ตลาดผลไม้
ตรุษจีนปีนี้ ต้อนรับปี “ปีมังกร” เตรียมพร้อมรับความรวย ความปัง ต้อนรับตรุษจีน ปี 2569 ใครกำลังมองหาตลาดผลไม้ซื้อวัตถุดิบเตรียมวันไหว้ แต่ไม่รู้จะไปเลือกซื้อที่ไหนดี ใกล้ตรงไหนไปตรงนั้น เทศกาลตรุษจีนใกล้เข้ามา หลายคนเริ่มเตรียมตัวหาของไหว้มงคลเพื่อเสริมดวงและโชคลาภในปีใหม่จีน “ผลไม้มงคล” จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกบ้าน เพราะผลไม้แต่ละชนิดล้วนมีความหมายดีๆ และช่วยเสริมสิริมงคล ไม่ว่าจะเป็นส้ม (ความเจริญรุ่งเรือง) แอปเปิ้ล (ความสงบสุข) หรือองุ่น (ความมั่งคั่ง) แต่จะหาซื้อผลไม้มงคลคุณภาพดีได้จากที่ไหน? วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวมตลาดผลไม้มงคลที่ทั้งขายส่ง ขายปลีก และบางแห่งเปิด 24 ชั่วโมงมาให้เลือกกัน แต่ละที่เรียกว่าไปที่เดียวครบจบ แถมใครไม่สะดวกสามารถสั่งซื้อออนไลน์ส่งตรงถึงบ้านได้เลย แต่ละที่เป็นตลาดกลางค้าส่งที่ใหญ่ที่สุด ครบเครื่องเรื่องไหว้ ผลไม้มงคล เนื้อสัตว์ ขนมของแห้ง เครื่องไหว้ ราคาดี ของมีคุณภาพ สินค้าที่เกษตรกรคัดสรรมาจำหน่ายถึงมือทุกคน 1. ตลาดไท ตลาดกลางค้าส่ง สินค้าเกษตรครบวงจร สินค้าคุณภาพ สินค้าปลอดภัย มีมาตรฐาน เป็นที่รู้กันว่าเป็นตลาดค้าส่งผลไม้ในย่านอ
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ที่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย การค้าระหว่างประเทศ การส่งออกสินค้าเกษตร และความต้องการซื้อสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มลดลง แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการบริหารจัดการเพื่อรับมืออย่างเร่งด่วน และทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้การค้าสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและเกิดความเชื่อมั่นต่อทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะผลไม้ไทยและผลิตภัณฑ์ผลไม้ไทย สินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ ในฐานะเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยแม้ต้องเผชิญผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลให้จีน ที่เป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยมาโดยตลอด ในตลาดผลไม้ มีการตรวจเข้มมาตรฐานมากขึ้น แต่ไทยก็ยังรักษาคุณภาพผลไม้ส่งออก ให้มีทิศทางส่งออกอยู่ในเกณฑ์ดี และที่สำคัญถึงแม้จะอยู่ในช่วงผลผลิตกระจุกตัวออกสู่ตลาด แต่ยังสามารถขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมา
การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติจากในอดีตสู่ปัจจุบันสร้างปัญหาอย่างมากต่อภาคเกษตรกรรม เมื่อก่อนเกษตรกรลงมือปลูกอะไรล้วนประสบความสำเร็จทุกอย่าง เพราะน้ำ อากาศ และดินมีความสมบูรณ์เพียงพอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม หากชาวบ้านต้องการปลูกอะไรต้องพิจารณาปัจจัยทุกอย่างให้รอบคอบ จะด่วนใจร้อนลงมือทันทีอย่างเช่นสมัยก่อนคงไม่ได้แล้ว ดังนั้น การคิดจะปลูกพืชเพียงชนิดเดียวที่เรียกว่าพืชเชิงเดี่ยวเพื่อหารายได้คงเสี่ยงเกินไปกับยุคสมัยนี้ ครอบครัว “สตาล” ที่ประกอบด้วย คุณปากิ๊ด สตาล (พ่อ) คุณสุมาลี สตาล (แม่) คุณพัชรี สตาล (ลูก) และ คุณอภินันท์ ไชยเดชกำจร (เขย) พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 187 หมู่ที่ 2 ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ความจริงครอบครัวนี้ไม่ได้เป็นคนกำแพงเพชร แต่ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานเพื่อยึดอาชีพเกษตรกรรมที่จังหวัดนี้เมื่อ 17 ปีที่ผ่านมา ด้วยการเริ่มต้นปลูกส้มเขียวหวาน และด้วยความเป็นเกษตรกรมืออาชีพจึงมองถึงความเสี่ยงต่อการทำส้มเพียงอย่างเดียว ดังนั้น จึงนำมะละกอพันธุ์ดำเนินมาปลูกแซม ขณะเดียวกัน ได้นำกล้วยน้ำว้ามาปลูกคู่กับมะละกอจนทำให้มีรายได้ตลอดปีอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งครอบค
ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นำโดย คุณฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปะชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และ รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ปรึกษาศึกษาความต้องการสินค้าเกษตร และจับคู่เจรจาธุรกิจ โครงการส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตร ได้จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้นำเข้าผลไม้อินเดียจำนวน 12 บริษัท กับผู้ประกอบการของไทยในจังหวัดตราด จันทบุรีและภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลาง 20 บริษัท ที่โรงแรมบ้านปูรีสอร์ท อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด เจาะตลาดกรุงนิวเดลี เมืองมุมไบ เชนไน กัลกัตตา ตั้งเป้าตลาดโต 25% คุณฉัตรชัย กล่าวว่า ตลาดสาธารณรัฐอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เนื่องจำนวนประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน เป็นอันดับ 2 ของโลก และปีงบประมาณ 61-62 เศรษฐกิจจะขยายตัว 7-7.5% อัตราสูงที่สุดของโลก ปริมาณการบริโภคของประชากรขยายตัวมากขึ้น ในปี 2560 มีปริมาณนำเข้ามูลค่า 15.07 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่าผลไม้ประมาณ 195 ล้านบาท ซึ่งปี 2559 กรมการค้าภายในพาไปเผยแพร่ผลไม้ไทยเพื่อสร้างการรับรู้ เจรจาจับคู่ทางการค้า ตัวเลข
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ศึกษาจัดทำยุทธศาสตร์ผลไม้เมืองร้อน คาดว่าจะแล้วเสร็จ 2-3 เดือนนี้ เพื่อเป็นแนวทางบริหารจัดการผลไม้ทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ ป้องกัน ผลไม้ราคาตกต่ำระยะยาว ทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ผลักดันให้ไทยเป็นมหาอำนาจของโลกด้านผลไม้ เป็นศูนย์กลางการค้าผลไม้ของโลก เริ่มผลักดันผลไม้ที่มีศักยภาพ 10 ชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด และลำไย ฯลฯ “ไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิต-ส่งออกผลไม้รายใหญ่ของโลก แต่ขาดเทคโนโลยี นวัตกรรมจัดการผลผลิต ส่วนใหญ่เลือกปลูกตามกระแสตลาด เช่น 2-3 ปีก่อนทุเรียนราคาสูงเพราะผลผลิตน้อย เกษตรกรที่เคยปลูกยางพาราก็ตัดต้นยางพาราเพื่อปลูกทุเรียน ทำให้ปีนี้ผลผลิตทุเรียนออกมามากขึ้นถึง 30% แต่โชคดีที่ราคาไม่ตกต่ำ เพราะตลาดจีนยังมีความต้องการสูง” กระทรวงมีมาตรการส่งเสริมการตลาดตลอดทั้งปีนี้ อาทิ กระจายผลผลิต เชื่อมโยงตลาดปลายทาง ทั้งห้างค้าปลีก ตลาดต้องชม รวมถึงเพิ่มช่องทางผ่านออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) ส่งเสริมการบริโภคในประเทศ ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
“ททท.” ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงเกษตร เปิดงานเทศกาลสวนผลไม้และของดีภาคตะวันออก มั่นใจเงินสะพัดกว่า 68 ล้านบาท นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับ 4 จังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี จัด “งานเทศกาลสวนผลไม้ และของดีภาคตะวันออก” ประจำปี 2560 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro Tourism) สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตรของไทย รวมทั้งยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสไตส์ลึกซึ้ง (Local Experience) สัมผัสอาหารถิ่น ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และสินค้าต่าง ๆ อีกมากมาย โดยตลอดโครงการวางเป้าหมายมีเงินหมุนเวียนกว่า 68.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 62.49 ล้านบาท โดยในปีนี้ ททท.ได้จัดทำโปรโมชั่นพิเศษ คูปองชิมผลไม้มูลค่า 100 บาท นำมาหักส่วนลดของราคาค่าเข้าสวนผลไม้ จำนวน 20 แห่ง จาก 4 จังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรีที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งสวนดังกล่าวมีศักยภาพที่จะสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวน ตั้งแต่เดื
