ท่อนพันธุ์สะอาด
แม้โรคใบด่างมันสำปะหลังจะยังคงเป็นวิกฤตสำคัญ ที่สร้างความเสียหายให้กับแปลงปลูกทั่วประเทศ แต่เกษตรกรต้นแบบในจังหวัดระยองกลับพิสูจน์ให้เห็นว่า หากเริ่มต้นด้วย “ท่อนพันธุ์สะอาด” ควบคู่กับการวิเคราะห์ดินและจัดการธาตุอาหารอย่างถูกต้อง ก็สามารถยกระดับผลผลิตได้ถึง 6 ตันต่อไร่ พร้อมลดความเสี่ยงจากโรค และเพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือแนวทางที่กรมวิชาการเกษตรกำลังผลักดันให้เกิดขึ้นในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ เพื่อฟื้นศักยภาพการผลิตของพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ แป้ง เอทานอล และการส่งออกของไทย คุณศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังในแต่ละพื้นที่ มีความรุนแรงและลักษณะการระบาดแตกต่างกัน การแก้ปัญหาจึงไม่สามารถใช้แนวทางเดียวได้ทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นด้วย “ท่อนพันธุ์สะอาด” เพราะโรคใบด่างเกิดจากเชื้อไวรัส ไม่สามารถรักษาให้หายได้ เมื่อแปลงปลูกติดโรคแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือกำจัดต้นที่เป็นโรคและป้องกันไม่ให้แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น กรมวิชาการเกษตรจึงเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกร ตั้งแต่การคัดเลือกท่อนพันธุ์ที
มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของอาเซียนในฐานะผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรต้องเผชิญกับวิกฤตโรคใบด่างมันสำปะหลังที่ระบาดอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิต ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนท่อนพันธุ์สะอาดอย่างหนัก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จึงได้นำเทคโนโลยีการผลิตท่อนพันธุ์คุณภาพสูงมาใช้ ได้แก่ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) ควบคู่ไปกับเทคนิคการขยายพันธุ์ด้วยท่อนพันธุ์ขนาดเล็ก (Mini-stem Cutting) ซึ่งช่วยให้สามารถเพิ่มปริมาณต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ล่าสุดได้มีการขยายผลองค์ความรู้นี้สู่ไร่มันสำปะหลังในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เพื่อให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการหยุดยั้งวิกฤตโรคระบาดด้วยการใช้พันธุ์ดี โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบให้ชุมชนสามารถผลิตและกระจายท่อนพันธุ์สะอาดได้เองในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคใบด่าง เป็นโมเดลต้นแบบให้พื้นที่อื่นนำไปปรับใช้ พร้อมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมมันสำป
เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย นายสมปรารถนา สุขทวี รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว วิธีมอบท่อนพันธุ์อ้อยสะอาดให้กับเกษตรกรต้นแบบที่ประสบปัญหาภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง โดยมีโครงการที่เข้าร่วม 7 แห่ง ทั้งนี้ การผลิตอ้อยปลอดโรคใบขาวแบบประณีตแนวใหม่ NIP เป็นระบบการผลิตอ้อยที่เน้นคุณภาพ สะอาด อาศัยกรอบแนวคิดจากหลักการ “เพิ่มจากลด” (more with less) ของระบบ Sustainable Sugarcane Initiative (SSI) (ICRISAT-WWF Project, 2009) เป็นพื้นฐานเพื่อพัฒนา โดยยึดหลัก “เพิ่มจากลด” คือ การผลิตแบบประณีตจะเพิ่มในสิ่งที่เป็นประโยชน์และลดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดทั้งปริมาณและคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้การผลิตอ้อยของเกษตรกรไทยได้กำไรเพิ่มจากผลผลิตอ้อยที่มีคุณภาพดีและปริมาณสูง จากการลดการเกิดโรค ลดจำนวนท่อนพันธุ์ปลูก ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนกำจัดศัตรูพืช เพิ่มระยะเวลาในการไว้ตอได้นานขึ้น เพิ่มกำไรในการปลูกอ้อยต่อครั้ง และสุดท้ายจะเป็นการเพิ่มความยั่งยืนในการปลูกอ้อยของ อุดมศักดิ์ และคณะ, 2560 ได้รายงา
