ตัดไม้หวงห้าม
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 106/2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ได้ระบุว่าไม้หวงห้ามประเภท ก. มีทั้งหมด 5 ชนิด คือ ไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้พะยูง และไม้กระพี้เขาควาย หากแบ่งเป็นรายชื่อที่เรียกตามพื้นถิ่นของแต่ละภาคจะมี 17 รายชื่อ ได้แก่ ไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย และได้กำหนดไว้ว่าหากผู้ใดมีไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมาย จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 – 2,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลในการสั่งลงโทษ ซึ่งคำสั่งคสช.ดังกล่าวนี้ ได้ออกมาเพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ป่าอย่างผิดกฎหมาย “สำหรับกรณีของนางหนึ่งฤทัย สารภัคคี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ถูกต้นพะยูงล้มทับบ้านนั้น ซึ่งไม้พะยูงเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ชาวบ้านจึงไม่กล้าตัดไปโดยพลการ และได้ไปแจ้งยังหน่วย
