ต้นตีนเป็ด
เมื่อสายลมเย็นต้นฤดูพัดผ่าน หลายคนอาจยังไม่ทันรู้สึกว่าหน้าหนาวมาเยือน แต่มี “สัญญาณธรรมชาติ” อย่างหนึ่งที่บอกเราได้ก่อนลมเย็นเสียอีก นั่นคือ กลิ่นหอมแรงเฉพาะตัวของต้นตีนเป็ด เป็นสัญลักษณ์ของฤดูปลายปีที่หลายพื้นที่ในไทยคุ้นเคยกันดี ทุกปลายปี ต้นตีนเป็ดเริ่มผลิดอกสะพรั่งและปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวออกมา เป็นสัญญาณธรรมชาติที่มองไม่เห็น แต่ “รู้สึกได้” ว่าฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามา “ต้นตีนเป็ด” หรือ “ต้นพญาสัตบรรณ” (ชื่อวิทยาศาสตร์ : Alstonia scholaris) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Apocynaceae พบได้ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และจีนตอนใต้ มีลักษณะเด่นคือมีใบเรียงเป็นวงกลม รอบกิ่งเป็นชั้น ๆ และดอกสีขาวอมเขียวเล็ก ๆ ที่มีกลิ่นเฉพาะตัวแรงมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ที่ต้นตีนเป็ดจะออกดอกสะพรั่งเต็มที่ กลิ่นของดอกตีนเป็ดถือว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และบางคนอาจรู้สึกว่าแรงเกินไปหรือทำให้ปวดหัว อย่างไรก็ตาม ต้นตีนเป็ดยังมีประโยชน์ในการปลูกเพื่อบังแดดและให้ร่มเงาในพื้นที่สาธารณะ อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางสมุนไพรในหลายภูมิภาค ประโยชน์ของต้นตีนเป็ด ดอกของต้นตีนเป็ด หรือพญาสัตบรรณ นอกจากจะให้กลิ่
พญาสัตบรรณ ชื่อวิทยาศาสตร์ Alstonia scholaris R. Br. ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE ชื่อสามัญ Dita, Shaitan wood, Devil tree. ผมภูมิใจกับตัวเองมากที่ได้เป็นต้นไม้มงคลพระราชทาน ประจำจังหวัดสมุทรสาคร และมีคำนำหน้าว่า “พญา” ฟังดูแล้วเป็นเหมือนผู้ดีเก่า ที่คลุกคลีกับชาวบ้านทั่วไปไม่ถือเนื้อถือตัว จนกระทั่งลดตัวลงมาเป็นสามัญชน คนรุ่นหลังๆ เรียกกันง่ายๆ ว่า “ตีนเป็ด” จริงๆ น่าจะให้ผมเป็น “ท่านท้าว” ดูจะดีกว่า แต่ไม่เป็นไร เพราะผมยังภูมิใจในความเป็น “พญา” อยู่ดี กับรูปทรงพุ่ม ทรงต้น ที่มีความสูงสง่า เพรียวลม ลำต้นตรง แข็งแรง เพียงแต่เนื้อในลำต้นเท่านั้น ที่เขาจัดไว้ในประเภท “ไม้เนื้ออ่อน” แต่สิ่งนี้แหละคือสิ่งที่ผมภูมิใจมากกว่าใดๆ เนื่องจากผมเชื่อว่า ผมเคยอยู่ในมือของทุกคนที่เข้าโรงเรียน เรียนหนังสือ ตั้งแต่ ก.ไก่ ข.ไข่ ชั้นอนุบาลจนเป็น ดอกเตอร์ หรือเป็น ศาสตราจารย์ ซึ่งสมัยก่อนอาจจะเป็นถึง “เจ้าพระยา” ผมเชื่อว่า ถ้าใครไม่เคยมีผมอยู่ในมือ เพื่อหัดเขียน ก.ไก่ ก.กา แล้ว ไม่มีวันที่จะได้เป็น “บัณฑิต” หรอก ในที่นี้หมายถึง ผมก็เป็นหนุ่มทันสมัยคือหลังรุ่น “ดินสอหินกระดานชนวน” นะครับ พูดตรงๆ ก็แล้วกันว่า ทุกค
