลไม้ ฉีดยา หรือรดน้ำ ทำให้ลูกน้องไม่สามารถทำงานต่อได้ จนสุดท้ายเจ้าของสวนจึงย้ายมาอยู่และดูแลพื้นที่ด้วยตัวเอง

หลายๆ คนอาจสงสัยว่า…เหตุใดคุณบัญชาถึงสนใจและตัดสินใจนำ “ต้นมะริด” มาปลูก
หลังที่ คุณบัญชา มองหาพืชที่ปลูกแล้วดูแลง่าย จึงไปเลือกซื้อไม้ป่าหลายชนิดจากตลาดต้นไม้ เช่น ไม้สัก พะยูง มะค่า ยางนา และตะกู จนกระทั่งพบต้นไม้ชนิดหนึ่งชื่อว่า “มะริด” ซึ่งผู้ขายบอกว่าเป็นไม้ป่าหายากที่แทบสูญพันธุ์จากประเทศไทยไปแล้ว
แม้แม่ค้าจะเตือนว่า “ต้นมะริด” ปลูกยากและไม่ค่อยโต แต่เขากลับสนใจและซื้อทั้งหมดมาปลูกในสวน โดยช่วงแรกต้นมะริดแทบไม่เติบโตเลย จนกระทั่งเริ่มทดลองรดน้ำและดูแลมากขึ้น จึงพบว่าต้นไม้สามารถเติบโตและแตกใบได้ดี
ประมาณปีที่ 3–4 ต้นมะริดเริ่มให้ผล ซึ่งเป็นผลไม้หน้าตาแปลก กระรอกและปลาไม่กิน ทำให้ตอนแรกไม่มีใครกล้ากิน แต่เจ้าของสวนกลับนำเมล็ดมาเพาะพันธุ์ และพบว่าเมล็ดสามารถงอกได้เกือบทุกเมล็ด
ปีแรกสามารถเพาะต้นกล้าได้ถึง 38,000 ต้น และเริ่มนำออกจำหน่าย จากนั้นจำนวนการเพาะพันธุ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสวนเพาะพันธุ์มะริดขนาดใหญ่ ต่อมาทางกรมป่าไม้ได้เข้ามาศึกษาพื้นที่และพบว่า สวนแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่ช่วยฟื้นฟู “ต้นมะริด” ซึ่งเคยปรากฏในประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัยโบราณ และมีบันทึกถึงในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันสวนแห่งนี้ปลูก “ต้นมะริด” มาแล้วกว่า 12 ปี 30 ไร่ มีต้นมะริดกว่า 5,000–6,000 ต้น และมีการเพาะพันธุ์จำหน่ายไปทั่วประเทศนับล้านต้น กลายเป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์ไม้ป่าและสร้างรายได้จากการเกษตรในเวลาเดียวกัน

“มะริด” ลักษณะและรสชาติเป็นอย่างไร
“มะริด” เป็นไม้ป่าโบราณชนิดหนึ่ง ลักษณะผลมีเนื้อละเอียด รสชาติหวานเล็กน้อยและมีความมัน หลายคนที่ได้ลองชิมมักเปรียบเทียบว่าคล้ายผลไม้หลายชนิด บางคนบอกว่ารสสัมผัสคล้ายกล้วย บางคนรู้สึกเหมือนแอปเปิ้ลสุก หรือบางคนก็เปรียบเทียบกับอะโวคาโด แต่โดยรวมแล้วเนื้อมะริดจะมีความละเอียดและมันเล็กน้อย ทำให้มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความรู้สึกนุ่ม ละมุน และหลายคนที่ได้ลองชิมมักบอกว่าเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยและแตกต่างจากผลไม้ทั่วไป
ปัจจุบันต้นมะริดถูกนำไปปลูกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย หลังจากมีการจำหน่ายต้นพันธุ์ออกไปจำนวนมาก โดยพบการปลูกทั้งใน ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทาง ภาคใต้ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความสนใจปลูกค่อนข้างมาก เนื่องจากมีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ระบุว่า ในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยมีการกล่าวถึงต้นมะริดในจังหวัดตรัง ทำให้หลายคนเชื่อว่ามะริดอาจเคยเป็นพืชพื้นถิ่นของพื้นที่ภาคใต้มาก่อน
นอกจากนี้ “ต้นมะริด” ยังเริ่มได้รับความสนใจจากต่างประเทศ
คุณบัญชาระบุว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีลูกค้าจากหลายประเทศเดินทางมาซื้อพันธุ์ไม้จากสวน เพื่อนำไปปลูกและขยายพันธุ์ต่อในพื้นที่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และ สปป.ลาว รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชาและพม่า ที่ให้ความสนใจไม้ป่าชนิดนี้เช่นกัน ลูกค้าจากประเทศเหล่านี้มักเดินทางมาซื้อพันธุ์ “มะริด” ถึงสวนโดยตรง ทำให้สามารถจำหน่ายต้นพันธุ์และเมล็ดได้อย่างต่อเนื่อง และมีการกระจายพันธุ์ไปปลูกในหลายพื้นที่ของภูมิภาค จนทำให้มะริดเริ่มกลับมาเป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“มะริด” เป็นไม้ป่าชนิดหนึ่งที่ราคาแพงด้วย ราคาอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วส่วนใหญ่เขาเอาไม้ชนิดนี้ไปทำอะไรบ้าง?
มะริดเป็นไม้ป่าชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง โดยคุณบัญชาเล่าถึงการจำหน่ายไม่ได้เน้นขายผลไม้เพียงอย่างเดียว แต่เน้นการขายเมล็ดและต้นพันธุ์เป็นหลัก
- ผลมะริด จำหน่ายอยู่ที่ประมาณ ลูกละ 100 บาท
- เมล็ดมะริดสด จำหน่ายในราคาประมาณ เมล็ดละ 12 บาท
- หากเป็นเมล็ดที่เพาะจนรากแก้วงอกแล้ว จะขายประมาณ เมล็ดละ 15 บาท
- ส่วนต้นกล้าที่นำไปปลูกลงถุงแล้ว จะมีราคาตั้งแต่ประมาณ 30 บาท จนถึงประมาณ 100 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของต้นกล้า

