นกแร้ง
หลายคนอาจจะคุ้นกับคำว่า “ยักษ์วัดแจ้ง แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์” เรื่องเล่าที่มาจากเรื่องจริง จนกลายเป็นวลีติดปากของคนในสมัยก่อน แต่ที่น่าสนใจคือคำว่า “แร้ง” หรือ “นกอีแร้ง” สัวต์ที่กินซากศพ และหน้าตาที่แสนน่ากลัว ต้องเล่าย้อนกลับไปยังอดีตในสมัยที่ประเทศไทยยังไม่ได้มีเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมมากมายดั่งวันนี้ แต่ก่อนวัดในกรุงเทพ หรือวัดในเมืองไม่ได้มีเมรุที่ใช้สำหรับเผาศพ ทำให้ในสมัยก่อนคนที่ตายกันในเมือง ญาติต้องเอาศพออกไปเผานอกเมือง ซึ่งส่วนมากก็จะนำมาเผาที่วัดสระเกศ จนวัดสระเกศ กลายเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่อง “แร้งชุม” และนี่ก็คือที่มาของวลีดัง “ยักษ์วัดแจ้ง แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์” เพราะในอดีตการจะเผาศพจำเป็นต้องมีการแยกชิ้นส่วนเพื่อให้เผาได้เร็ว ชิ้นเนื้อจะถูกตัดแบ่งออกมา และบางส่วนจะนำไปโยนทิ้ง และเมื่อชิ้นเนื้อที่โยนทิ้งไปจะถูกกำจัดโดยพวกแร้งที่อาศัยอยู่ระแวกนั้น พวกมันจะลงมาจิกกิน เห็นแบบนี้เจ้าแร้งมีประโยชน์กับมนุษย์มากกว่าที่ทุกคนคิด พวกแร้งช่วยกินซากศพทำลดปริมาณของเน่าเสียในธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยลดอัตราการแพร่ร
เมื่อเดินทางถึงสนามบินเมืองเสียมราฐ ด้วยสายการบินไทยสไมล์ ไกด์ชาวกัมพูชามารอรับกลุ่มของเรา 5 คนแล้วเดินทางไปแหล่งดูนกมหาเทพ คือ นกช้อนหอยใหญ่ และ นกช้อนหอยดำ ที่ หมู่บ้านทมัทเบย ตั้งอยู่ใน จังหวัดพระวิหาร ไปทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือของเสียมราฐ ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง บนถนนลาดยางอย่างดีจากเดิมเมื่อ 6 ปีก่อนเป็นถนนดินฝุ่นคลุ้ง หมู่บ้านทมัทเบย แปลว่า แร้งเล่นน้ำ ในอดีตเคยพบแร้งอาเซียน เช่นเดียวกันแต่ปัจจุบัน เนื่องจากหาซากสัตว์ได้ยาก แร้งจึงอพยพย้ายถิ่นไปทางเหนือมากขึ้น ในป่าเต็งรังที่มีการจัดทำร้านอาหารแร้งไว้ให้เป็นประจำทุกเดือน แต่โครงการอนุรักษ์นกช้อนหอย 2 ชนิด ที่ทมัทเบยเป็นตัวอย่างของความสำเร็จด้วยความร่วมมือระหว่างองค์กรอนุรักษ์ศึกษาวิจัย ถ่ายทอดองค์ความรู้และดึงชาวบ้านในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมทั้งในฐานะผู้ช่วยวิจัย ผู้พิทักษ์ป่า และนก รวมทั้งเป็นไกด์นำชมนก และทีมงานจัดทำรีสอร์ตในป่าชุมชน รองรับนักท่องเที่ยวดูนก ถ่ายภาพ นกจากทั่วโลกมาพักผ่อน ผ่องถ่ายรายได้จากต่างประเทศเข้าสู่ชุมชนโดยตรง ชาวบ้านก็รู้สึกยินดีเพราะมีรายได้เสริม เห็นคุณค่าของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ช่วยเป็นหูเป็นตา ด้วย
