ทำเกษตรหลังเกษียณ
คุณอร่าม ทรงสวยรูป อดีตช่างภาพมืออาชีพ ผันตัวเองมาเป็นชาวนาอินทรีย์ ในชื่อ “ออฟฟิศชาวนา” ในอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เรื่องราวของเขาได้รับความสนใจและถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมาตลอด จากวันที่ลาออกจากงานประจำ สู่อาชีพเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย ล้มลุกคลุกคลานลองผิดลองถูกมาตลอด ในวันนี้ คุณอร่าม คือตัวอย่าง “เกษตรกรวัยเก๋า” ไม่ใช่แค่ปลูกพืชเป็น แต่ทำเกษตรอย่างมีความสุข สุขภาพไม่พัง และสร้างเงินได้ เพราะเลือกปลูกพืชให้เหมาะสมกับวัย คือ “ผักเคล” ที่ปลูกง่าย ให้ผลเร็ว วางแผนจัดการฟาร์มที่เบาแรงแต่ได้ผลผลิตคุ้มค่าและตอบโจทย์ตลาด ทำให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ถอดบทเรียนทำเกษตรหลังเกษียณ คุณอร่าม ทรงสวยรูป เกิดในครอบครัวชาวนาจังหวัดสุรินทร์ หลังเรียนจบก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนตลอดระยะเวลา 20 ปี คุณอร่ามอยากลาออกมาทำเกษตร แต่ พ่อแม่ไม่อยากให้เป็นชาวนาทำเกษตรมันเหนื่อย หลังคุณอร่ามทำงานส่งลูกเรียนจบและมีงานทำ จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำเกษตรที่โคราช ปิดพ่อแม่ไม่ให้รู้กลัวแกช้ำใจ เวลากลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ที่จังหวัดสุรินทร์ก็บอกว่า ผมกลับออฟฟิศนะ แต่ความจริงมันคือ ออฟฟิศชาวนา ปัจจุบันคุณอร่ามเป็นประธ
มะยงชิด ผลไม้ขึ้นชื่อจังหวัดนครนายก หากใครได้ลิ้มลองรสชาติเป็นอันต้องติดใจ ด้วยลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนที่อื่น ทั้งขนาดของผลที่ใหญ่ สีของเปลือกและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมมะยงชิดของที่นี่มีชื่อเสียงกลายเป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัด ที่ใครมาแล้วต้องซื้อกลับ สวนมะยงชิดลุงนวย นับเป็นแหล่งผลิตมะยงชิดที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ และรสชาติของมะยงชิดที่หวานกำลังดี มีอมเปรี้ยวหน่อยๆ รวมถึงขนาดผลใหญ่ ที่ใหญ่เท่าๆ กับไข่ไก่ จนแม่ค้าต้องมานอนเฝ้าขอซื้อถึงสวน คุณอำนวย อินไชยะ (ลุงนวย) เจ้าของสวนมะยงชิดลุงนวย อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เล่าว่า เดิมทีตนเองทำงานอยู่กรมพัฒนาที่ดินมาก่อน งานสวนถือเป็นเรื่องไกลตัว อาศัยความมีใจรัก ระหว่างรับราชการมีโอกาสได้ไปคุมงานตามต่างจังหวัด จึงเสาะหาพันธุ์ไม้ดีๆ มาปลูกสะสมไว้ ด้วยลักษณะของงานที่ทำค่อนข้างเครียด กลับบ้านก็อยากพักผ่อนได้เห็นสีเขียวๆ เดินดูเพลินๆ ปลูกมาหลายชนิด มาจบสุดท้ายที่มะยงชิด เพราะมะยงชิดเป็นไม้ผลที่ดูแลง่าย ช่วงไปทำงานก็อาศัยให้เทวดาช่วยเลี้ยง หลังเกษียณอายุราชการจึงหันมาทำสวนอย่างเต็มตัว พลิกดินเปร
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคล เป็น “วันเกษตรกร” ประจำปี เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร ซึ่งเป็นภาคการผลิตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่กับวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกรนับแต่นั้นเป็นต้นมา เนื่องจาก ร.ต.สุรชัย บุญคง วัย 68 ปี มีผลงานโดดเด่นด้านการปลูกแฝกและเกษตรทฤษฎีใหม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงประกาศยกย่อง ร.ต.สุรชัย บุญคง ในฐานะปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี พ.ศ.2568 สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงโดยจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในวันศุกร์ที่ 9พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทำเกษตรหลังเกษียณ หลังลาออกจากข้าราชการทหาร ร.ต.สุรชัย บุญคง ผันตัวมาทำเกษตรโดยปลูกมันสำปะหลังและมะม่วง บนเนื้อที่ 26 ไร่ แต่รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายแถมมีปัญหาด้านสุขภาพจากการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก จึงเปลี่ยนมาทำเกษตรผสมผสาน ปลูกปุ๋ยพืชสดเช่น ถั่วพุ่ม ถั่วพร้า และปอเทือง
