ตลาดหลักทรัพย์
มติชน โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่ง แจ้งตลาดหลักทรัพย์ กำไรสุทธิไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน และไตรมาส 1 ปี 2567 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และ งวด 6 เดือน ปี 2567 ส่งถึง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่าในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีผลประกอบการ ที่แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น ทั้งเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับไตรมาส 1 ที่ผ่านมา โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ 14.72 ล้านบาท จากรายได้รวม 190.14 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 10.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.77 และเมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1 ปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 7.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 87.75 ส่งผลให้ผลกำไรสุทธิงวด 6 เดือน ปี 2567 อยู่ในระดับเดียวกับงวด 6 เดือน ปี 2566 โดยมีกำไรสุทธิ 22.56 ล้านบาท เทียบกับปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 22.99 ล้า
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนไทย 42 บริษัท ที่ได้รับรางวัล ASEAN Asset Class PLCs จากโครงการ ASEAN CG Scorecard ประจำปี 2562 ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ได้ให้ความร่วมมือกับองค์กรตลาดทุนในอาเซียน 6 ประเทศ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในอาเซียนให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารซีพีเอฟ กล่าวว่า การได้รับรางวัลนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพราะเราเชื่อว่าเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร พร้อมๆ ไปกับการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจที่รักษาไว้ซึ่งดุลยภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงยึดมั่นและพัฒนาการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลประกอบการที่ดีในระยะยาว และสร้างคุณค่าให้กิจการอย่างยั่งยืน โครงการ ASEAN CG Scorecard เป็นโครงการซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) และ ธนาคารพัฒนาเอเซีย (A
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดเอ็มเอไอร่วมกับหน่วยงานราชการจัดโครงการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี เช่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอื่นๆ ในการเพิ่มศักยภาพในการบริหารองค์กร บัญชี การตลาดและแผนธุรกิจ เพื่อรองรับการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอในอนาคต เนื่องจากในปัจจุบันที่ปรึกษาทางการเงิน (เอฟเอ) ยังไม่เพียงพอต่อการเข้าไปพัฒนาธุรกิจ จึงจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายจากหน่วยงานภาครัฐ “ในปัจจุบันมีธุรกิจเอสเอ็มอี 100 ราย ที่ได้แต่งตั้งเอฟเอแล้ว และกำลังทยอยที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอภายใน 3-5 ปีข้างหน้า และประเมินว่ายังมีเอสเอ็มอีอีกไม่ต่ำกว่า 100 ราย ที่มีความเป็นไปได้ในการเข้าจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอในอนาคตแต่ยังไม่มีการแต่งตั้งเอฟเอ ซึ่งตรงนี้จำเป็นต้องประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในการช่วยกันพัฒนาศักยภาพ เพราะปริมาณเอฟเอในเมืองไทยยังขาดแคลนไม่เพียงพอต่อความต้องการ” นายประพันธ์ กล่าวและว่า เป้าหมายปีนี้คาดว่าจะมีบริษัทเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ จำนวน 15 บริษัท มีมู
