ทุเรียนพันธุ์เบา
นายสำเริง สุนทรแสง เจ้าของสวนทุเรียนยายละมัย และเป็นประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า โดยธรรมชาติ ต้นทุเรียนสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น เนื่องจากปีนี้ ประเทศไทยได้รับผลกระทบสภาพอากาศร้อนมากกว่าทุกปี ส่งผลให้ทุเรียนซึ่งเป็นพืชที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก มีใบแก่เร็ว และแตกใบใหม่ขึ้นมา ทิ้งดอก ทิ้งผลเล็ก ทำให้ปีนี้่เหลือผลผลิตแค่ 20-30% เท่านั้น “ในอดีตเคยนั่งเล่นในสวนทุเรียนได้สบายๆ แต่ปีนี้นั่งในสวนแทบไม่ไหว เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัด ยังทำให้ใบทุเรียนแก่เร็ว ต้นทุเรียนที่ติดลูกแล้วก็แตกใบอ่อนชุดใหม่พร้อมสลัดลูกทิ้ง เพราะใบอ่อนแย่งอาหารไปจากผล โดยทั่วไปเมื่อทุเรียนแตกใบใหม่ ต้นจะส่งอาหารไปเลี้ยงใบ เพื่อทำหน้าที่สังเคราะห์แสงและสะสมอาหารไว้ในใบก่อน จึงค่อยกลับมาเลี้ยงผลทุเรียนอีกที” ผลผลิตลดลง แต่ยืนราคาขายเท่าเดิม นายสำเริง กล่าวว่า แม้ผลผลิตทุเรียนนนท์ในภาพรวมจะลดลงกว่าปีก่อน แต่ยังคงยืนราคาขายไว้เท่าเดิมโดยทุเรียนพันธุ์ก้านยาวจำหน่ายที่กิโลกรัมละ 5,000 บาท ทุเรียนพันธุ์หมอนทองเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 1,000-1,500 บาท และทุเรียนพันธุ์เบาราคากิโลกรัมละ 1,000-1,2
ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนลูกผสมพันธุ์ใหม่ ที่มีคุณภาพและมีลักษณะดีเด่นตรงตามความต้องการของตลาด และให้ผลผลิตสูง เป็นสินค้าทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรที่รักทุเรียน จะใช้ปลูกทดแทนทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิม เพราะทุเรียนลูกผสมพันธุ์ใหม่ มีศักยภาพการผลิตในเชิงการค้า แถมรสชาติของทุเรียนถูกใจผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศอีกด้วย แปลงต้นแบบปลูกทุเรียนลูกผสมจันทบุรี คุณสุรินทร์ อัคคะรัตน์ เกษตรกรคนเก่งในพื้นที่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เป็นเกษตรกรรุ่นแรกที่มีโอกาสปลูกทุเรียนลูกผสมจันทบุรี ตั้งแต่เมื่อ 12-13 ปีก่อน ทำให้เขาเรียนรู้จุดเด่น จุดด้อย ของการปลูกทุเรียนลูกผสมจันทบุรี สามารถให้คำแนะนำแก่ผู้สนใจเรื่องการปลูกทุเรียนลูกผสมจันทบุรี นำไปใช้เป็นแนวทางในการดูแลจัดการสวนทุเรียนได้แบบมืออาชีพ คุณสุรินทร์ ได้ต้นพันธุ์ทุเรียนลูกผสมจันทบุรี 1, จันทบุรี 2, จันทบุรี 3 และจันทบุรี 10 รวมทั้งสิ้น 120 ต้น จากศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี นำมาปลูกบนเนื้อที่ 6 ไร่ โดยขุดหลุมลึก 1 ฟุต ปลูกต้นทุเรียนในระยะห่าง 8×8 เมตร 1 ไร่ ปลูกได้ 20 ต้น ให
