ทุเรียนเงินล้าน
“ผมเข้าร่วมโครงการมา 4 ปียังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะบางเรื่องต้องใช้ประสบการณ์ ตั้งเป้าไว้ 5 ปี คิดว่าปี 2566 น่าจะเห็นผลชัดเจนกว่านี้ จะทำให้มีคุณภาพมากขึ้น เกรดดีขึ้น รสชาติดีขึ้น ปรับปรุงแปลงทุเรียนให้ดีกว่าเดิม ถ้าตามเป้าต้องทำให้ได้เกรดเอบีเพิ่มขึ้นถึง 80 เปอร์เซ็นต์” นายอาซันบาซอรี อีแมลอดิง หรือ แบซัน ประธานวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพศรีบางลาง หมู่ที่ 5 บ้านศรีภักดี ตำบล เขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา และประธานเครือข่ายวิสาหกิจทุเรียนคุณภาพชายแดนใต้ ที่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีและถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง หลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชาในจังหวัดชายแดนใต้ โครงการทุเรียนคุณภาพ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกับหน่วยงานพื้นที่ดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2562 แบซัน ในวัย 44 ปี ต้องรับบทบาทหลายอย่างนอกเหนือจากอาชีพเกษตรกรที่มีทั้งสวนยาง สวนทุเรียน เนื้อที่ 6 ไร่ ที่ปลูกสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ ประม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14 กันยายน นายบรรพต ยาฟอง นายอำเภอเชียงคาน ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจสวนทุเรียน บนยอดภูเขาห้วยยอดกกทอง ต.บุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกทุเรียนพันธุ์ “คักเลย” ที่มีรสชาติอร่อย จะต่างจากทุเรียนในจังหวัดอื่น ซึ่งมีสโลแกน “กลิ่นหอมหวน นวลหนาใหญ่ ในเม็ดเล็ก” ที่มีความหมาย มีกลิ่นหอมแต่ไม่ฉุน มีพูใหญ่เนื้อหนา แต่มีเมล็ดลีบเล็ก จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ผลผลิตออกมาไม่พอกับความต้องการของตลาด ในปีนี้เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนในจังหวัดเลย ต่างเป็นเศรษฐีใหม่ได้จับเงินล้านกันอย่างถ้วนหน้า ทำให้เกษตรกรต่างแห่ปลูก แม้ต้นพันธุ์จะแพงกิ่งละ 350 บาท ยังมียอดสั่งจองกิ่งพันธุ์ไม่พอจำหน่าย นายบรรพต กล่าวว่า บนภูเขาห้วยยอดกกทอง ในตำบลบุฮมเป็นพื้นที่ป่า แต่เป็นป่าที่เสื่อมโทรม ชาวบ้านได้บุกรุกทำกินมากว่า 30-40 ปีมาแล้ว ส่วนใหญ่จะปลูกผลไม้เกือบทุกชนิดที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ไม่ว่ามะม่วง ฝรั่ง มะละกอ กล้วย ที่ชาวบ้านปลูกและส่งไปต่างประเทศ โดยเฉพาะมะม่วงในตำบลบุฮม จะเป็นผลไม้ที่ส่งออกมากที่สุดในภาคอีสาน สร้างรายได้ให้กับตำบลบุฮมกว่า 200 ล้านบาทต่อปี บนเขาห้วยยอดกกทอง สภาพดินเป็
