ต้มโคลงปลาช่อน
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 นายพงษกรณ์ เอ่งฉ้วน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลพรุเตียว อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ได้รับแจ้งจากนายวิโชค ถ้วยทอง อายุ 67 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.พรุเตียว อ.เขาพนม จ.กระบี่ ว่า วางไซดักปลาและได้ปลาช่อนสีทองสร้างความแปลกใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เชื่อว่าเป็นปลามงคลจึงนำมาเลี้ยงไว้ในท่อซีเมนต์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าปลาช่อนดังกล่าวอยู่ในท่อซีเมนต์ เจ้าของจึงจับมาใส่กะละมังให้ชาวบ้านได้ชมกันชัดๆ พบว่าปลาช่อนดังกล่าวมีลักษณะสีเหลืองทอง ลำตัวยาวประมาณ 6 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 3 ขีด มีลักษณะเหมือนปลาช่อนทั่วไป แต่ที่แปลกคือมีสีเหลืองทองทั้งตัว สร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็น นายวิโชคเจ้าของปลาช่อนทองดังกล่าวเล่าว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ตนได้วางไซดักปลาในห้วยข้างบ้าน พบว่า ปลาช่อน 2 ตัวเข้ามาติดไซ แต่ที่ทำให้ประหลาดใจคือ มีปลาช่อนตัวหนึ่งที่ลำตัวมีสีเหลืองทองทั้งตัวจึงนำมาเลี้ยงไว้ในบ่อซีเมนต์ที่บ้าน แต่จะไม่กินเป็นอาหาร เพราะเห็นว่าเป็นปลาช่อนที่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนปลาช่อนทั่วไป ขณะที่ชาวบ้านที่ทราบข่าวก็แห่ไปดูกันไม่ขาดสาย เนื่องจากไม่มีใครเคยพบเห็
ชื่อกับข้าวหม้อนี้ไม่ผิดหรอกครับ “ต้มโคล้ง” นั้นต้องใช้ปลาแห้งหรือปลาเค็มเท่านั้น ถ้าเป็น “แกงส้ม” ใส่เนื้อแห้งหรือสดก็ได้ แต่เครื่องปรุงต้องลงหมด ทั้งกะปิ กระเทียม น้ำตาลปี๊บ ส่วน “ต้มส้ม” พระเอกคือ ขิงสดซอย “แกงเลียง” ก็หนักสารพัดผัก แต่ผักประหลาด เช่น ข้าวโพดอ่อน แครอต หรือชะอมชุบไข่ทอด อย่าไปใส่เลย เสียรสเสียชาติกำเนิดของแกงเลียงเปล่าๆ กับข้าวตำราโบราณท่านทดลองทำมาหลายชั่วคน จนรสชาติจัดสำรับได้เข้าที่ เหมาะสมกับฤดูกาลมาเป็นสิบเป็นร้อยปีแล้ว จะเอาวัฒนธรรมของเราไปทำลายเสียทำไม เพื่อเงินเพียงชั่วสมัยนิยมไม่จีรังยั่งยืนกระนั้นหรือ เล่าให้แม่ฟังวันก่อนว่า ที่วัดกระแชง บางไทร อยุธยา เจอกับข้าวชาวบ้านอร่อยมาก มีแกงคั่วปลาโอชิ้นฟักเขียว แกงเขียวหวานขลุกขลิกหน่อไม้สดสับกับไก่ และน้ำพริกปลาร้าปลาดุกย่าง อร่อยนัก แม่บอกอย่าเล่าเลย ทำต้มอะไรง่ายๆ ให้แม่กินดีกว่า มีปลาสด เอาข่าดับคาวเสียหน่อย ใส่หัวหอมแดงเท่านั้น ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำส้มมะขาม ไม่เข้ากะทิหรือเครื่องแกงอะไร ไม่ว่าแกงไทยหรือแกงเทศ ย้ำว่า ขอให้เป็นปลาสด ปรุงรสไม่ต้องเผ็ด ให้แม่ซดแก้หงุดหงิดอบอ้าวจากฝนฟ้าผิดฤดูกาลก็แล้วกัน คนลูกก็จัด