อาจารย์ธีระพล จันทวงษ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเนินสูง ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี วางแผนทำเกษตรหลังเกษียณ เพื่อให้มีงานทำ มีรายได้อย่างต่อเนื่องโดยเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนเกษียณจริงถึง 10 ปีเต็ม จนปัจจุบันกลายมาเป็น “คุ้มจันทวงษ์ ” สวนเกษตรผสมผสานที่ปลูกพืชผักไม้ผลนานาชนิด จนถึงการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าสินค้าเกษตร ในวันนี้ อาจารย์ธีระพลได้แบ่งปันประสบการณ์ 15 ปีเต็มจากการลองผิดลองถูกบนเส้นทางอาชีพการทำเกษตรที่ตัวเองเลือก ทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้สนใจทำเกษตรหลังเกษียณในอนาคต หากใครสนใจแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการทำเกษตรหรือต้องการเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน “คุ้มจันทวงษ์ ” เนื้อที่ 38 ไร่ ตั้งอยู่บ้านเนินหินกอง หมู่ที่ 13 ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ติดต่อกับอาจารย์ธีระพล ได้ที่เบอร์โทร. 089-893-7269
อาจารย์สุพิทย์ ขุนเพชร อดีตหัวหน้าสถานีวิจัยกาญจนบุรี ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผันตัวเองทำไร่ทำสวนหลังเกษียณด้วยความสุข ในชื่อสวน “KP FRAM” โดยปลูกฝรั่ง มะม่วง ปาล์มน้ำมันเป็นหลัก อาจารย์สุพิทย์ดูแลบริหารจัดการแปลงเกษตรเนื้อที่ 30 ไร่ด้วยตัวเอง โดยอาศัยนวัตกรรมเป็นตัวช่วย สร้างรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี สนใจแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการทำเกษตร กับอาจารย์สุพิทย์ได้ที่ สวน “KP FRAM” จังหวัดกาญจนบุรี เบอร์โทร. 081-007-0004
สองสามีภรรยาใช้ชีวิตวัยเกษียณด้วยการล้มสวนยางพาราเนื้อที่ 1 ไร่ครึ่ง หันมาปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ 200 ต้น เพียง 7-8 เดือนก็เก็บขายสร้างรายได้นับแสนบาทต่อเดือน พร้อมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับตลาด เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 ที่สวน “รอยยิ้ม บ้านสวน” หมู่ที่ 5 ตำบลโคกสะบ้า อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เจ้าของสวนคือ นายจิระศักดิ์ คำดี กับ นางสาวปารมี สุวรรณรัตน์ อายุ 62 ปี ตัดสินใจใช้ชีวิตหลังเกษียณจากงานบริษัทในกรุงเทพฯ กลับบ้านเกิดที่จังหวัดตรัง และโค่นล้มสวนยางพาราเนื้อที่ 1 ไร่ครึ่งจากทั้งหมด 3 ไร่ เพื่อมาปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้จำนวน 200 ต้น เพราะเชื่อว่าผลไม้ปลอดสารและเป็นผลไม้เพื่อกลุ่มคนรักสุขภาพ จะขายได้ราคาดี โดยใช้เวลาปลูกประมาณ 7-8 เดือนก็เก็บขายได้ในราคาส่ง กิโลกรัมละ 25-30 บาท แต่หากขายปลีกหน้าบ้าน กิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งแต่ละสัปดาห์จะเก็บมะละกอแบบวันเว้นวัน ได้ครั้งละ 300-400 กิโล หรือกว่า 10,000 บาททุก 2 วัน สร้างรายได้นับแสนบาทต่อเดือนกันเลยทีเดียว ส่วนลูกค้ามีเฉพาะในจังหวัดตรังก็ไม่พอขาย เพราะบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามีการสั่งซื้อล่วงหน้าเข้ามาทุกวัน จนเกษตรกรเตรียมขยายพื้นที