คุณบัญชาระบุว่า ผลผลิตที่ได้ในแต่ละวันสามารถขายหมดแทบทั้งหมด เนื่องจากมีผู้สนใจซื้อต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า เพื่อนำไปปลูกขยายพันธุ์ต่อ ทำให้มะริดกลายเป็นไม้ป่าที่สร้างรายได้ให้กับสวนได้อย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ได้ทั้งจาก ผล เมล็ด และต้นพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยาวนานหลายร้อยปี จึงมักถูกปลูกไว้เป็นทรัพย์สินระยะยาวของครอบครัว
โดยทั่วไปผู้ปลูกมะริดมักนำไปใช้ประโยชน์หลายด้าน เช่น
- ปลูกเป็นไม้ป่าเศรษฐกิจ เพื่อเก็บมูลค่าในระยะยาว เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ต้นไม้จะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ
- ขยายพันธุ์จำหน่ายเมล็ดและต้นกล้า ให้กับผู้ที่ต้องการนำไปปลูกต่อในพื้นที่ต่างๆ
- เก็บผลผลิต เพื่อนำเมล็ดไปเพาะพันธุ์ หรือจำหน่ายให้ผู้สนใจปลูก
ในด้าน ลักษณะของเนื้อไม้และลายไม้ มะริดจัดเป็นไม้เนื้อแข็ง มีความแข็งแรงและทนทาน ลำต้นตรง สามารถเติบโตเป็นไม้ขนาดใหญ่ได้ หากปลูกในป่าธรรมชาติอาจสูงได้หลายสิบเมตร ลักษณะของเนื้อไม้มีความแน่นและมีลวดลายตามธรรมชาติ ทำให้ถูกมองว่าเป็นไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ และสามารถเก็บไว้เป็นทรัพย์สินระยะยาวให้กับลูกหลานได้

