ต้นยางพารา
คุณวันดี สอนฮุง ยึดอาชีพทำสวนยางพารามากว่า 10 ปี ต่อมาได้เลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำสวนยางพารา โดยในช่วงแรกเน้นเลี้ยงแบบขุนเพื่อส่งขายให้กับพ่อค้า และพัฒนาการเลี้ยงมาเรื่อยๆ เน้นผสมพันธุ์สำหรับขายลูกแพะ จนเกิดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณวันดี เล่าว่า บนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ เริ่มมีการปรับเปลี่ยนมาปลูกยางพารา คุณวันดีจึงได้แบ่งพื้นที่นาบางส่วนมาปลูกยางพารา ประมาณ 10 ไร่ และพื้นที่ที่เหลือยังทำนาอยู่เช่นเดิม เมื่อต้นยางพาราเจริญเติบโตจนสามารถกรีดให้น้ำยางเป็นผลผลิตได้ จึงยึดเป็นอาชีพหลักเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และช่วงที่ยางผลัดใบที่ต้องมีการพักการกรีด จึงได้หาแพะมาเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ในเวลาต่อมา “การเลี้ยงแพะเริ่มแรกเลยคือลูกชาย เขาก็มาบอกว่าเห็นที่อื่นเลี้ยงแล้วขายได้ ก็เลยหานำมาเลี้ยง โดยช่วงแรกเน้นเลี้ยงเป็นแบบแพะขุนขายก่อน ก็ประสบผลสำเร็จดี แต่ด้วยปริมาณแพะที่เยอะขึ้นทำให้พื้นที่อีก 7 ไร่ที่เคยทำนาปรับมาปลูกหญ้าเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงแพะขุนแทน พอตลาดเริ่มนิ่งสามารถขายได้ดี ก็เลยเกิดแนวความคิดใหม่ เลี้ยงแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูกพันธุ์ขาย น่าจะตอ
นอกจากยางพาราที่ทำให้เกิดรายได้ของอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬแล้ว การผลิตกล้ายางที่มีคุณภาพยังเป็นอาชีพสำคัญอีกอย่างที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านไม่น้อย ทั้งนี้เพราะนอกจากผลิตขายในพื้นที่ของอำเภอแล้ว ยังผลิตขายส่งให้กับต่างอำเภอ อีกทั้งยังจำหน่ายในจังหวัดอื่นอีกด้วย สำนักงานเกษตรอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ให้การสนับสนุนการผลิตกล้ายางแก่ชาวบ้าน ให้ข้อมูลว่า ในพื้นที่หมู่บ้านกำแวงถือเป็นแหล่งผลิตกล้ายางที่ได้คุณภาพ และมาตรฐานจากกรมวิชาการเกษตร เพราะผ่านกระบวนการและวิธีตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการทำให้ได้กล้าที่ให้ผลผลิตยางได้ดีเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ ดังนั้น จึงชักชวนชาวบ้านที่สนใจในการเรียนรู้เรื่องการปลูกยางและการทำต้นกล้ามารวมตัวกันเพื่อผลิตต้นกล้าจำหน่าย แล้วกำหนดชื่อว่า “กลุ่มผลิตกล้ายางบ้านกำแวง” เมื่อเห็นว่าภาคอีสานสามารถปลูกยางได้จึงชักชวนชาวบ้านที่สนใจมาปลูก พอชาวบ้านขาดแคลนพันธุ์ก็ต้องดิ้นรนหาพันธุ์มาให้ปลูก ครั้นปลูกกันมากขึ้น ชาวบ้านบอกว่าไม่ต้องไปหาพันธุ์ที่แหล่งอื่นอีกแล้ว ชวนกันมาทำพันธุ์ขายเองดีกว่า ทำครั้งแรกจุดประสงค์เพื่อให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่นมีพันธุ์ปลูก ต่อมามี
เกษตรกรชาว ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง นำนวัตกรรมการเจาะยาง มาใช้แทนการกรีดยาง ควบคู่กับการใช้ฮอร์โมน เพื่อแก้ปัญหาฝนตก หน้าเปียก ทำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 3 เท่า และมีรายได้แน่นอน นายจิรโชติ จรูญศักดิ์ วัย 48 ปี หรือโกซึ้งน้ำยาง เกษตรกรหมู่ที่ 5 บ้านทุ่งควน ในเขตเทศบาลตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง ได้ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมการกรีดยางพารายุคใหม่ เพื่อเอาชนะปัญหาดินฟ้าอากาศ อันเนื่องมาจากสภาพฝนที่ตกชุกในพื้นที่ภาคใต้เกือบตลอดทั้งปี จนกรีดยางได้เดือนละไม่กี่วันเท่านั้น สร้างผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยิ่ง กระทั่งเมื่อมีการนำระบบปิดมาใช้กับสวนยาง ทำให้กรีดได้แม้วันฝนตก และหน้ายางเปียก หรือต้นเปียก รวมทั้งไม่ต้องรีบเร่งเก็บน้ำยาง เพราะถึงมีฝนตกลงมา ผลผลิตก็ไม่เสียหาย จึงสามารถกำหนดวันกรีด การเก็บ และรายได้ อย่างแน่นอน ทั้งนี้ เป็นผลมาจากประสบการณ์ในการใช้ฮอร์โมน หรือสารเอทิลีน มาช่วยควบคุมการหยดของน้ำยางเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ มานานถึง 15 ปี จากนั้น ล่าสุดได้พัฒนามาสู่วิธีการเจาะยางด้วยสว่านขนาด 5 มิลลิเมตร แทนการกรีดยางด้วยมีด พร้อมต่อสายยาง ขนาดความยาว 25 ซม. ไปยังจอกยางชนิดที่มี