เทคนิคการปลูก-การดูแล ของสวนตั้งสิน ไปสู่การเก็บเกี่ยวผลกำไร
“ต้นมะริด” ปลูกค่อนข้างง่าย ดูแลไม่ยาก และเหมาะกับผู้สูงอายุ เพราะไม่ต้องดูแลมาก เพียงแค่ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ต้นจะเจริญเติบโตได้ดี โดยลักษณะของมะริดเป็นไม้ที่ชอบความชื้นและน้ำ ใช้ระยะเวลา โดยทั่วไปเมื่อปลูกประมาณ 4 ปี ต้นมะริดจะเริ่มให้ผลผลิต
คุณบัญชา มีเทคนิคการปลูก การดูแลมะริดต้องใส่ใจเหมือนดูแลสิ่งมีชีวิต สังเกตความสมบูรณ์ของต้นไม้เป็นหลัก ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และ ห้ามใส่ปุ๋ย เพราะถ้าใส่ปุ๋ยต้นจะเหลือง นอกจากนี้ควรตัดกิ่งด้านล่างของต้นเพื่อให้สามารถเดินเก็บผลที่ร่วงบนพื้นได้สะดวก ต้นมะริดเป็นไม้ป่าที่สามารถปรับตัวได้ดี แต่โดยธรรมชาติจะ ชอบพื้นที่ที่มีความชื้นและมีน้ำเพียงพอ หากได้รับน้ำสม่ำเสมอ ต้นจะเจริญเติบโตได้ดี ใบเขียวสมบูรณ์
ในด้านสภาพอากาศ มะริดเหมาะกับ อากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทย ซึ่งใกล้เคียงกับสภาพป่าธรรมชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยไม่ต้องดูแลซับซ้อนมาก เพียงเน้นการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและสังเกตความสมบูรณ์ของต้นเป็นหลัก
เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี เส้นผ่าศูนย์กลาง ต้นมะริดจะสูงขึ้นประมาณ ปีละ 1 เมตร และมี เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นเพิ่มขึ้นประมาณ 1 นิ้วต่อปี ถ้าต้นโตเต็มที่ ต้นมะริดสามารถสูงได้ถึงประมาณ 33 เมตร และลำต้นมีขนาดใหญ่ประมาณ 2–3 คนโอบ
โดย 1 ต้น มะริดเป็นไม้ที่ ออกผลได้ตลอดทั้งปี จำนวนผลผลิตขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้น บางต้นอายุเพียง 5 ปีก็สามารถออกผลได้ประมาณ 100 ลูก แต่บางต้นอาจให้ผลน้อยกว่านั้น โดยในสวนสามารถเก็บผลที่ร่วงจากต้นได้ วันละหลักร้อยถึงหลักพันลูก
ถ้าปลูก 1 ไร่ ต้นทุนสำคัญที่สุดของการทำเกษตรคือ ราคาที่ดิน ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นขึ้นอยู่กับการดูแลและการจัดการของแต่ละสวน ถ้าบางคนอยากปลูกเป็นอาชีพ ควรปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกมะริดได้ประมาณ 133 ต้น โดยใช้ระยะปลูกประมาณ 3 เมตรต่อต้น
เมื่อลูกเก็บเกี่ยวได้แล้ว มีจุดสังเกต ผลมะริดจะ ร่วงจากต้นเองตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องสอย โดยเก็บจากพื้นดินในช่วงเช้า ผลที่เก็บได้จะมีลักษณะสุกและนิ่ม สามารถให้ผลผลิต มะริดเป็นไม้ป่าที่มีอายุยืนยาว หลายร้อยปี และสามารถปลูกไว้ให้ผลผลิตได้ยาวนานถึงรุ่นลูกหลาน
ปกติราคาผลมะริด สวนตั้งสิน นี้ไม่ได้ขายผลไม้เป็นกิโลกรัม แต่ขาย ผลละ 100 บาท เพราะในผลมะริดหนึ่งลูกจะมีเมล็ดประมาณ 5–8 เมล็ด ซึ่งเมล็ดสามารถนำไปเพาะพันธุ์ได้ โดยเมล็ดมีราคาประมาณ 12–15 บาทต่อเมล็ด ดังนั้นราคาผลจึงตั้งไว้ที่ 100 บาท โดยถือว่าเนื้อให้กินฟรี ส่วนหลักจริงคือการขายเมล็ดพันธุ์
การเพาะเมล็ดนำเมล็ดมะริดจากผลสุกมาเพาะ ซึ่งเมล็ดมีอัตราการงอกสูงมาก โดยเมื่อรากแก้วเริ่มงอกสามารถนำไปขายเป็นเมล็ดเพาะ หรือปลูกลงถุงเพื่อทำเป็นต้นกล้าได้
มีจำหน่าย ต้นกล้ามะริดมีราคาหลากหลาย ตั้งแต่ประมาณ
- 30 บาท
- 40 บาท
- 60 บาท
- 100 บาท
และบางต้นที่มีขนาดใหญ่สามารถมีราคาสูงถึง 2,500 บาท
หลังจากทางสวนเก็บผลมะริด จะนำเมล็ดไป เพาะพันธุ์เพื่อขยายต้นกล้า ซึ่งสามารถขายได้ทั้งเมล็ด ต้นกล้า หรือปลูกต่อในสวน ลูกค้าของเราส่วนใหญ่ ลูกค้าประมาณ 90–99% มาจากสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, TikTok และ YouTube โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สนใจปลูกต้นไม้หรือเกษตรกรที่ต้องการนำไปปลูกต่อ

คำแนะนำสำหรับเกษตรกร ที่สนใจปลูก “ต้นมะริด”
หากมีเกษตรกรที่สนใจเริ่มปลูกมะริด คุณบัญชามีคำแนะนำว่า ควรปลูก พันธุ์มะริดไทย เพราะลำต้นจะสวยและตรง รวมถึงเหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทย หัวใจของความสำเร็จในการปลูกมะริด คือ การใส่ใจและสังเกตต้นไม้ เพราะต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิต หากดูแลอย่างเหมาะสม ต้นไม้จะเติบโต แข็งแรง และให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
สำหรับท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับไม้ป่าหายากอย่างต้นมะริด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “ต้นมะริด สวนตั้งสิน” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางเบอร์โทรศัพท์ 089-992-2644
ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา
